การศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาหลักสูตรภาษาอังกฤษหรือที่คนไทยเรียกกันติดปากว่า หลักสูตรอินเตอร์ นั้นได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง และมีการขยายหลักสูตรการสอนให้หลากหลายมากขึ้นเรื่อยๆ

นอกจากนี้มหาวิทยาลัยหลายแห่งยังออกแบบหลักสูตรที่มีความเฉพาะตัวน่าสนใจ และสอดคล้องกับความต้องการของคนรุ่นใหม่เพิ่มขึ้นเสมอ ตอนนี้มีที่มหาวิทยาลัยอินเตอร์ไหนบ้างน่าสนใจ ลองมาดูกัน

มหาวิทยาลัยมหิดล

เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่มีนักศึกษาต่างชาติเรียนมากที่สุดในประเทศโดยคิดเป็นร้อยละ 30 ของนักศึกษาทั้งหมด เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2529

ปัจจุบันระดับปริญญาตรีเปิดสอนมากถึง 19 สาขาวิชา แบ่งการเรียนออกเป็น 3 เทอม หลักสูตรที่มีชื่อเสียงของที่นี่คือ หลักสูตรการจัดการอุตสาหกรรมการโรงแรมและท่องเที่ยว หลักสูตรวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมและหลักสูตรด้านการบริหารต่างๆ

และที่น่าสนใจและมีศักยภาพมากคือ หลักสูตรพยาบาลศาสตร์และวิทยาศาสตร์การอาหารและเทคโนโลยี เพราะความต้องการแรงงานใน 2 สาขานี้ในระดับนานาชาตินั้นมีมาก

โดยเปิดรับสมัคร ปีละ 4 ครั้งประมาณเดือนมกราคมเมษายนกรกฎาคมและตุลาคมของทุกปี

ค่าเล่าเรียนเริ่มตั้งแต่ 140,000 บาท – 330,000 บาทต่อปี บางหลักสูตรมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่างประเทศ เช่น ในบางสาขาของคณะวิทยาศาสตร์

นักศึกษาเลือกได้ว่าจะเรียนที่เมืองไทยตลอดหลักสูตรหรือจะเรียนที่นี่ 5 เทอมแล้วไปต่อที่ Curtin University of Technology เมืองเพิร์ธ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งหากเลือกอย่างหลังจะได้รับปริญญา 2 ใบจากทั้งไทยและออสเตรเลีย จำนวนนักศึกษาที่รับได้ต่อปีราว 500 คน

มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ

ถือเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่เปิดสอนหลักสูตรนานาชาติมานานและใหญ่ที่สุดในประเทศ ทั้งในแง่ของจำนวนนักศึกษาและสาขาที่เปิดสอน ปัจจุบันถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่มีความยืดหยุ่นเรื่องการเข้าเรียนมากที่สุด(แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะจบทั้งหมด) และเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้ปรับพื้นฐานก่อนจะเข้าเรียนอย่างเข้มข้น

สาขาวิชาที่ได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจมากที่สุดเห็นจะเป็นบริหารธุรกิจ ซึ่งสั่งสมชื่อเสียงมามาก โดยเฉพาะเรื่องการวิจัยทางการตลาด ซึ่งมหาวิทยาลัยนี้มี ABAC Poll ซึ่งเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ทำงานจริงลงสนามจริงควบคู่กับการเรียน

ปัจจุบันมีการขยายสาขาวิชาที่เรียนให้กว้างขึ้นทั้งยังเปิดสาขาที่มีความร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อสร้างแรงงานเข้าสู่ตลาดโดยตรง เช่น การเปิดสาขาวิศวกรรมการบินซึ่งร่วมมือกับการบินไทยและสถาบันการบิน

นักศึกษานอกจากจะได้ปริญญาด้านวิศวกรรมศาสตร์แล้ว ยังได้ใบอนุญาตการบินพาณิชย์ตรีอีกด้วยซึ่งถึงแม้สาขาวิชาที่เปิดสอนจะยังใหม่ แต่ถือเป็นข้อได้เปรียบที่น่าสนใจรับนักศึกษาได้นับพันคน และค่าเรียนนั้นนับว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งอื่นๆ      

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ปัจจุบันเปิดหลักสูตรอินเตอร์ทั้งระดับปริญญาตรีและปริญญาโท มีหลายคณะที่น่าสนใจ เช่น International Management หรือ Automotive Design and Manufacturing Design

ความท้าทายสำหรับนักเรียนที่ต้องการจะเข้าเรียนที่นี่หนีไม่พ้นเรื่องความ ยากของการเข้าเรียนทั้งในระดับปริญญาตรีและโท มีการประเมินผลหลากหลายทาง ทั้งเรื่องของภาษาอังกฤษและทั้งผลการเรียน โดยเฉพาะนักเรียนไทยต้องมีผลการเรียนไม่ต่ำกว่า 3.25 ขึ้นไป ส่วนค่าเล่าเรียนเริ่มต้นประมาณ 100,000 บาท/ปีขึ้นไป

ปฏิเสธไม่ได้ว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้ชื่อเสียงของหลักสูตรนานาชาติของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับการยอมรับอย่างมาก เป็นผลพวงมาจากความสำเร็จของสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Sasin Graduate Institute of Business Administration of Chulalongkorn University)

ซึ่งถือว่ามาตรฐานในการเรียนการสอนนั้นสูงมาก เป็นสถาบันที่เปิดสอนในระดับบัณฑิตศึกษาด้านบริหารธุรกิจ การตลาด การจัดการ โดยความร่วมมือระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, The Kellogg School of Management แห่งมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น

และ Wharton School แห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์เป็นสถาบันฯแห่งแรกในไทยที่ได้รับการรับรองจากสถาบันระดับโลกอย่างThe Association to Advance Collegiate Schools of Business (AACSB)  ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางโดยเฉพาะหลักสูตร MBA

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  

หลักสูตรนานาชาติที่เป็นที่นิยมสำหรับมหาวิทยาลัยนี้ ได้แก่ คณะเศรษฐศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ แต่นอกนั้นก็ยังมีหลายหลักสูตรที่น่าสนใจไม่น้อย และกำลังได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ

โดยเฉพาะสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) เปิดสอนสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับวิศวกรรมศาสตร์ โดยร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาพันธ์องค์กรเศรษฐกิจแห่งประเทศญี่ปุ่น (KEIDANREN) ในการผลิตบัณฑิตป้อนตลาดแรงงาน

ซึ่งเริ่มต้นเมื่อปี พ..2533 เปิดสอนตั้งแต่ระดับปริญญาตรีจนถึงปริญญาเอกข้อดีของหลักสูตรนี้มีการเปิดรับนักศึกษาตลอดทั้งปี

โดยรวมโดดเด่นเรื่องสังคมศาสตร์ศิลปศาสตร์อีกแห่ง คือ วิทยาลัยนานาชาติปรีดีพนมยงค์เน้นการศึกษาด้านรัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์เช่นหลักสูตรจีนศึกษา

มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

ได้ชื่อว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่มีค่าเล่าเรียนสูง แต่ก็มีเครื่องไม้เครื่องมือครบครันทันสมัยกว่ามหาวิทยาลัยอื่นๆ เปิดสอน  หลักสูตรอินเตอร์ทั้งในระดับปริญญาตรีและโท เน้นการบริการ การบริหารธุรกิจ การตลาดและสื่อสารมวลชน

หลักสูตรที่ได้รับการยอมรับกันมากคือ Marketing และ Hotel and Restaurant Management แต่หากจะถามเราถึงหลักสูตรที่น่าสนใจจริงๆ น่าจะเป็นหลักสูตรปริญญาโท บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต

ที่มีการคิดหลักสูตรเพื่อตอบสนองความสนใจของนักธุรกิจที่ต้องการต่อยอดความรู้ของตัวเอง เช่น หลักสูตร MBA สำหรับธุรกิจความงามและแฟชั่นหรือ หลักสูตรนิเทศศาสตร์มหาบัณฑิตที่เกี่ยวกับการบริหารธุรกิจบันเทิง และการผลิตเป็นสาขาที่เปิดเพียงแห่งเดียวในประเทศรับจำนวนไม่มาก

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์                       

มีความชัดเจนของหลักสูตรที่ดึงเอาสาขาวิชาที่ตัวเองถนัดเป็นพิเศษ เช่น ด้านการเกษตร สัตวแพทย์และด้านวิศวกรรมเป็นตัวชูโรง ปัจจุบันมีคณะที่เปิดสอนหลักสูตรนานาชาติระดับปริญญาตรีเพียง 4 คณะ

ได้แก่ คณะเกษตรศาสตร์คณะเศรษฐศาสตร์คณะมนุษยศาสตร์และคณะวิศวกรรมศาสตร์ส่วนในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกจะมีหลักสูตรมากเป็นพิเศษโดยเฉพาะในด้านการเกษตรเช่น วนศาสตร์เขตร้อนสัตวแพทย์และวิศวกรรมศาสตร์

นิด้า

การเปิดวิทยาลัยนานาชาติของนิด้านั้น มีเป้าหมายชัดเจนที่ต้องการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในอนาคต และมีการออกแบบหลักสูตรที่เอื้อให้ผู้เรียนที่อาจจะมาจากหลากหลายแห่ง หลักสูตรสามารถปรับได้ตามความเหมาะสมของผู้เรียน

นิด้าถนัดเรื่องหลักสูตรการจัดการ เช่น บริหารธุรกิจ รัฐศาสตร์ สื่อสารมวลชน นิเทศศาสตร์ ทั้งหมดกว่า 10 สาขาวิชา

ที่น่าสนใจมากคือนิด้ามีหลักสูตรที่เรียกว่า Joint Program กับมหาวิทยาลัยต่างประเทศทั้งในเยอรมัน อเมริกา โดยเรียนมหาวิทยาลัยต่างประเทศในระดับปริญญาตรี แล้วกลับมาต่อปริญญาโทที่นิด้า โดยให้ใช้เวลาเรียนไม่เกิน 5 ปี และสามารถต่อปริญญาเอกได้ด้วยหากต้องการ ซึ่งจะใช้เวลาสั้นกว่าหลักสูตรปกติ 

นิด้ายังเปิดศูนย์ศึกษาการจัดการการท่องเที่ยวแบบบูรณาการ เพื่อสอนเรื่องนโยบายและการวางแผนการจัดการการท่องเที่ยวกับการจัดการท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ และสาขาที่เกี่ยวกับธุรกิจท่องเที่ยวและการประชุมเพื่อรองรับตลาดแรงงานที่ต้องการบุคลากรด้านนี้

มหาวิทยาลัยรังสิต

เกิดขึ้นจากความตั้งใจให้เกิดความสมดุลระหว่างความเป็นเลิศทางวิชาการบวกกับประสบการณ์ในระดับสากล ผนวกกับรูปแบบการใช้ชีวิตและสิ่งแวดล้อมระดับนานาชาติ ผสมผสานความหลากหลายวัฒนธรรมที่โดดเด่น กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้เรียนชาวไทยและต่างประเทศจนถึงบัดนี้

มหาวิทยาลัยรังสิตเป็นสถาบันเอกชนที่มีการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง จนถึงระดับปริญญาโท ในปัจจุบันมีหลักสูตรระดับนานาชาติหลายหลักสูตรที่สอนเป็นภาษาอังกฤษภาษาไทยและภาษาจีน

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจคือ หลายหลักสูตรของมหาวิทยาลัยรังสิตได้รับการพัฒนาร่วมกับสถาบันชั้นนำ และมหาวิทยาลัยจากต่างประเทศ ได้แก่ เนเธอร์แลนด์, ออสเตรเลีย และ สวีเดน ทั้งยังมีเครือข่ายทางการศึกษาเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำมากกว่า 60 แห่งทั่วโลก

โดยหลักสูตรระดับปริญญาตรีมีทั้งที่เปิดสอนในรูปแบบ English Program ได้แก่ สาขาวิชาการบัญชี สาขานิเทศศาสตร์ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สาขาการโรงแรมและการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ สาขาธุรกิจระหว่างประเทศ ฯลฯ

รูปแบบ Thai and English Program เช่นสาขาวิศวกรรมการบำรุงรักษาเครื่องบิน สาขาพยาบาลศาสตร์ ตามด้วยหลักสูตรที่เปิดสอนในรูปแบบ Chinese and English Program ที่ในเวลานี้เปิดสอนสาขานิเทศศาสตร์เพียงสาขาเดียว เช่นเดียวกับหลักสูตรที่เปิดสอนในรูปแบบ Chinese Program ที่เปิดสอนในสาขาบริหารธุรกิจ

สำหรับหลักสูตรระดับปริญญาโทที่เปิดสอนในรูปแบบ English Program และChinese Program รวมทั้งเปิดสอนในรูปแบบประกาศนียบัตรบัณฑิต ในสาขาวิชาสาธารณสุข

สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย

สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (Asian Institute of Technology) หรือ เอไอที เป็นสถาบันการศึกษานานาชาติที่มีชื่อเสียงการันตีคุณภาพผู้เข้าศึกษาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับการเรียนการสอนระดับอุดมศึกษา (ปริญญาโท และปริญญาเอก) โดยเน้นทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการจัดการในสาขาที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาในภูมิภาคเอเชียมีศูนย์กลางการบริหารงานติดกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิตในปัจจุบัน

เหตุผลที่ทำให้อยากเรียนที่ คือ

  • ความโดดเด่นทางวิชาการ ซึ่งมาจากความมุ่งมั่นที่จะเป็นเลิศในด้านคุณภาพทางวิชาการ
  • มีนวัตกรรมสหวิทยาการ เพื่อการเรียนรู้ในหลายสาขาวิชา
  • ความเข้มแข็งเรื่อง งานวิจัย และการเรียนรู้แบบโต้ตอบของผู้เรียน
  • การนำประสบการณ์มาประยุกต์ใช้ในโลกแห่งความเป็นจริง ผ่านการแลกเปลี่ยนและการทดลองงาน
  • ชั้นเรียนขนาดเล็ก ทำให้ผู้เรียนเข้าถึงคณาจารย์และผู้เชี่ยวชาญที่เป็นอาจารย์พิเศษได้อย่างเต็มที่
  • ประสบการณ์จากผู้บริหารธุรกิจระดับสูง นักวิชาการที่ได้รับรางวัลและนักการศึกษานักวิจัยที่มีชื่อเสียง
  • ได้เกี่ยวข้องใกล้ชิดกับศูนย์ความเป็นเลิศระดับสากล
  • การได้เป็นหนึ่งในเครือข่ายศิษย์เก่า 22,789 คนจาก 101 ประเทศทั่วโลก ซึ่งกล่าวได้อย่างภาคภูมิใจว่าเป็นบุคคลระดับหัวกะทิในสาขาการจัดการ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี โดยมีนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาจากต่างประเทศมาเรียนราว 70 เปอร์เซ็นต์

นอกจากนี้ AIT ยังได้รับการจัดอันดับโลกตามรายวิชาที่เปิดสอนถึง 7 วิชาด้วยกัน

  • สถาปัตยกรรม / สิ่งแวดล้อมจัดสร้าง
  • วิศวกรรมโยธาและโครงสร้าง
  • การศึกษาสิ่งแวดล้อม
  • การศึกษาธุรกิจและการจัดการ
  • ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
  • เครื่องกล
  • วิทยาการคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ
  • มหาวิทยาลัยทางเลือกอื่นๆ  

สำหรับหลักสูตรปริญญาตรี ยังมีสถานศึกษาแบบเฉพาะทาง โดยเฉพาะการออกแบบและแฟชั่น ทั้ง Raffle Design Institute, Chanapatana International Design Institute หรือ

Academia Italiana Fashion&Design Institute หรือหากเป็นเรื่องอาหาร  สถาบันสอนทำอาหารเลอกอร์ดองเบลอก็มาเปิดสอนที่ประเทศไทยเหล่านี้เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่สนใจอยากเรียนวิชาที่เฉพาะทางลงไปจริงๆ

รวมถึงยังมีมหาวิทยาลัยของต่างประเทศที่มาเปิดสาขาที่นี่เช่นมหาวิทยาลัยสแตมฟอร์ดมหาวิทยาลัยเว็บสเตอร์เป็นต้นซึ่งมาตรฐานการศึกษาและหลักสูตรที่เปิดสอนในประเทศไทยโดยมากจะเน้นสาขาที่เป็นเรื่องวิชาชีพมากกว่า วิชาการ

  

หากอยากเรียน ต้องสอบอะไรบ้าง

ในระดับปริญญาตรีนั้นในหลักสูตรนานาชาติมีทั้งการรับตรงกับมหาวิทยาลัยและรับผ่าน Admissions หากเป็นการรับผ่าน Admissions ใช้คะแนน O-NET, GAT ,GPAX และ PAT สัดส่วนคะแนนเป็นไปตามกลุ่มมีการกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำของคะแนนภาษาอังกฤษไว้ เช่น ต้องได้คะแนน O-NET ไม่ต่ำกว่า 30% ในวิชาภาษาอังกฤษ เป็นต้น

ส่วนใหญ่จะวัดทั้ง3 ด้าน คือความสามารถด้านภาษาอังกฤษ  ความสามารถด้านคณิตศาสตร์และความสามารถเฉพาะด้านตามคณะที่จะเข้า

เรื่องใหญ่ที่นักศึกษาไทยทุกคนกังวลน่าจะเป็นภาษาอังกฤษ ความสามารถทางภาษาอังกฤษที่ใช้ๆกันอยู่ คือ TOEFL, IELTS, SAT และการสอบที่ทางมหาวิทยาลัยจัดสอบเอง เช่น CU- TEP ของจุฬาฯ TU-GET ของธรรมศาสตร์ ซึ่งปกติแล้ว ผู้สอบสามารถเลือกใช้คะแนนอย่างใดอย่างหนึ่งได้ ซึ่งมีรายละเอียดคร่าวๆ ดังนี้

  • TOEFL (Test of English as a Foreign Language)

คุณสามารถสอบผ่านอินเตอร์เน็ตหรือ Internet-Based Test (iBT)) แทนการสอบแบบกระดาษ Paper-Based Test (pBT) และ Computer-Based Test (cBT) แบบเดิม iBT จัดสอบในวันเสาร์ อาทิตย์ปีละ 30-40 รอบ  ต้องสมัครผ่านเวบไซต์ของ ETS  แล้วเลือกศูนย์สอบ

  • IELTS (International English Language Testing System)

มีการจัดสอบเดือนละ 3-4 ครั้ง การสอบจะวัดทั้ง 4 ทักษะคือฟัง อ่าน เขียน และพูด ส่วนใหญ่มหาวิทยาลัยจะกำหนดเกณฑ์ไว้ที่ 6.0 ติดต่อได้ที่ British Council Thailand

  • SAT Reasoning Test (Scholastic Assessment Test)

เป็นการสอบวัดทักษะการใช้เหตุและผลและการสื่อสารของอเมริกา มีกาจัดสอบเกือบทุกเดือน  ศูนย์สอบในไทย จะสอบในโรงเรียนนานาชาติทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด

  • CU-TEP  (Chulalongkorn University Test of English Proficiency)

จัดสอบโดยศูนย์ทดสอบทางวิชาการของจุฬาลงกรณ์ฯ และหลักสูตรนานาชาติของธรรมศาสตร์ บางคณะก็ใช้ CU-TEP ยื่นแทนได้เช่นกัน

  • TU-GET (Thammasat University General English Test)

จัดสอบโดยสถาบันภาษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

นอกจากนี้ยังมีการทดสอบความสามารถประเภทอื่นๆอีกหลายอย่างขึ้นอยู่กับสาขาวิชา เช่น CU-AAT แบบทดสอบที่ใช้วัดความถนัดด้านคณิตศาสตร์ CU-ATS แบบทดสอบที่ใช้วัดความถนัดด้านวิศวกรรมศาสตร์ เป็นต้น  ซึ่งในหลักสูตรจะมีการแจ้งให้ทราบก่อนเพื่อเตรียมตัว

Powered by HELLO! Education