ถ้าพร้อมแล้วที่จะไปใช้ชีวิตต่างแดน นอกจากข้อมูลเรื่องลมฟ้าอากาศและวัฒนธรรมแล้ว ค่าใช้จ่ายสำหรับการเรียน หรือ การเงินก็สำคัญไม่แพ้กัน การเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศกลายเป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่น่าตื่นเต้นแล้วในปัจจุบัน

แต่การเตรียมตัวไปเรียนต่อต่างประเทศไม่ได้ง่ายขนาดซื้อตั๋วเครื่องบินไปเรียนได้เลย ต้องผ่านการขอวีซ่านักเรียนเพื่อไปศึกษาต่อประเทศนั้นๆ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก ถือเป็นประเทศยอดฮิตอันดับต้นๆ ของนักเรียนไทยที่มุ่งไปหาความรู้เพิ่มเติมเพื่ออนาคตอันสดใส

แต่ก่อนจะไปศึกษาต่อต้องเตรียมตัวให้พร้อมทั้งการหาข้อมูลเกี่ยวกับสถาบันการศึกาษา วัฒนธรรมทางสังคม สภาพภูมิอากาศ และการเตรียมพร้อมเรื่องการเงินและค่าใช้จ่ายหลักๆ ที่นักเรียนและผู้ปกครองควรเตรียมพร้อมก่อนการเดินทาง เป็นจำนวนเงินที่สูงพอสมควร

จึงควรศึกษาไว้ก่อนว่ามีค่าใช้จ่ายจำเป็นอะไรบ้าง  จะได้วางแผนการเงินสำหรับศึกษาต่อต่างประเทศได้อย่างถูกต้อง ค่าใช้จ่ายจำเป็นแยกเป็นหัวข้อได้ดังนี้

ค่าเล่าเรียน ค่าเทอม ค่าหนังสือ อุปกรณ์การเรียนต่างๆ

ถ้าเป็นการเรียนคอร์สภาษาอังกฤษระยะเวลาประมาณ 6 – 9 เดือน คอร์สหนึ่งจะอยู่ในราว 150,000 – 300,000 บาทขึ้นไป ส่วนระดับปริญญาตรีโท ค่าใช้จ่ายประมาณ 600,000 – 1,000,000 บาทต่อปี

ค่าตรวจสุขภาพ

ราคา และรายละเอียดในการตรวจร่างกายเพื่อไปศึกษาต่อแต่ละประเทศแตกต่างกัน เช่น หากไปศึกษาต่อที่อังกฤษเกิน 6 เดือน นักเรียนต้องผ่านการเอ็กซเรย์ปอด เพื่อหาเชื้อวัณโรคเสียก่อน ค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ 3,300 บาท หากเกิดเจ็บป่วยขณะศึกษาเล่าเรียน สามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่นักเรียนจะต้องไปลงทะเบียนกับสำนักกอนามัยใกล้ที่พักในอังกฤษเสียก่อน

ขณะที่แคนาดา นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย ต้องตรวจสุขภาพโดยรวม เช่น ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ และเอ็กซเรย์ปอด แผนกวีซ่าแต่ละประเทศจะรับรองผลการตรวจโรงพยาบาลที่ทางสถานทูตกำหนดเท่านั้น ราคาจะอยู่ที่ 2,000 บาท ส่วนสหรัฐอเมริกาไม่จำเป็นต้องยื่นผลการตรวจสุขภาพประกอบการขอวีซ่านักเรียน

ค่าประกันสุขภาพ

จำเป็นสำหรับนักเรียนที่ไปสหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เพราะไม่มีสวัสดิการรักษาฟรีให้นักเรียนต่างชาติเหมือนอังกฤษ เบี้ยประกันสุขภาพของแต่ละบริษัทต่างกัน ขึ้นอยู่กับแบบกรมธรรม์ประกัยและรายละเอียด ราคาประกันสุขภาพของนักเรียนต่างชาติอยู่ที่ 7,000 – 40,000 บาทต่อปี ก่อนตัดสินใจซื้อประกันควรพิจารณาเปรียบเทียบสิทธิประโยชน์ของบริษัทประกันหลายๆ แห่งเสียก่อน

ค่าธรรมเนียมการขอวีซ่า

แตกต่างกันแต่ละประเทศ และแตกต่างกันที่ชนิดของวีซ่านักเรียนด้วย เช่น อังกฤษวีซ่านักเรียนระยะสั้น ไม่เกิน 6 เดือน ราคา 3,900 บาท วีซ่านักเรียนระยะสั้นไม่เกิน 11 เดือน ราคา 7,000 บาท นักเรียนชนิด Tier 4 เรียนระยะยาว เช่น ปริญญาโท ราคา 14,000 บาท สหรัฐอเมริกา วีซ่านักเรียนชนิด F1 ราคา 5,120  บาท วีซ่านักเรียนออสเตรเลีย ราคา 17,850 บาท ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน

นอกจากค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าแล้ว ก่อนการยื่น นักเรียนหรือผู้เป็นสปอนเซอร์ควรเตรียมบัญชีและหลักฐานการเงินให้พร้อมเพื่อความน่าเชื่อถือ ทางสถานทูตจะขอเอกสารการเงินจากบัญชีธนาคารเป็นหลักย้อนหลัง 6 เดือน แนะนำว่านอกจากในบัญชีจะต้องมีเงินก้อนจำนวนหลักแสนปลายๆ ไปจนถึงล้านต้นๆ แล้ว บัญชีควรมีการเคลื่อนไหว เช่น เงินเดือนเข้าออกทุกเดือนหรือผู้มีกิจการส่วนตัวต้องเป็นบัญชีที่แสดงรายรับรายจ่าย

ค่าตั๋วเครื่องบิน และค่าใช้จ่ายส่วนตัว

ตั๋วเครื่องบินไปกลับ ราคาเฉลี่ยประมาณ 30,000 – 60,000 บาท ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าเสื้อผ้า ค่ายา ค่าของใช้กระจุกกระจิกต่างๆ ขึ้นอยู่กับความจำเป็นและการเตรียมความพร้อมของแต่ละบุคคล

ค่าใช้จ่ายระหว่างพำนักในต่างแดน

ควรศึกษาหาข้อมูลพื้นฐานของประเทศนั้นๆ เพราะถ้านักเรียนหรือผู้ปกครองเตรียมข้อมูลค่าใช้จ่ายไว้ล่วงหน้า จะสามารถคำนวณและวางแผนรายเดือนคร่าวๆ ได้ เพื่อป้องกันงบประมาณบานปลายที่อาจจะเกิดขึ้นเพราะรูดบัตรเครดิตเพลินได้อีกด้วย ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในการเรียนต่อต่างประเทศ มีดังนี้

  • ค่าที่พัก เป็นค่าใช้จ่ายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่นักเรียนสามารถหาที่พักราคาถูกได้ด้วยการแชร์ห้องหรือบ้านร่วมกับเพื่อนนักเรียน ค่าเช่าต่อเดือนจะอยู่ในราวๆ 50,000 – 70,000 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับสภาพบ้านและสถานที่ ถ้าอยู่ในเมืองใกล้แหล่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ราคาจะสูงขึ้น
  • ค่าโดยสาร ส่วนใหญ่นักเรียนจะได้ส่วนลดตั๋วโดยสารรถประจำทางสาธารณะ และค่าเข้าชมแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ โดยเฉลี่ยค่าโดยสารจะอยู่ที่ประมาณเดือนละ 5,000 บาท

  • ค่าอาหาร หากต้องการประหยัดด้วยการซื้ออาหารสดมาปรุงเองที่บ้าน อาจเตรียมของแห้ง เครื่องปรุงต่างๆ จากบ้านเราไป ซึ่งช่วยประหยัดได้มาก หรือทานอาหารในโรงอหาารมหาวิทยาลัยหรือโรงเรียนอาจจะราคาถูกกว่า ค่าอาหารเดือนละประมาณ 7,000 บาท ขึ้นไป หรือบางคนอาจจะประหยัดมากกว่านั้นได้
  • ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแก๊ส ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าดูทีวี ส่วนใหญ่บ้านเช่า ห้องแบ่งเช่าในบ้านหรือหอพักจะรวมค่าใช้จ่ายนี้กับค่าที่พักแล้ว แต่ห้องเช่าบางแห่งอาจต้องรับภาระนี้เองราคาต่อเดือนจะอยู่ที่ประมาณ 8,000 บาท

  • ค่าหนังสือและอุปกรณ์การเรียนต่างๆ เดือนละประมาณ 8,000 บาทขึ้นไป กรณีที่เรียนวิชาเฉพาะ เช่น วาดรูป ออกแบบ แพทย์ สถาปัตยกรรม อาจมีค่าใช้จ่ายมากกว่านักศึกษาที่เรียนภาษาอังกฤษหรือเรียนบริหารธุรกิจ
  • ค่าสอบ การสอบภาษาอังกฤษ เช่น IELTS, TOEFL พร้อมคณิตศาสตร์ ที่ะต้องนำไปใช้ในการสมัครเรียนหลักสูตรที่สูงขึ้นหรือใช้ต่อวีซ่า ต้องเสียค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5,000 บาท

  • ค่าใช้จ่ายจิปาถะ เช่น ค่าของใช้ส่วนตัว สบู่ แชมพู ยาสีฟัน ผงซักฟอก โดยเฉลี่ยเดือนละประมาณ 5,000 บาท
  • ค่าช้อปปิ้ง ขึ้นอยู่กับความชอบและงบประมาณส่วนบุคคล ถ้างบน้อย แนะนำว่าให้รอช่วงฤดูกาลเซลล์ และห้ามเดินเล่นในย่านช้อปปิ้งนอกฤดูกาลเด็ดขาด

ค่าใช้จ่ายข้างต้นโดยเฉลี่ยนตกประมาณเดือนละ 80,000 บาท นักเรียนที่ศึกษาต่อที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา หรือลอนดอน อาจต้องเตรียมค่าใช้จ่ายสำรองไว้มากกว่าเมืองอื่น เนื่องด้วยเป็นเมืองที่ติดอันดับค่าครองชีพสูงที่สุดในโลก ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายจะถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลด้วย ศึกษาสถาบันไหน มีงบประมาณเท่าไร ใช้ชีวิตแบบใด

เราสามารถเลือกวางแผนการศึกษาและการเงินของเราได้ด้วยตัวเอง ถึงแม้จะงบน้อยแต่หากรู้จักบริหารเงิน หางานพิเศษทำระหว่างเรียน อาจช่วยลดค่าใช้จ่ายลงไปได้อีกมาก แต่อย่าพยายามทำงานโดยที่ไม่มี work permit เด็ดขาด เพราะเป็นการเสี่ยงให้คุณเสียอนาคต ทั้งยังเรียนไม่จบอย่างที่ตั้งใจไว้

Powered by HELLO! Education