เรามาพูดคุยเรื่อง ระบบการศึกษาฟินแลนด์ กับคุณนงลักษณ์ ยุนนี่ อดีตผู้บริหารระดับสูงด้านครีเอทีฟในบริษัทโฆษณาระดับอินเตอร์เนชั่นแนลหลายแห่ง ปัจจุบันเป็นแม่บ้านเต็มตัว ดูแลสามีและลูกชายลูกสาวในวัยเรียน ลูกครึ่งไทยฟินน์ ที่กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ และนี่คือประสบการณ์ตรงจากแม่ผู้มีลูกเรียนอยู่ในระบบการศึกษาฟินแลนด์ ที่สะท้อนมุมมองเกี่ยวกับการศึกษาในฟินแลนด์ที่ใครหลายคนกำลังสนใจ

ฟินแลนด์มีการศึกษาโด่งดังระดับโลก ตั้งแต่ปีค.. 2000 เราได้เห็นชื่อฟินแลนด์ในแถวหน้าของโลก จากผลการสอบ PISA ที่จัดโดยองค์กรเพื่อความร่วมมือทางเศษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ที่วัดผลด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และการอ่าน

แต่ใช่ว่าเด็กจากฟินแลนด์จะทำคะแนนได้สูงเท่านั้น ความแตกต่างของคะแนนสูงสุดและต่ำสุด….น้อยที่สุด แสดงว่า ระบบการศึกษาของเขาไม่ได้มุ่งสร้างแต่เด็กเก่ง แล้วละเลยเด็กที่ไม่เก่ง แต่เขาพยายามทำให้เด็กๆ มีการศึกษาที่ดีอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน ลูกๆ ทั้ง 2 คนของดิฉันเกิดและเรียนที่นี่ การเฝ้าดูทำให้มีโอกาสเห็นและเข้าใจระบบการศึกษาที่ได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดในโลก

เเก้ไขความล้มเหลว ก้าวสู่แถวหน้าของโลก

ฟินแลนด์เคยล้มเหลวด้านการศึกษามาก่อน และได้ปฏิรูปครั้งใหญ่เมื่อปีค..1970 โดยหัวใจในการดำเนินการ คือ เน้นคุณภาพของครูอาจารย์ วิชาการที่สอน สถานที่เรียน และมอบโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กทุกคนที่อาศัยอยู่ในประเทศอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะมีฐานะอย่างไรหรืออยู่ใกล้ไกลแค่ไหน และจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายหลักนี้ ไม่ว่ารัฐบาลจะมาจากพรรคการเมืองใด

ที่เป็นเช่นนี้ได้ก็เพราะฟินแลนด์เล็งเห็นคุณค่าของทรัพยากรมนุษย์ ที่จะเป็นหลักในการพัฒนาชาติบ้านเมือง สร้างความมั่นคงและความผาสุกให้คนทั้งชาติ

คุณภาพชีวิตของเด็กๆ ชาวฟินแลนด์

เริ่มตั้งแต่เป็นทารกในครรภ์มารดา จะมีการตรวจเช็คสุขภาพของแม่และเด็กในครรภ์อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีค่าใช้จ่าย หลังจากถือกำเนิดภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแล้ว เด็กจะได้รับการตรวจสุขภาพ วัคซีนต่างๆ อย่างครบถ้วน

พอเข้าชั้นปฐมวัย จะมีศูนย์เด็กเล็กรองรับทั้งของรัฐบาลและเอกชน และทั้งที่ใช้ภาษาฟินนิชและภาษาอื่นๆ ทุกแห่งอยู่ภายใต้การดูแลของ The National Curriculum Guidelines on Early Childhood Education and Care In Finland หลักการสอนมุ่งเน้นการสันทนาการ เรียนรู้จากธรรมชาติรอบตัว การอยู่ร่วมกับเด็กอื่นๆ อย่างมีความสุข เคารพซึ่งกันและกัน และเห็นความสำคัญของส่วนรวม ครูอาจารย์ต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ด้านการดูแลเด็กเล็กขึ้นไป

เมื่อเด็กอายุครบ 7 ปี จะได้เข้าเรียนตามเกณฑ์การศึกษาขั้นพื้นฐาน รวม 9 ปี โดยทุกๆ เขตในแต่ละเมืองจะจัดเตรียมโรงเรียนที่อยู่ใกล้บ้านในระยะที่เด็กเดินไปกลับได้อย่างสะดวกและปลอดภัย เด็กๆ จะได้รับหนังสือและอุปกรณ์การเรียนทุกอย่าง และทุกวันโรงเรียนจะเตรียมอาหารที่ปรุงสดใหม่ผ่านการดูแลคุณค่าทางโภชนาการเป็นมื้อกลางวัน มีการตรวจสุขภาพร่างกาย จิตใจ และการทันตกรรมอย่างสม่ำเสมอจนจบการศึกษา

หลังจบการศึกษาภาคบังคับ นักเรียนจะเลือกเรียนต่อชั้นมัธยมปลายหรือสายวิชาชีพ ไม่ว่าเลือกทางใดก็เรียนต่อจนถึงขั้นปริญญาเอกได้

การเรียนในระดับมัธยมปลายขึ้นอยู่กับจำนวนรายวิชา ไม่กำหนดระยะเวลาเรียน การสอบพร้อมกันทั่วประเทศมีครั้งเดียวเมื่อจบชั้นมัธยมปลาย จากนั้นหากนักเรียนทำคะแนนได้ดีจะเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยที่ต้องการโดยไม่ต้องสอบอีก แต่ถ้าทำได้ไม่ดีต้องไปสมัครสอบมหาวิทยาลัยที่ต้องการเรียน จุดมุ่งหมายในการเรียนระดับอุดมศึกษา คือการแก้ไขปัญหาด้วยการทำวิจัย

ไม่มีโรงเรียนกวดวิชา

ในหนึ่งห้องเรียนมีนักเรียนประมาณ 25 คน มีครูประจำชั้นที่ผ่านการศึกษาระดับปริญญาโทขึ้นไป และต้องเคยผ่านการฝึกสอนมาก่อน มีครูพิเศษที่คอยช่วยเหลือเด็กที่เรียนไม่ทัน หรือมีปัญหาในการเรียน และจะจัดชั้นเรียนเพิ่มเติมให้เด็กที่เรียนช้ากว่าคนอื่น โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ลูกๆ ทั้งสองเคยเข้าร่วมในชั้นเรียนพิเศษวิชาภาษาฟินนิชในช่วงการเรียน 2 ปีแรก

ทุกวันนี้ลูกมีความรู้เทียบเท่าเด็กชาวฟินน์แท้ๆ ประเทศนี้ไม่มีระบบการเรียนกวดวิชา ถือเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของครูอาจารย์ที่จะต้องสอนเด็กๆให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานการศึกษา

ระยะเวลาเรียนแบ่งเป็น 2 ภาคการศึกษา ประมาณ 188 วัน เรียน 4 – 6 ชั่วโมงต่อวัน ไม่เพียงแต่เรียนด้านวิชาการเท่านั้น ยังเรียนด้านกีฬา งานฝีมือ และดนตรี ควบคู่กันไปเพื่อพัฒนาสมองทั้งสองด้าน

ไม่มีการบ้านมากเกินกว่าเด็กจะทำเสร็จภายในครึ่งชั่วโมง การทดสอบเป็นการวัดความเข้าใจในการสอนแต่ละบท ไม่มีการสอบใหญ่ประจำภาคเรียน การใช้ ICT ควบคู่ไปกับการเรียน ไม่มากจนสุดโต่งและไม่น้อยเกินไปจนล้าหลัง หากมีกิจกรรมเสริมและการเดินทางไปทัศนศึกษาไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแต่อย่างใด

การเป็นครูอาจารย์ที่ฟินแลนด์จำเป็นจะต้องผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มงวด มีเพียง 10% ของผู้สมัครที่จะได้รับเลือกให้เข้าเรียนเพื่อเป็นครูอาจารย์ อาชีพครูอาจารย์จึงมีเกียรติและศักดิ์ศรี เป็นที่ไว้วางใจและเคารพนับถือ ไม่ด้อยกว่าอาชีพแพทย์

การเรียนภาษาต่างชาติและระบบการศึกษานานาชาติ

โรงเรียนระบบนานาชาติและระบบสองภาษาในประเทศฟินแลนด์มีจำนวนน้อยมาก ส่วนใหญ่เด็กที่เข้าเรียนจะติดตามผู้ปกครองที่มาทำงานในฟินแลนด์ชั่วคราว หรือเด็กชาวฟินน์ที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศแล้วเดินทางกลับมาเรียนต่อที่บ้านเกิด เพราะฟินแลนด์มีระบบการศึกษาที่ดีเยี่ยมอยู่แล้วและไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ พ่อแม่ไม่ต้องเป็นกังวลใจเรื่องโรงเรียน เรื่องค่าใช้จ่าย เรื่องโรงเรียนกวดวิชา

การเรียนภาษาที่นี่มีคุณภาพสูง เห็นได้ง่ายๆ จากพนักงานตามห้างร้านสามารถสื่อสารได้ 3 – 4 ภาษาแทบทุกคน เด็กๆ จะเริ่มเรียนภาษาต่างชาติเมื่อเรียนชั้นปีที่ 3 และใช้เวลาเรียนในชั้นเรียนเพียง 2 – 3 คาบต่อสัปดาห์ เพียง 2 – 3 ปีการศึกษาเด็กๆ ก็มีความเข้าใจและสามารถสื่อสารได้

การสอนไม่เพียงแค่ให้สามารถพูด อ่าน เขียนได้ แต่ลงลึกถึงขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษาในแต่ละประเทศด้วย การเรียนต่อต่างประเทศสำหรับชาวฟินน์ ที่เห็นบ่อยที่สุดจะเป็นระดับปริญญาโทขึ้นไป

ชาวฟินน์และวิถีชีวิต

ฟินแลนด์เคยอยู่ภายใต้การปกครองของประเทศสวีเดนและรัสเซียมาเนิ่นนาน ที่ตั้งของประเทศอยู่ทางตอนเหนือของทวีปยุโรป มีฤดูหนาวยาวนานและหนาวจัด คนฟินน์จึงเข้มแข็งและอดทน สัตย์ซื่อ ไม่เสแสร้ง แต่พูดน้อย มีความเป็นส่วนตัวสูง เรียบง่ายและรักธรรมชาติ ที่สำคัญมีความรักในการเรียน แม้จะไม่อยู่ในวัยเรียน แต่มีคนจำนวนมากเข้าเรียนคอร์สสั้นๆในด้านต่างๆ ตามความสนใจ เช่น ภาษาต่างๆ การทำอาหาร ศิลปะ ดนตรี การนวด ฯลฯ ซึ่งจัดโดยเมืองต่างๆ และรัฐบาล ที่เรียกว่า Life Long Learning

ชื่อเสียงระดับโลก

นอกจากชื่อเสียงของ ระบบการศึกษาฟินแลนด์ จะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งแถวหน้าของโลกนับตั้งแต่ปีค.. 2000 ชื่อของฟินแลนด์ยังมีความโดดเด่นในด้านอื่น ในปีค.. 2010 ได้รับการโหวตจากนิตยสารนิวส์วีคว่าเป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุดในโลก ปีค.. 2012 ได้รับตำแหน่งประเทศที่มีการคอรัปชั่นน้อยที่สุดในโลกเป็นอันดับหนึ่งโดย Transparency International ปี 2013

ฟินแลนด์ได้รับยกย่องว่ามีการสาธารณสุขของแม่และเด็กดีเป็นอันดับหนึ่งจากองค์กร Save the Children ในด้านเสรีภาพของสื่อมวลชน ได้รับเลือกเป็นอันดับหนึ่ง โดย Reporter without Border

สำหรับการเดินทาง สายการบินฟินแอร์ ได้รับตำแหน่งสายการบินที่ปลอดภัยที่สุด จัดโดย JACDEC Safety ในด้านความมั่นคงของประเทศ ได้รับยกย่องให้เป็นประเทศที่มีความล้มเหลวน้อยที่สุดในโลก โดย Foreign Policy magazine and Fund for Peace

ในด้านความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของเด็ก ฟินแลนด์เป็นหนึ่งในห้าประเทศที่องค์กรยูนิเซฟให้การยกย่อง และฟินแลนด์ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในสิบประเทศ Best countries for Business โดยนิตยสาร Forbes ในด้านผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงของฟินแลนด์ ที่ทำให้ทั่วโลกรู้จักเป็นอย่างดีคือ โทรศัพท์มือถือโนเกีย แต่ที่จริงแล้วอุตสาหกรรมป่าไม้และกระดาษมีความสำคัญต่อประเทศและขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

นอกจากนี้ฟินแลนด์ยังมีชื่อเสียงด้านเทคโนโลยี ชื่อของ Angry Birds, Clash of Clans หรือ Linux คงช่วยอธิบายถึงความก้าวไกลได้ดี และยังโด่งดังในแวดวงดีไซน์ด้วยผ้าพิมพ์ลายดอกไม้แบรนด์ Marimekko เครื่องแก้ว iitala ชอคโกแลต Fazer ลิฟท์ Kone และสายการบิน Finnair คำศัพท์ยอดฮิตภาษาฟินนิชที่คนทั่วโลกเข้าใจ ก็คือ ซาวน่า

กว่าจะมีชื่อเสียงเช่นนี้ จำเป็นจะต้องมีรากฐานที่ดี คือฟินแลนด์เล็งเห็นคุณค่าของทรัพยากรมนุษย์ ลงทุนในเรื่องความเป็นอยู่ ส่งเสริมคุณภาพชีวิตด้วยการศึกษาและสาธารณสุขที่มีคุณภาพและให้โอกาสเท่าเทียมกัน เป็นรากแก้วในการเจริญเติบโตของประเทศชาติ ไม่ได้หมายถึงความร่ำรวย การมีชีวิตที่หรูหรา แต่หมายถึงความสุขกาย สุขใจ สร้างความผาสุก ความน่าอยู่ ความน่าเชื่อถือ นำไปสู่ความมั่นคงในที่สุด

ศึกษาข้อมูลระบบการศึกษาประเทศฟินแลนด์ เพิ่มเติมจาก :

  • www.oph.fi – Finnish National Board of Education
  • www.minedu.fi
  • www.oecd.org
  • www.nea.org – What we can learn from Finland’s successful school reform
  • www.theguardian.com – Finland has the education system the US should envy
  • www.pearsonfoundation.org – Strong performance and successful reformers in education
  • PasiSahlberg.com – Pasi Sahlberg Blog

Powered by HELLO! Education