การที่บุตรหลานของเราจะจากไปใช้ชีวิตไกลบ้าน และอยู่ห่างจากสายตาของผู้ปกครอง การเตรียมความพร้อม ส่งลูกเรียนนอก จึงเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆ ของคุณพ่อคุณแม่ที่จะทำให้พวกเขาพร้อมที่จะเผชิญกับปัญหาที่ไม่คาดคิดในต่างแดน

ผู้ปกครองและเด็กควรมีเป้าหมายร่วมกัน

ผู้ปกครองและเด็กที่ต้องการไปเรียนต่างประเทศนั้นมีหลากหลายความต้องการ ทั้งด้านเป้าหมาย งบประมาณ ระดับอายุ และความสามารถของนักเรียน บางครั้งผู้ปกครองไทยมักชี้นำแนวทางให้ลูกโดยลืมดูความสามารถของเด็ก

การ ส่งลูกเรียนนอก ถือเป็นการลงทุนระยะยาว ดังนั้นการวางเป้าหมายร่วมกันระหว่างผู้ปกครองและเด็กจึงเป็นเรื่องที่สมควรทำ เช่น หากคุณพ่อคุณแม่อยากให้ลูกเรียน Ivy League แต่ผลการเรียนของเด็กต่ำกว่าเกณฑ์ ต้องหาทางออกโดยการเรียนในโรงเรียนเตรียมความพร้อมสำหรับ Ivy League

หรือเด็กมีความสามารถด้านกีฬา แต่ถ้าผู้ปกครองอยากให้ลูกเป็นเลิศด้านวิชาการ และเลือกโรงเรียนที่เน้นวิชาการมากกว่ากีฬา เด็กอาจไม่มีความสุขในการเรียน เพราะไม่สามารถใช้ศักยภาพที่มีในตัวอย่างเต็มที่

ควรส่งเสริมลูกให้รู้จักตัวเองและหาตัวตนให้เจอ ขณะที่เด็กฝรั่งอายุ 14 ปี จะรู้จักความถนัดของตัวเองแล้วว่าคืออะไร ชอบเรียนวิชาไหน แต่เด็กไทยยังไม่รู้จักตัวเองทั้งที่ย่างเข้าวัยรุ่นแล้ว

เด็กบางคนเก่งภาษาอังกฤษมาก เพราะเรียนโรงเรียนนานาชาติที่เมืองไทยตั้งแต่เด็ก พอไปเรียนต่างประเทศแล้วกลับสับสนไม่มีความสุข ไม่รู้ว่าตัวเองชอบวิชาอะไร สุดท้ายต้องกลับมาเรียนต่อที่เมืองไทย

ดังนั้นผู้ปกครองต้องเข้าใจศักยภาพของลูก และส่งเสริมไปในแนวทางที่เขามีความถนัดมากกว่าจะพยายามให้เขาเป็นตามเป้าหมายของตัวผู้ปกครองเอง

เตรียมความพร้อมรอบด้าน

ความพร้อมของนักเรียนเป็นสิ่งสำคัญมาก ตั้งแต่ความพร้อมเรื่องภาษา การเตรียมรับกับวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ที่แตกต่าง ผู้ปกครองต้องมีส่วนช่วยในด้านอื่น เช่น ระยะเวลาในการเตรียมตัว สร้างทักษะ และโพรไฟล์ให้กับเด็ก เตรียมการเรื่องงบประมาณ

ภาษา

ภาษาจำเป็นมาก เพราะเป็นกุญแจสำคัญสำหรับการเรียนและใช้ชีวิตที่ต่างประเทศ ผู้ปกครองควรเตรียมการเรื่องภาษาให้กับเด็ก อย่างน้อยต้องสื่อสารได้ระดับหนึ่ง ทั้งฟัง พูด อ่าน เขียน ขึ้นอยู่กับระดับอายุและการศึกษา

วัฒนธรรม

วัฒนธรรมและชีวิตที่แตกต่าง อาจเป็นเรื่องพื้นฐาน แต่ที่จริงแล้วควรใส่ใจมาก เมื่อใช้ชีวิตในสังคมต่างประเทศ มีวัฒนธรรมการใช้ชีวิตหลายอย่างมากที่พึงระลึกถึง

เช่น ที่ออสเตรเลียและญี่ปุ่น โถส้วมที่สะอาดจะปิดฝาไว้ ถือเป็นมารยาททางสังคมที่สำคัญ มารยาทพื้นฐานที่เป็นสากล คือ การเข้าคิว การเข้าออกลิฟต์ต้องรอให้คนออกก่อนแล้วค่อยเข้า ไม่ใช้มีดจิ้มอาหารเข้าปาก เมื่อต้องขอทางควรพูดว่า Excuse Me ไม่ใช่ Sorry!

อาหาร

ต้องศึกษาวัฒนกรรมการกินของแต่ละประเทศ เช่น ในประเทศตะวันตกอาหารเช้าจะไม่เป็นอาหารร้อน ไม่มีไข่ดาว ไข่คน ข้าวต้ม แต่มีผลไม้ ขนมปัง นม เนย น้ำผลไม้ อาหารกลางวันเป็นแซนด์วิช

ที่สำคัญเด็กเล็กควรฝึกทานผัก และอาหารจำเป็นที่จะต้องรับประทานให้ได้ เช่น ชีส เนย เพราะการอยู่ในประเทศที่สภาพอากาศหนาวเย็น อาหารเหล่านี้ช่วยให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายและให้พลังงาน เด็กต้อรู้จักปรับตัวให้อยู่กับสภาพแวดล้อมใหม่ให้ได้

สุขภาพ

ผู้ปกครองต้องแจ้งเรื่องโรคประจำตัวของเด็กให้ทางโรงเรียนทราบ และถ้าเป็นโรคที่ต้องมีใบรับรองแพทย์จะต้องเตรียมเอกสารให้ครบ เพื่อทางโรงเรียนจะได้ควบคุมดูแลสุขภาพอนามัยของเด็ก ถ้ามีการขอวีซ่านักเรียนจะต้องมีการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตามที่โรงเรียนกำหนด

โรงเรียนและเพื่อนต่างชาติ

การปรับตัวให้เข้ากับระเบียบของโรงเรียนและเพื่อนต่างชาติ เป็นสิ่งที่ต้องเจอแน่นอน การเรียนในระบบ Boarding School ระเบียบวินัยและกฎของโรงเรียนเป็นสิ่งที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด การตรงต่อเวลาสำคัญมาก การปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนต่างชาติในวัฒนธรรมที่แตกต่างจำเป็นมาก

ระยะเวลาสำหรับเตรียมตัวเพื่อไปเรียนต่อ ขึ้นอยู่กับแต่ละกรณี แนะนำให้เตรียมตัวประมาณ 9 – 12 เดือนล่วงหน้า

ในการติดต่อตัวแทนการศึกษาเพื่อให้ข้อมูลและติดต่อประสานงานเบื้องต้นอาจใช้เวลาอย่างต่ำ 1 – 2 เดือน ถือเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างเร่งด่วน ระยะเวลาในการยื่นใบสมัคร รอคอยการตอบรับ และสอบสัมภาษณ์ อาจอยู่ในระยะเวลาประมาณ 6 เดือน แล้วแต่ระบบของแต่ละโรงเรียน

ส่วนขั้นตอนการขอวีซ่าสำหรับนักเรียน หากไปเรียนที่อังกฤษหรือออสเตรเลียต้องยื่นเอกสารผ่านตัวแทนการศึกษา รับเอกสารและสัมภาษณ์ การขอวีซ่าอังกฤษมีระบบค่อนข้างซับซ้อน ใช้ระยะเวลาประมาณ 1 เดือน ส่วนออสเตรเลียไม่ซับซ้อน สำหรับอเมริกาสามารถกรอกเอกสารออนไลน์ได้ไม่ยาก

การสร้างโพรไฟล์ให้เด็กเป็นสิ่งที่ผู้ปกครองควรระลึกถึง การเป็นนักเรียนต่างชาติ โรงเรียนส่วนใหญ่ต้องพิจารณาด้วยว่าเขามีความสามารถอื่นๆ หรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นศิลปะ ดนตรี หรือกีฬา การจะรับพิจารณาเด็กเข้าไปเป็นส่วนหนึ่ง สถาบันมักจะมองว่าเมื่อเด็กเหล่านั้นเข้าไปแล้ว สามารถทำชื่อเสียงให้สถาบันได้ด้วยหรือไม่

การสร้างโพรไฟล์ให้ตัวเองเป็นสิ่งจำเป็น หรือหากผู้ปกครองเล็งเห็นการปลูกฝังสิ่งนี้ตั้งแต่เนิ่นๆ จะดีมาก

งบประมาณ

โรงเรียนในต่างประเทศมีระดับที่แตกต่างกันไป โรงเรียนชื่อดังหรือได้รับความนิยมสูง จะจัดอยู่ในกลุ่มโรงเรียนที่ค่าใช้จ่ายสูง ผู้ปกครองควรเตรียมงบประมาณไว้ประมาณ 3 ล้านบาทต่อปี

โรงเรียนระดับกลาง ประมาณ 1 – 1.5 ล้านบาทต่อปี สำหรับโรงเรียนในกลุ่มที่ค่าใช้จ่ายไม่สูงนัก งบประมาณ 7 – 8 แสนบาท ขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ รวมถึงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราในขณะนั้น

เพื่อความสำเร็จของบุตรหลานในการศึกษาต่อต่างประเทศ ผู้ปกครองจึงควรหาข้อมูลและเตรียมพร้อมเพื่อให้พวกเขาก้าวสู่โลกใบใหม่ด้วยความเชื่อมั่นและเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข

Powered by HELLO! Education