เรามีคำตอบสำหรับนักเรียนไทยที่เตรียมตัว ไปเรียนต่อเมืองนอก หรือ ศึกษาต่อต่างประเทศ ว่าควรเตรียมตัวและเตรียมใจอย่างไรบ้าง ในการเดินทางไปเรียนต่างบ้านต่างเมืองต่างภาษา บางหลักสูตรอาจใช้เวลาเพียงสั้นๆ แต่บางหลักสูตรในระดับปริญญาเอก อาจต้องใช้เวลา 3 – 5 ปี

การเตรียมตัวให้พร้อมจึงเป็นสิ่งสำคัญ และเป็นบันไดก้าวแรกแห่งการศึกษา นำมาซึ่งความสำเร็จในอนาคต ขั้นตอนการเตรียมพร้อมก่อนออกเดินทางแยกเป็นหัวข้อหลัก คือการเตรียมจิตใจ ร่างกาย ข้อมูล และสิ่งของต่างๆ ดังนี้

เตรียมตัวด้านจิตใจ

การ ไปเรียนต่อเมืองนอก ต้องอาศัยในประเทศที่ห่างไกลจากบ้าน มีภาษา วัฒนธรรม และสภาพภูมิอากาศที่แตกต่างเป็นเรื่องน่ากังวลสำหรับนักเรียน การเตรียมตัวด้านจิตใจจึงเป็นเรื่องสำคัญ เราควรเตรียมใจด้านไหน และอย่างไรกันบ้าง

  • ลดความประหม่าเหนียมอาย

นักเรียนไทยได้ชื่อว่าขี้อาย กลัว เกรงใจ ไม่กล้าแสดงความรู้สึก เป็นการสร้างปัญหาให้ตัวเอง ทำให้เรียนรู้ได้ช้า เข้าสังคมกับเพื่อนต่างชาติไม่ค่อยได้ จนต้องจับกลุ่มกันเอง ทำให้เสียเวลาเรียนไปโดยไม่ได้ผล นักเรียนไม่ควรเหนียมอาย ไม่กลัว ไม่เกรงใจในสิ่งที่ไม่ควร

  • เพิ่มความกล้า

กล้าคิด กล้าทำในทางที่ถูกที่ควร เช่น กล้าพูดภาษาอังกฤษ กล้าแสดงความคิดเห็นในชั้นเรียน กล้าช่วยเหลือคนอื่นๆ ที่กำลังเดือดร้อน

  • เปิดใจกว้าง มีทัศนคติที่ดี

การอยู่ต่างบ้านต่างเมือง ต่างภาษา ต่างวัฒนธรรม นักเรียนต้องเปิดใจให้กว้าง และไม่มีอคติในใจ เรียนรู้และยอมรับในวิถีชีวิตที่แตกต่าง เพื่อนนักเรียนที่มาจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกมีวัฒนธรรมการใช้ชีวิตไม่เหมือนเรา จึงควรพิจารณาให้ดีว่าสิ่งไหนที่ดีของเขาควรเอาเยี่ยงอย่าง สิ่งไม่ดีเราไม่ควรไปตำหนิเขา แต่ดูตัวอย่างและจดจำไว้ว่าจะไม่ทำตามเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว

  • อดทน

เพราะการไปใช้ชีวิตอยู่ในที่ที่เราไม่เคยชิน ต้องอาศัยความอดทนในการปรับตัวให้เข้ากับสังคม สิ่งแวดล้อม สภาพอากาศ และการใช้ชีวิต

  • ขยันหมั่นเพียร และความรับผิดชอบ

ความขยันหมั่นเพียรเป็นบันไดแห่งความสำเร็จในการศึกษา การอยู่ต่างบ้านต่างเมืองโดยลำพัง ไม่มีใครคอยเตือน คอยสอน ในโลกใหม่มีสิ่งยั่วยุ แสงสี และความเหงา ที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการเรียน ควรตั้งมั่นตั้งแต่ก่อนไปว่า เราจะต้องขยันหมั่นเพียร เรียนให้จบ และได้ความรู้กลับมาพัฒนาตัวเองและสังคมให้ได้ ส่วนความรับผิดชอบต้องมีทั้งต่อตนเองในการศึกษาเล่าเรียน ต่อเพื่อนร่วมชั้น และคนอื่นๆ ในสังคม

การเตรียมพร้อมทางด้านร่างกาย

การมีสุขภาพร่างกายที่ดี จะทำให้การเรียนไม่มีอุปสรรค ก่อนการเดินทางแนะนำว่าควรเตรียมร่างกายให้พร้อมเต็มร้อยเสียก่อน และสิ่งที่ควรต้องคำนึงถึงมีดังนี้

  • อนามัยในช่องปาก

ไม่ว่าจะอุดฟัน ดัดฟัน ขูดหินปูน เพราะการรักษาโรคฟันในต่างประเทศแพงมากๆ ถึงขนาดแค่รักษารากฟันซี่เดียว คุณอาจนำเงินมาดาวน์รถที่บ้านเราได้สบายๆ การทำประกันสุขภาพไม่ครอบคลุมถึงการรักษาฟัน

  • ตรวจสุขภาพประจำปี

ตรวจสุขภาพโดยรวมก่อนเดินทาง หากพบว่าป่วยขึ้นมาจะได้รักษาให้หายเสียก่อน หากเป็นโรคไม่อันตราย แต่ต้องปรับวิธีใช้ชีวิต การกิน การนอน จะได้เตรียมความพร้อม เตรียมยาประจำตัว หรือประวัติการรักษาไปด้วย หากเกิดอาการกำเริบที่ต่างประเทศ คุณหมอที่นั่นจะได้รู้และรักษาต่อเนื่องถูกต้อง

  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

เพราะการใช้ชีวิตในต่างแดนนั้น ส่วนใหญ่นักเรียนจะต้องเดินมากกว่าตอนอยู่บ้านเราเป็นเท่าตัว

  • ทำประกับสุขภาพก่อนเดินทาง

สำคัญมากและอาจเป็นข้อบังคับในหลายๆประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย ที่นักเรีบนต่างชาติต้องซื้อประกันสุขภาพ เพราะรัฐบาลไม่มีนโยบายรักษาฟรีสำหรับนักเรียนต่างชาติ

การเตรียมหาข้อมูล สิ่งของ และอุปกรณ์ต่างๆ ที่จำเป็น

มีหลายอย่างมากที่แนะนำให้พกติดตัวไปด้วย เพราะบางสิ่งมีที่ไทยแลนด์โอนลี่ อีกทั้งการหาข้อมูลล่วงหน้าจะทำให้การเดินทางไปง่ายขึ้นมาก

  • อะแดปเตอร์ หรือปลั๊กแปลงไฟ

แต่ละประเทศใช้กระแสไฟฟ้าไม่เหมือนกัน หัวปลั๊กก็แตกต่างกันไปด้วย ควรศึกษาว่าประเทศที่เราจะเดินทางไปใช้หัวปลั๊กแบบไหน นักเรียนทุกคนจะต้องมีอุปกรณ์ไฟฟ้าติดตัวไปเสมอ อย่างน้อยก็โทรศัพท์มือถือ โน๊ตบุ๊ค กล้องถ่ายรูป จึงควรมีอะแดปเตอร์ติดตัวสักสองสามอัน เพราะที่ต่างประเทศหาซื้อยาก หัวปลั๊กของอังกฤษจะเป็นแบบสามขาเหลี่ยมค่อนข้างหนา ขนาดเท่ากันทั้งสามขา ส่วนสหรัฐอเมริกาเป็นสามขาเช่นกัน แต่ขาบนจะเป็นลักษณะกลม ขาล่างสองขาเป็นเหลี่ยมแบน ประเทศอื่นๆในยุโรปเป็นแบบสองขากลม หรือสามขากลม ประเทศออสเตรเลียจะเป็นแบบสามขาแบน สองขาบนเฉียงๆ

  • เครื่องเขียน

บางคนมองข้ามไม่อยากแบกไปให้หนัก แต่แนะนำว่าให้เตรียมไป ไม่ว่าจะเป็นปากกาลูกลื่น ดินสอ ไม้บรรทัดเล็กๆ ยางลบ หรือลิควิดเปเปอร์ โดยเฉพาะสาวๆ ที่ชอบสมุดลายน่ารักคิกขุ เพราะในต่างประเทศจะมีแต่แบบเรียบๆ และราคาแพงกว่าบ้านเราเท่าตัว

  • อุปกรณ์ไอทีต่างๆ

ขอให้พกสมาร์ทโฟนติดตัวไปด้วย เพราะจำเป็นสำหรับนักเรียนรุ่นใหม่ในการหาข้อมูลและเป็นเพื่อนคลายเหงา นอกจากนี้ยังมีประโยชน์อีกมากในยามที่เราติดขัดคิดไม่ออกว่าคำศัพท์นั้นคืออะไร

  • ยาสามัญประจำบ้านและยาประจำตัว

เช่น ยาแก้ปวด แก้ไข้ ยาบางชนิด อาจหาซื้อไม่ได้ในต่างแดน หากไม่มีใบรับรองจากคุณหมอ เราควรจะนำติดตัวไป แต่ไม่ต้องขนไปจำนวนมากจนคิดว่าเราขนยาเสพติดเข้าประเทศเขา ยาที่ว่าคือยาประเภทแก้อักเสบ แก้ท้องเสีย แก้แพ้ และนักเรียนที่มีโรคประจำตัวกควรพกยาที่จำเป็นไปด้วย แต่ถ้าจะให้ดี ควรมีใบรับรองจากคุณหมอประจำตัวติดไปด้วย

  • เสื้อผ้า

ไม่ต้องเตรียมไปมากนักสำหรับเสื้อกันหนาว เสื้อโค้ต เตรียมไปแค่ตัวหรือสองตัวก็พอ เพราะนักเรียนสามารถซื้อที่ประเทศนั้นๆ ได้ในช่วงลดราคาประจำปี จะได้เสื้อผ้าที่ทันสมัย และราคาไม่แพง แต่ควรเตรียมลองจอห์นไป หรือเสื้อผ้าที่สวมไว้ด้านในเพื่อให้ความอบอุ่นในช่วงฤดูหนาว ที่บ้านเราจะมีราคาถูกกว่า

  • ของใช้ส่วนตัว

นอกจากเสื้อ กางเกง ชุดชั้นใน ผ้าเช็ดตัวที่ต้องพกไป ของส่วนตัวที่ใส่กระเป๋าไปด้วยก็ไม่เสียหลาย เช่น ที่ตัดเล็บ ร่มหรือเสื้อกันฝน เครื่องโกนหนวด ไดร์เป่าฝม หมวกคลุมอาบน้ำ รองเท้าแตะ รองเท้าผ้าใบ ถุงเท้า น้ำยาล้างคอนเทนเลนส์ หวี สำลีปั่นหู ไม้จิ้มฟัน แปรงสีฟัน สบู่ แชมพูขวดพกพา ผ้าอนามัย เป็นต้น

  • อาหาร

ก่อนนำอาหารติดตัวไปด้วย ควรศึกษาประเทศที่เราจะเดินทางไปให้ดีว่าอนุญาตให้นำอาหารเข้าไปได้หรือไม่ เช่น ออสเตรเลีย เข้มงวดมากห้ามนำอาหารเข้าประเทศโดยเด็ดขาด ส่วนอังกฤษอาจมีผ่อนปรนบ้าง คือนำเข้ามาได้แต่ต้องเป็นแบบปรุงสุกและใส่ในหีบห่อมิดชิด มีตราถูกต้อง เช่น หมูหยอง หมูแผ่น มาม่า โจ๊กซอง แต่ไม่ใช่ของสด และถ้าเป็นผลไม้ นำเข้าได้ไม่เกิน 1 กิโลกรัมเท่านั้น

  • เอกสารสำคัญจากทางโรงเรียน

เอกสารต่างๆ ที่เราได้จากทางโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นจดหมายตอบรับ จดหมายระบุที่อยู่ของโฮสต์แฟมิลี่ ตั๋วเครื่องบิน ใบประกันสุขภาพ ใบตรวจเอ็กซเรย์ปอด (ประเทศอังกฤษ) เอกสารเหล่านี้ต้องนำติดตัวใส่กระเป๋าถือขึ้นเครื่องด้วย เพื่อจะนำออกมาแสดงให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองดู

  • หนังสือคู่มือการเดินทางประเทศนั้นๆ

เป็นตัวเลือกสำหรับนักเรียนที่อยากใช้เวลาว่างจากการเรียน ท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ หนังสือคู่มือท่องเที่ยวเดินทางเป็นภาษาไทย อาจถูกจริตนักเรียนไทยมากกว่า เพราะแนะนำสถานที่ที่คนไทยชอบได้ถูกใจกว่า

  • ศึกษาหาข้อมูลของประเทศนั้นๆ

ไม่ว่าจะเป็นแผนที่โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย ที่พัก แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ แหล่งชุมชน ร้านค้า การเดินทาง ข้อมูลราคาอาหาร ราคาตั๋วรถโดยสาร วิธีการซื้อ ฯลฯ ซึ่งหาได้จากเว็บไซต์ และควรพริ้นต์แผนที่ที่จำเป็นติดตัวด้วย เพื่อสร้างความมั่นใจ และวางแผนการเดินทางล่วงหน้าได้อย่างมั่นใจอีกด้วย

  • แลกเงิน ดราฟต์

ควรแลกเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าไว้ก่อนเดินทาง เช็คอัตราแลกเปลี่ยนจากธนาคารหรือบริษัทรับแลกเงิน เพื่อเปรียบเทียบกัน ส่วนมากบริษัทรับแลกจะแลกได้ถูกกว่าธนาคาร อย่าพกเงินสดติดตัวไปเยอะ จะเป็นอันตราย ควรพกบัตรเอทีเอ็มที่กดเงินในตู้ทั่วโลก ค่อยกดยามจำเป็น ถ้าเป็นค่าเล่าเรียนที่ต้องจ่ายมหาวิทยาลัย ให้ซื้อเป็นดราฟต์ระบุสั่งจ่ายชื่อมหาวิทยาลัย จะได้ไม่ต้องพกเงินก้อนใหญ่

  • การส่งของไปต่างแดน

การส่งของไปต่างแดนโดยไปรษณีย์ทางอากาศหรือทางเรือ ไม่เป็นที่นิยมนัก หากส่งทางอากาศ ราคาค่าส่งจะสูงมากถึง 1,000 – 2,000บาท ต่อ 1 กิโลกรัม แล้วแต่ประเทศในโซนไหนของโลก เช่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย อังกฤษ การส่งของทางเรือใช้เวลา 1 – 3 เดือนกว่าจะถึง ต้องส่งในปริมาณมาก เช่น อย่างน้อย 1 กล่องมาตรฐานบรรจุน้ำหนักได้ราว 10 – 30 กิโลกรัม เฉลี่ยกล่องแรกกล่องละประมาณ 7,000 บาทขึ้นไป กล่องต่อไปอาจถูกลง ถ้าไม่มีความจำเป็นแนะนำว่าหาซื้อที่ประเทศนั้นจะดีกว่า แม้จะแพงกว่าซื้อในบ้านเรามาก แต่คุ้มกว่าที่จะเสียค่าส่งราคาแพงกว่าค่าของหลายเท่า

Powered by HELLO! Education