คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า ภาวะผู้นำ คือ การมีตำแหน่ง มีอำนาจ เสียงดัง เป็นหัวหน้า กล้าแสดงออก สั่งให้ใครทำอะไรก็ได้ แต่ความจริงไม่ใช่เลย แล้ว ภาวะผู้นำคืออะไร? และเราจะสร้างภาวะผู้นำให้เกิดขึ้นได้หรือไม่? เรามีคำตอบ จากนักวิชาการด้านการพัฒนาทรัพยากรบุคคลที่มีประสบการณ์มากมายทั้งการสอน การฝึกอบรม การ Coaching การสัมมนาไปจนถึงจัดทำรายการวิทยุที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการพัฒนาบุคลากรรศ.ดร.วิชัย อุตสาหจิต คณบดีคณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ในเรื่องของการสร้างภาวะผู้นำ”

ภาวะผู้นำ หรือ Leadership ไม่ได้หมายความว่าคนคนนั้นจะต้องมีอำนาจ มีตำแหน่ง มีหน้าที่ในการเป็นหัวหน้า แต่ภาวะผู้นำคือภาวะของความสามารถในการนำตนเอง นำคนอื่น สามารถโน้มนำให้เกิดพฤติกรรมไปในแนวทางที่เหมาะสม สร้างสรรค์ และเป็นประโยชน์ ผู้ที่มีภาวะผู้นำจะมีชีวิตที่มีความสุข อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี และสามารถสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ตนเอง แก่องค์กรและสังคมได้ โดยมีองค์ประกอบชีวิตหลักๆ 4 ประการ คือ

วัยเด็ก

คือ การเริ่มต้นเส้นทางการพัฒนา ในวัยเด็กแต่ละคนมีพื้นฐานครอบครัวอย่างไร ได้รับการอบรมเลี้ยงดูจากครอบครัวอย่างไร ถูกปลูกฝังค่านิยมอะไรมาบ้าง มีวิธีคิดอย่างไร มีสภาพแวดล้อมอย่างไร มีบุคลิกลักษณะเฉพาะตัวอย่างไร นอกจากนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น พันธุกรรม หรือสารเคมีในร่างกายของแต่ละคน

การศึกษา

การศึกษาที่ต่างกัน ทำให้คนเราพัฒนาบุคลิกลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน เช่น ผู้ที่เรียนด้านวิศวกรรม มีบุคลิกนิสัยใจคอความชอบหรือวิธีคิด ที่แตกต่างจากผู้ที่เรียนมาทางด้านภาษาหรืออักษรศาสตร์

ทำงาน

องค์กรและลักษณะงานที่ทำมีส่วนไม่น้อยในการหล่อหลอมบุคคลให้โน้มนำไปในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง หากงานที่ทำเป็นงานซ้ำๆ หรือ Routine อาจทำให้คนนั้นไม่มีความคิดสร้างสรรค์ ขาดโอกาสที่จะพัฒนาตัวเอง หากองค์กรมีการฝึกอบรม มีการระบบการ coaching มีระบบพี่เลี้ยงจะทำให้คนๆนั้นถูกฟูมฟักในรูปแบบขององค์กรที่ทำงานอยู่ หากคนไหนมี World View ยิ่งทำให้มีภาวะผู้นำสูงขึ้น เพราะมีมุมมองต่อโลกที่เปิดกว้าง ตระหนักว่าตนเองมิได้เป็นจุดศูนย์กลางของโลก แต่โลกมีอะไรอีกมากมายที่ต้องเรียนรู้

โจทย์ชีวิต

หรือ Life Story คือ การที่เราต้องพบกับปัญหา เผชิญกับวิกฤต ประสบกับอุปสรรค หรือมีความผิดพลาดเกิดขึ้นในชีวิต หากฟันฝ่าไปได้จะเพิ่มความมั่นคงเข้มแข็งในจิตใจให้ก้าวสู่ภาวะผู้นำได้ดียิ่งขึ้น

ดร. วิชัย เชื่อว่าการสร้างภาวะผู้นำให้เกิดขึ้นได้นั้น ต้องเริ่มกันตั้งแต่เด็ก ด้วยการบ่มเพาะและปลูกฝังพื้นฐานที่เหมาะสมแต่ละช่วงอายุและวัยของเด็กแต่ละคน ที่สำคัญต้องเริ่มด้วยการให้เด็กได้ค้นพบตัวเองหรือ Self-Assessment มีโอกาสค้นหาว่าตนเองมีจุดเด่นในเรื่องใด มีจุดอ่อนตรงไหน มีความชอบในสิ่งใด จากนั้นให้เขาเลือกว่าต้องการพัฒนาตัวเองอย่างไร จึงค่อยพัฒนาไปสู่สิ่งที่เขาอยากจะเป็น

ระบบการศึกษาที่จะช่วยบ่มเพาะ สร้างสรรค์ และดึงเอาศักยภาพความเป็นผู้นำในตัวเด็กออกมาได้ ไม่น่าจะเป็นการศึกษาที่เน้นการเรียนการสอนในห้องเรียนหรือการศึกษากระแสหลัก (Formal Education) แต่ควรจะเป็นการศึกษาทางเลือกที่เปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้ทักษะชีวิต ได้เรียนรู้จากแหล่งความรู้จริงที่จับต้องได้ มีการสอนให้รู้จักคิด วิเคราะห์ และตั้งคำถาม เช่น แนวการศึกษาแบบองค์รวม (Holistic Education) หรือการศึกษาแบบ Life-based Learning… ปัจจุบันมีโรงเรียนทางเลือกของการศึกษาแนวใหม่เกิดขึ้นแล้วหลายแห่งในไทย

ทฤษฎีเรื่องภาวะผู้นำ

แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่ๆ คือ

  • Trait Theories

เป็นการพัฒนาความเป็นผู้นำที่ตั้งธงไว้ว่าผู้นำที่ดีควรจะมีลักษณะอย่างไร แล้วพัฒนาไปในทิศทางนั้น โดยอาจจะมีการนำบุคคลที่ชื่นชอบเป็นตัวอย่าง เช่น อยากเก่งเหมือนมหาตมะ คานธี ก็ถอดรหัสว่าท่านมีคุณสมบัติอะไร และมีได้อย่างไร จากนั้นก็พยายามพัฒนาไปสู่คุณลักษณะที่น่าชื่นชมนั้น

  • Behavioral Leadership Theories

บอกว่าการสร้างความเป็นผู้นำจะต้องมีชุดของพฤติกรรมที่เหมาะสม และเชื่อว่าภาวะผู้นำไม่ได้มีมาแต่กำเนิด แต่คนเราสามารถพัฒนาไปสู่ความเป็นผู้นำที่ประสบความสำเร็จได้

  • Situational Leadership Theories

คือผู้นำที่สามารถปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ เชื่อว่าผู้นำที่ดีคือจะต้องสามารถปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ได้ เหมือนการเล่นหมากรุก เมื่อเจอคู่ต่อสู้ในแบบต่างๆ ก็จะต้องเล่นด้วยกลยุทธ์ที่ไม่เหมือนกัน

  • Transformational Leadership Theories

หมายถึงผู้นำที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นได้ ผู้นำจะต้องสามารถสร้างให้เกิดผลลัพธ์ เกิดการเปลี่ยนแปลงในองค์กรหรือหน่วยงานให้ได้ จึงจะถือเป็นผู้นำที่ประสบความสำเร็จ

สิ่งสำคัญที่สุดที่ดร.วิชัยเน้นย้ำ นั่นคือการสร้างภาวะผู้นำไม่ได้อยู่เพียงในโรงเรียนหรือหยุดเพียงแค่จบการศึกษา หากแต่การพัฒนาคนไปสู่ภาวะผู้นำ จำเป็นต้องดำเนินไปตลอดชีวิตของคนเรา หรือเป็น Lifelong Learning เพราะการศึกษาเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น เป็นประตูให้เดินเข้าไปส่วนต่อจากนี้ไปจะช่วยให้เราเป็นตัวตนที่ประสบความสำเร็จหรือไม่นั้นอยู่ที่ปัจจัยระหว่างทางต่างหาก

หลักการในการจัดหลักสูตรหรือนำมาใช้ในการพัฒนาสู่ภาวะผู้นำจะต้องประกอบด้วยลักษณะ 5 ประการ เรียกว่า “Architecture of Leadership Development” ได้แก่

  • การลงมือปฏิบัติ” (Action Based) เพราะการเรียนรู้เพียงทฤษฎียังไม่พอ ต้องลงมือปฏิบัติด้วย เพื่อสร้าง
  • ประสบการณ์ตรง” (Experiential) ที่จับต้องได้จริง โดยคนๆ นั้นจะต้อง
  • เรียนรู้เป็น” (Self-directed) คือนำตนเองได้ รู้ว่าตนเองยังขาดอะไร บกพร่องตรงไหน สามารถตั้งคำถามเป็นและรู้ว่าควรไปหาคำตอบจากที่ใด ซึ่งจะทำให้เกิดการ
  • ค้นพบด้วยตนเอง” (Self-discovered) เพราะผู้สอนจะไม่สามารถสอนทุกสิ่งทุกอย่างได้ทั้งหมด ผู้เรียนจะต้องเกิดความอยากรู้ เกิดความสนใจที่จะค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเองให้ได้
  • การเจริญสติ” (Mindful) เป็นหนทางสะสมพลังของจิตที่ก่อให้เกิดความหลักแหลมทางปัญญาภายในตัว

ไม่ว่าจะเป็นทฤษฎีใด หรือความเชื่อแบบไหน แต่ภาวะผู้นำสามารถสร้างได้ หากเราเข้าใจองค์ประกอบพื้นฐานของชีวิต

ภาวะผู้นำควรได้รับการบ่มเพาะตั้งแต่วัยเด็ก ไม่ว่าเด็กคนนั้นจะเป็นเด็กเก่ง เด็กหัวกะทิ หรือเด็กหลังห้อง เด็กทุกคนสามารถพัฒนาสู่ความมีภาวะผู้นำได้หากได้รับโอกาสในการค้นหาตัวตนที่แท้จริง และพัฒนาไปในแนวทางที่เขาพึงพอใจ และที่สำคัญที่สุด การพัฒนาภาวะผู้นำจะต้องเกิดจากการเรียนรู้ตลอดชีวิต” (Life-long Learning) เพราะไม่มีคำว่าสายเกินไปหากเราพร้อมที่จะเรียนรู้และพัฒนาตนเอง

Powered by HELLO! Education