จากความฝันอยากเป็นนักร้อง ผ่านการประกวดมาแทบทุกเวที ขณะที่การเรียนสายวิทย์ ไม่เคยมีความคิดอยู่ในหัว เหตุไฉนจึงพลิกผันกลายเป็นนักเรียน ทุนอานันทมหิดล ค้นหาคำตอบและเรื่องราวความเป็นมาของคุณนิว–ภูริต บวรชุติชัย ผู้ผ่านจุดเปลี่ยนของชีวิต

จากเด็กหลังห้องสู่เด็กหน้าห้อง

จากเด็กนักเรียนระดับปานกลางที่มักสถิตย์อยู่หลังห้อง ฝันอยากเป็นนักร้อง ส่วนวิชาการสายวิทย์ไม่ต้องพูดถึง ไม่เคยมีอยู่ในหัวสมอง คุณนิวเล่าว่า “ผมเรียนชั้น ป. 1 หลักสูตรอินเตอร์ฯ ที่โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จนถึง ป. 2 แล้วย้ายมาเรียน St. Stephen’s International School จนถึงมัธยมปลายเพราะว่าใกล้บ้าน เป็นโรงเรียนเปิดใหม่เล็กๆ อบอุ่น ได้พัฒนาภาษาอังกฤษ แรกๆ ที่เข้าไปไม่กล้าพูดเลย ขี้อาย แต่ค่อยๆ ฝึกไป เขาใช้หลักสูตรของอังกฤษ ผมเป็นรุ่นแรกเลยครับที่จบมัธยมศึกษาตอนปลายจากที่นี่”

แล้วอะไรที่ทำให้กลายเป็นเด็กหน้าห้อง “ความกดดันครับ มีการแข่งขันด้วย แรกๆ ผมจะอคติกับวิชาวิทยาศาสตร์มาก ไม่ชอบสายวิทย์ ชอบร้องเพลง ถึงขั้นดร็อปเรียนชีววิทยาเลย วิชาวิทยาศาสตร์ได้เกรด D เพราะไม่เข้าใจ เลยย้อนถามตัวเองว่าอ่านหนังสือเต็มที่หรือเปล่า จนได้แรงบันดาลใจจากอาจารย์ต่างชาติที่สอนฟิสิกส์ ชื่ออาจารย์อลิซาเบธ ซึ่งจบด็อกเตอร์ทางด้านนาโนมา ใจดีมาก เรียนแล้วไม่กดดัน ทำให้เรากล้าถาม จากที่เมื่อก่อนจะก้มหน้าก้มตาจดเลกเชอร์อย่างเดียว พอกล้าถาม ทำให้เข้าใจมากขึ้น ถือเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตเลย พอข้อมูลเริ่มเข้ามาเยอะ เพื่อให้จำได้หมด เลยทำ Mind Map เพื่อหาความเชื่อมโยงระหว่างคอนเซปต์นั้นกับคอนเซปต์นี้ จริงๆ มีสอนทำ Mind Map ในวิชาภาษาไทย แต่ผมนำมาประยุกต์ใช้กับวิชาอื่นๆ จากนั้นเปลี่ยนเป็นทำชีทสรุป โดยเอาเลกเชอร์มาย่อเป็นข้อๆ แล้วนำมาปะติดปะต่อกัน เหมือนอ่านนิยายสนุกๆ เรื่องหนึ่ง ถือเป็นวิธีทำความเข้าใจที่ดีที่สุดของผม และยังทำวิธีนี้จนถึงตอนนี้เลยครับ”

กลับมาหลงรักสายวิทย์

จากวิธีเรียนนี้เองที่ทำให้ได้คะแนนนำโด่งในวิชาต่างๆ และจุดประกายให้อยากกลับมาเรียนชีววิทยา เพราะอยากเรียนวิศวกรรมศาสตร์ด้านนาโน เหมือนอาจารย์อลิซาเบธ “ผมดร็อปวิชาชีววิทยาตั้งแต่อยู่มัธยมต้น เพราะไม่คิดว่าจะเข้าวิศวะซึ่งใช้คะแนนชีววิทยาด้วย ทำยังไงดี ปีสุดท้ายเลยไปขอเรียนพิเศษกับอาจารย์ที่มาสอน A Level เพราะปีสุดท้ายไม่มีวิชาเรียนทุกวัน มีช่วงว่างประมาณสิบโมงเช้าถึงเที่ยง อาจารย์เลยช่วยสอนวิชานี้ทั้งสามปีภายในสามเดือนให้แบบตัวต่อตัว แล้วผมซื้อหนังสือสอบ SAT มาอ่าน จากนั้นก็สอบเข้าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเป็นนักเรียนที่สมัครด้วยคะแนนสูงเป็นอันดับต้นๆ ทำให้ได้รับทุนเรียนฟรีตลอด 4 ปี” คุณนิวเล่า

ภูริต บวรชุติชัย จากฝันเป็นนักร้อง..สู่นักเรียนทุนอานันทมหิดล

นักเรียนทุนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

“ชีวิตผมเปลี่ยนเลย พอได้ทุนอินเตอร์ฯ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาคนาโน ซึ่งต้องประคองเกรดตลอด 4 ปี ไม่ให้ต่ำกว่า 3.6 ผมได้ค่าเล่าเรียนครบทั้ง 4 ปี จากที่ไม่เคยชอบชีววิทยา พอได้มาเรียนนาโนกลายเป็นชอบไปเลย จริงๆ คุณพ่อ (ธนนพศักดิ์ บวรชุติชัย) อยากให้เป็นหมอ แต่เรายังรู้สึกว่าไม่ใช่ ไม่มีความรู้แน่นขนาดนั้น และเป็นอาชีพที่ต้องทุ่มเทมาก ตอนแรกผมกลัวสังคมที่มหาวิทยาลัยนะ เพราะผมมาจากโรงเรียนที่มีนักเรียนแค่ 12 คน มาสู่นิสิตภาคอินเตอร์ฯ รุ่นละนับ 100 คน ผมเลยขยันเต็มที่ แล้วค้นพบว่าตัวเองชอบสอน ชอบถ่ายทอด ไม่ใช่แค่ได้สอนเพื่อน แต่ได้สอนตัวเองด้วย เป็นการทดสอบที่ดีว่าเราเข้าใจเรื่องนี้จริงหรือเปล่า เทอมแรกได้เกรดเฉลี่ย 4.00 เลย ตกใจครับ เราเริ่มแยกเมเจอร์ตอนปี 3 และผมชอบทางไบโอนาโน เลยมุ่งไปทางนี้ แต่มันมีตั้ง 20 แขนง ทั้งที่เคยเข้าใจว่ามีแค่แขนงเดียว”

เมื่อพบทางที่ใช่…เลยเดินหน้าคว้าฝัน “ผมได้มีโอกาสเรียนวิชา Drug Daily Life การใช้ยาในชีวิตประจำวัน เปิดสอนโดยอาจารย์แพทย์ เป็นวิชาทั่วไปที่เปิดให้นิสิตต่างคณะลงเรียน เป็นความรู้อย่างกว้างๆ เกี่ยวกับยา แล้วมีอาจารย์มาสอนวิชา Nanomedicine ผมชอบมาก พอขึ้นปี 4 ต้องหาโปรเจกต์ทำตลอดทั้งปี ผมคุยกับทางอาจารย์แพทย์บอกว่าผมสนใจด้านนี้ ท่านสัมภาษณ์ผมอยู่ 2 อาทิตย์ อยากให้แน่ใจว่าเราชอบจริงๆ เลยเริ่มให้โปรเจกต์ที่กลายเป็นโปรเจกต์จบของผม แล้วท่านเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของผม จนกระทั่งได้ทุน”

สู่นักเรียน ทุนอานันทมหิดล

เส้นทางที่ไม่ง่ายแต่ไม่เกินความสามารถของคุณนิว สร้างความภาคภูมิใจให้แก่ตัวเองและครอบครัว “เขาคัดอยู่ 3 รอบ จากนักเรียนเกียรตินิยมอันดับ 1 สาขาวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทั้งหมด แล้วเราได้รับเลือก น้ำตาไหลเลย ดีใจครับ ทุนนี้ครอบคลุมค่าตั๋วเครื่องบินไป – กลับ ค่าคอมพิวเตอร์ ค่าตำราเรียน ค่าส่งของกลับ ค่ากินอยู่ และค่าเล่าเรียนทั้งหมด ผมพยายามใช้เงินให้คุ้มค่าที่สุดไม่รบกวนทางบ้าน” เขาได้ไปเรียนปริญญาเอก Health Care Innovation ที่ University of Oxford “เกี่ยวกับวิศวกรรมชีวเวท หรือการพัฒนานวัตกรรมใหม่ทางการแพทย์ ซึ่งผมอยากผลักดันให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในไทยอย่างจริงจัง” ปัจจุบันคุณนิวกำลังรอบรรจุเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยตามสัญญาใจที่อยากกลับมาตอบแทนประเทศชาติ

ภูริต บวรชุติชัย จากฝันเป็นนักร้อง..สู่นักเรียนทุนอานันทมหิดล

น้องๆ ก็ทำได้

อยากจะประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับเขา “อย่ารอ” คือประโยคแรกที่คุณนิวแนะนำ “ผมมองว่าอย่ารอให้โอกาสมาหาเรา แต่ให้เราเดินไปหาโอกาสเองมากกว่า ถ้าอยากโต อยากเก่ง อย่ารอให้ใครมาหยิบยื่นโอกาสให้เรา เพราะมันไม่ได้มาง่ายๆ ให้เดินไปหาโอกาสเอง อาจใช้เวลาหน่อย อย่างผมใช้เวลาหลายปีในการค้นหาตัวเองว่าชอบอะไร ปัญหาส่วนใหญ่ของน้องๆ คือ ยังไม่รู้ว่าชอบอะไร ให้เปิดโลกด้วยการคุยกับคนเยอะๆ หรือไม่ก็เข้า Google อ่านหนังสือ ข้อเสียของผมคือไม่ชอบอ่านหนังสือ แต่ผมชอบพูดคุย ชอบพบปะผู้คน หาไอเดียให้ตัวเอง สร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเอง เราจะได้รู้ว่าอะไรที่เหมาะสมกับเราที่สุด และเมื่อพบแล้วต้องทำให้ดี และรักที่จะทำ เต็มที่กับมัน ตัวผมไม่มองเรื่องชื่อเสียงเงินทองเลย ผมว่าถ้าเราทำได้ดีเราจะมีความสุขเอง และจะสร้างประโยชน์แก่ผู้อื่น”

 

Powered by HELLO! Education