หน้าที่ของผู้ปกครองที่ดี ต้องส่งเสริมลูกให้ได้ลองผิดลองถูก จนพบสิ่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับพวกเขา เช่นเดียวกับน้องท้อด–ภูริศ และน้องแมท–ธฤต อมาตยกุล โดยเฉพาะน้องท้อด ที่เข้าประกวดหลายเวทีต่างจนได้รางวัลมาครองจากหลายสถาบัน คุณพรรณสิรี อมาตยกุล หรือคุณปอ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด ผู้พร้อมผลักดันทุกความสามารถที่ซ่อนอยู่ในตัวลูกชายทั้ง 2 ให้ฉายแววออกมามากที่สุด พร้อมกับการปูทางไปสู่อนาคตที่ดี

ฉายแววศิลปิน

 คุณปอเผยถึงจุดเริ่มต้นการให้การศึกษากับลูกชายคนโต ก่อนจะค้นพบว่าเขามีพรสวรรค์และรักในศิลปะ “ท้อดเริ่มเรียนที่ St. Andrews International School ตั้งแต่ยังไม่ถึงสองขวบ และย้ายมาเรียนที่ ISB (International School Bangkok) ตอนเกรด 2 ที่เลือกโรงเรียนนี้ให้ลูกเพราะคิดว่าเป็นโรงเรียนที่พร้อมทั้งวิชาการและกิจกรรมหลังเลิกเรียนที่หลากหลาย เด็กได้มีพัฒนาการทุกรูปแบบ ตัวเองก็เคยเรียนที่นี่ ค่อนข้างคุ้นเคยและผูกพัน ท้อดเรียนอยู่ในระดับดี ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ”

ระหว่างที่มุ่งมั่นกับการหาความรู้เชิงวิชาการที่ ISB การแสดงละครเวทีเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เขาอยากทำให้ดีพร้อมๆ กัน จนค้นพบพรสวรรค์ในการร้องเพลง เขาเล่าว่า “การร้องเพลงของท้อดเริ่มจากความสนใจอยากเล่นละครเวทีของโรงเรียน ตอนนั้นคุณพ่อชวนไปดูละครเวทีที่รุ่นพี่เกรด 4 – 5 เล่น พอได้ดูก็อยากเล่นบ้าง เพราะเวทีใหญ่มาก ถ้าได้เล่นคงจะเท่ดี พอมาปรึกษาคุณแม่ ท่านบอกว่าถ้าอยากเล่นละครเวที ต้องร้องได้ เต้นได้ จึงพาผมไปเรียนที่ Star Maker Voice Academy ตอนแรกผมไม่อยากไป แต่คุณแม่ให้ลองดู

“พอได้ทดสอบคุณครูบอกว่าใช้ได้ หลังจากนั้นจึงเริ่มเรียนร้องเพลง เริ่มฝึกวิธีการหายใจที่ถูกต้อง ได้ลองร้องเพลงแนวใหม่ๆ ทั้งป๊อป แจ๊ส เพลงไทยก็ได้ร้อง ท้อดยังเล่นดนตรีทั้งแซ็กโซโฟนกับเปียโน ได้เล่นแซ็กโซโฟนในวงของโรงเรียนด้วย ผมชอบทั้งร้องเพลงและดนตรี จะว่าไปอะไรที่เป็นศิลปะก็ชอบหมด วาดรูปผมก็ชอบด้วยเหมือนกัน”  

ภูริศ อมาตยกุล เด็กชายผู้หลงใหลในเสียงเพลง

คุณแม่ผู้อยู่เบื้องหลัง

“ตัวเองไม่มีหัวทางศิลปะ เพลงก็ไม่ค่อยได้ฟัง คุณพ่อเขาก็เหมือนกัน ตอบไม่ได้ว่าลูกได้ทักษะทางด้านนี้มาจากใคร เห็นเขาวาดรูปตั้งแต่เด็กๆ แล้วก็แปลกใจว่าวาดออกมาได้ค่อนข้างดี แซ็กโซโฟนก็ไม่เคยเรียนที่ไหนนอกจากเรียนที่โรงเรียน ด้วยความที่เขาตั้งใจฝึกซ้อมและอาจจะบวกกับพรสวรรค์ด้วย ตอนนี้เขาได้ขึ้นไปถึงขั้นสูงสุดของมิดเดิลสคูล ได้เล่นรวมกับพี่เกรด 8 ในระดับซิมโฟนิกแล้ว”

จากแรงผลักดันที่ดีของครอบครัว น้องท้อดได้เริ่มต้นจากการแข่งขันภายในของ Star Maker จนถึงการประกวดนอกโรงเรียนในเวทีที่ใหญ่ขึ้น “ระหว่างสองปีที่ผมรอให้ถึงเกรด 4 ที่สามารถเล่นละครเวทีได้ ผมมีโอกาสร่วมแข่งขันร้องเพลง ซึ่งสถาบันที่เรียนจะส่งนักเรียนมาประกวดกัน ปี 2014 ผมได้ 2 รางวัล คือรางวัลดีเด่นอันดับหนึ่ง และ Best Creative Performance Award ส่วนปี 2015 ได้ดีเด่นอันดับหนึ่งและ Best Entertainer Award น้องแมทตามมาเรียนด้วยที่ Star Maker เพราะคุณแม่เห็นว่าไหนๆ ก็ตามผมมาที่สถาบันอยู่แล้ว พอเริ่มเรียนก็ได้รู้ว่าน้องแมทก็มีความสามารถทางนี้เหมือนกัน”

ภูริศ อมาตยกุล เด็กชายผู้หลงใหลในเสียงเพลง

สู่เวทีการประกวด

“นอกจากการแข่งขันภายในของ Star Maker แล้ว ยังมีการประกวดบนเวทีอื่นๆ อีก เช่น Singing Kids และ Fortune Town The Best Kid Singers จริงๆ ตั้งใจไปแข่งเพื่อหาประสบการณ์ เตรียมตัวไปน้อยแต่ดีใจมากที่ได้รางวัลชนะเลิศจากเพลง New York State Of Mind” หลังจากสั่งสมประสบการณ์การแข่งขันร้องเพลงอย่างต่อเนื่อง คุณพรรณสิรีได้สานฝันของลูกชายสู่การแข่งขันบนเวทีระดับประเทศอย่าง เดอะวอยซ์ คิดส์ ไทยแลนด์ และการประกวดเพลงพระราชนิพนธ์ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร “ส่งเขาไปเดอะวอยซ์ คิดส์ ให้ไปลองตั้งแต่ซีซั่นหนึ่งเลย ดูมีแวว แต่ไม่ผ่าน ปีที่สองผ่านไปถึงรอบบลายด์ออดิชั่น พอซีซั่น 3 ได้ไปถึงรอบ 15 คนสุดท้าย ตอนนี้จึงรอไปเดอะวอยซ์ ไทยแลนด์เลย เพราะเสียงเขาเริ่มแตกหนุ่ม เรนจ์เสียงเริ่มเปลี่ยน”

เขายังได้เข้ารอบ 5 คนสุดท้ายในการประกวดเพลงพระราชนิพนธ์ของกรุงเทพมหานคร ชิงถ้วยพระราชทาน ซึ่งค่อนข้างยาก ส่วนละครเวทีได้เล่นเป็นนักแสดงหลักตั้งแต่เกรด 4 ปี 2013 รับบทเป็น Cat ตัวร้ายของเรื่อง Honk! Junior อีกปีต่อมา 2014 ได้เป็นพระเอกเรื่อง Doctor Dolittle และเกรด 7 ปี 2016 ได้เล่นเป็น Prince ในเรื่อง Into The Woods และเล่นละครเวทีเรื่อง โลกนิทาน The Musical ของ Star Maker ด้วย

ภูริศ อมาตยกุล เด็กชายผู้หลงใหลในเสียงเพลง

ไม่ทิ้งวิชาการ

“ถึงลูกจะสนใจด้านการร้องเพลงและการแสดง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเน้นเรื่องนี้เรื่องเดียว อยากให้เป็นงานอดิเรกที่ทำแล้วมีความสุข เป็นตัวช่วยพัฒนาอีคิวมากกว่า ได้ฝึกความรับผิดชอบ รู้แพ้รู้ชนะ สามารถรับคอมเมนต์ได้ รู้จักความผิดหวัง และพร้อมจะปรับปรุงตัวเอง ในเรื่องการเรียน อยากให้เขามีทักษะที่สมดุลทั้งด้านวิทย์และศิลป์ คุยกับท้อดไว้ว่า เรามีความสามารถด้านศิลป์ภาษา อ่านและวิเคราะห์ สื่อสารดีแล้ว ด้านเลข วิทยาศาสตร์ก็ต้องอยู่ในเกณฑ์ที่เท่าเทียมกัน ถึงจะให้ลูกได้วิชาการมากแค่ไหน ก็ไม่ได้ให้เรียนเพิ่มเติม แต่จะแนะให้เขารู้จุดอ่อนจุดแข็งของเขาในแต่ละวิชา เขาจะถามครูเสมอว่า ถ้าจะทำได้ดีกว่าเกณฑ์ในวิชานั้นๆ ควรต้องเรียนรู้อย่างไร ถ้าไม่เข้าใจ ให้ถามครูเสมอ แล้วใช้เวลาเจาะลึกในจุดที่ควรทำได้ดีขึ้น แบบนี้น่าจะดีกว่าให้เรียนพิเศษเยอะๆ

“เคยมีตอนมิดเดิลสคูล คะแนน MAP Test ของเขาต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ก็บอกเขาว่าตัวนี้เป็นตัวชี้วัดว่าเราต้องกลับมาใส่ใจ ดึงคะแนนกลับมา เขาก็โฟกัสมากขึ้นและทำคะแนนกลับมาอยู่เหนือค่าเฉลี่ยได้ เราให้เขาบริหารเวลาเอง โดยตกลงกันไว้ว่าถ้าไม่ได้ผลการเรียนตามที่ตั้งไว้ กิจกรรมอื่นต้องหยุดหมด” เมื่อได้รับความไว้วางใจจากคุณแม่ น้องท้อดก็สามารถทำทุกอย่างพร้อมๆ กัน ด้วยกฎที่ว่า การเรียนต้องมาก่อน และต้องใช้ทุกนาทีให้คุ้มค่า “อนาคตผมยังไม่ชัดเจนว่าอยากทำอะไร แต่ขอเป็นอะไรที่มีความสุข อยากตื่นขึ้นมาทำงานทุกวัน อาชีพในฝันตอนนี้คือสถาปนิก แต่ถ้ามีโอกาสเข้ามา ต้องไม่ปล่อยให้หลุดมือ ต้องมุ่งมั่น ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนว่านี่คือสิ่งที่เราอยากได้ ต้องไปให้ถึงที่สุด”

คุณปอเสิรมว่า “ตอนนี้อยากให้เขามีทักษะรอบด้าน การมีพรสวรรค์ด้านศิลปะใช่ว่าจะเก่งวิทยาศาสตร์ด้วยไม่ได้ วันหนึ่งเขาอาจจะทำงานหรือทำธุรกิจที่ผสมผสานศาสตร์เหล่านี้ได้อย่างลงตัว หน้าที่ของเราคือพยายามปูทางให้เขามีครบทั้งไอคิวและอีคิวโรงเรียนจะให้คะแนน Habits & Attitudes to Learning ซึ่งบ่งบอกถึงความรับผิดชอบ การเป็นผู้นำ การรับฟังความเห็นผู้อื่น และเข้ากันได้กับเพื่อน ซึ่งท้อดได้คะแนนสูงสุดในกลุ่มนี้ เราว่าเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยให้เขาพัฒนาตัวเองต่อไป พอถึงวันที่เขาจะไปเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น จะได้สามารถรับผิดชอบตัวเอง เข้ากับเพื่อนที่หลากหลาย และโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่ดีของสังคม”

Powered by HELLO! Education