ความรักความอบอุ่น การปลูกจิตสำนึก และสอนให้คิดวิเคราะห์ตั้งแต่เล็ก คือแรงผลักดันให้ลูกเป็น อัจฉริยะด้านดนตรี ในวันนี้ นี่คือสิ่งที่คุณพ่อ สุรชาติ ชื่นโชคสันต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบรนกรุ๊พ จำกัด เลี้ยงลูกชายน้องเปาเปา–จุลบุตร ชื่นโชคสันต์ จนคว้ารางวัลด้านดนตรีตั้งแต่อายุแค่ 7 ขวบ และในวัย 15 ปี สามารถเล่นเครื่องดนตรี ทั้งเปียโน คลาริเน็ต กู่เจิง รวมทั้งวิโอลาได้เชี่ยวชาญ เป็นที่ยอมรับ การันตีด้วยรางวัล Advanced Musician จาก Harrow International School

ปลูกจิตสำนึกด้วยหัวใจ

หัวใจสำคัญในการเลี้ยงลูกของคุณสุรชาติคือ การปลูกจิตสำนึก “ผมมองว่าเราต้องปลูกฝังให้เขาในช่วงวัยเริ่มเรียนรู้ตั้งแต่ 7 เดือนถึง 1 ปี เพราะไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ ทุกอย่างต้องมาจากการคิดก่อนแล้วนำไปสู่การปฏิบัติ อย่างตอนเด็กเวลาเขางอแง อย่าไปอุ้ม อย่าไปเอาใจ เอามือแตะได้ แต่อย่าอุ้มทุกครั้ง ต้องดูจังหวะ เวลาร้องอย่าอุ้มทันที พอเขาเริ่มพูดได้ก็สอนด้วยคำพูด สิ่งแรกคือการเล่านิทาน พูดถึงสิ่งที่เป็นด้านบวกให้เขา ไม่พูดในด้านลบ ไม่ส่งเสริมในเรื่องที่ผิด”

หัดให้คิดวิเคราะห์แล้วต้องฝึกสมาธิด้วย

นอกจากเรื่องการคิดวิเคราะห์ สมาธิก็เป็นสิ่งที่คุณสุรชาติค่อยๆ สอดแทรกในการเล่านิทานหรือกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตเสมอ “พอลูกโตเวลาเล่านิทานจะถามว่าเขาคิดอย่างไร จะถามก่อนว่าใครวิ่งเร็วกว่า เต่าชนะกระต่ายเพราะอะไร เขาเห็นด้วยไหม ให้เขารู้จักวิเคราะห์ หรือเวลาไปห้างสรรพสินค้า ถ้าอยากได้ของเล่นจะบอกเลยว่าอย่าซื้อเพราะอยากได้ แต่ถามเขาว่าถ้าพรุ่งนี้มีตัวใหม่ออกมาจะซื้ออีกไหม เขาจะคิดแล้วว่าถ้าซื้อตัวนี้ก็จะมีตัวใหม่มาอีกเรื่อยๆ เราจะยอมให้คนขายหลอกไปเรื่อยๆ หรือ เวลาเรียนดนตรีจะบอกตลอดว่า ถ้าอยากเล่นดนตรีเก่งต้องตั้งใจ เขาถึงเป็นเด็กที่มีความตั้งใจและมีสมาธิในการฝึก”

ค้นพบศักยภาพด้านดนตรี

เมื่อเปา-เปาอายุได้ 5 ขวบ คุณแม่ (สิตา ภานุภูวภัทร์) พาไปเรียนที่โรงเรียนดนตรียามาฮ่า แต่ด้วยความที่อาจารย์เห็นว่ายังเด็กเกินไปจึงไม่รับ แต่ได้อธิบายว่าลูกไล่โน้ตดนตรีจากคีย์บอร์ดเล็กๆ ได้ อยากให้คุณครูทดสอบดู ปรากฏว่าเปา-เปามีสมาธิและสามารถนั่งเรียนได้นานเหมือนเด็กโตกว่า โรงเรียนจึงรับไว้ หลังจากนั้นเพียงปีเดียว โรงเรียนก็ส่งเข้าแข่งขันรุ่นเล็กสุดของยามาฮ่าและได้รับรางวัล

ครอบครัวสนับสนุนต่อยอดไปสู่อนาคต

น้องเปา-เปา ลูกศิษย์ Harrow International School เล่าให้ฟังว่า “ผมเริ่มเล่นดนตรีตั้งแต่ 5 ขวบครึ่ง คุณแม่อยากให้เล่นเปียโน ผมชอบก็ลองเรียนดู พอได้แสดงก็เริ่มจริงจังมาเรื่อย เห็นความสำคัญมากขึ้น ผมเห็นเพื่อนหลายคนเล่นดนตรีเก่ง ก็ซ้อมมากขึ้น จากนั้นจึงแสดงคอนเสิร์ตมีคนชมว่าเล่นเก่ง เริ่มชอบมากขึ้นเรื่อยๆ จนมีโอกาสไปแข่งแล้วได้เหรียญเงินและเหรียญทองของยามาฮ่าด้วย”

“ผมเลือกเรียนคลาริเน็ต ที่ Harrow International School เพราะชอบ ตอนนี้เล่นมานานกว่า 5 ปีแล้ว ทั้งแสดงและเล่นในวงออร์เคสตร้าของโรงเรียน หลังจากนั้นเมื่อได้ไปเรียนภาษาจีนที่โรงเรียนสีตบุตรบำรุงก็ไปเจอคอร์สกู่เจิง ผมสนใจเพราะสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงเครื่องดนตรีชนิดนี้ จึงตัดสินใจเรียนแล้วรู้สึกชอบมาก เพราะคล้ายกับเปียโนคือกดคีย์ไหนเป็นคีย์นั้น กู่เจิงดีดสายไหนก็เป็นเสียงนั้น หลังจากนั้นก็เรียนวิโอลา เพราะเห็นว่าที่โรงเรียนมีรางวัล Advanced Musician ให้กับเด็กที่เล่นดนตรีได้ 2 ชนิดหรือมากกว่า ก็ภูมิใจครับ”

จุลบุตร ชื่นโชคสันต์…อัจฉริยะด้านดนตรีสร้างได้

เติบโตด้วยประสบการณ์

ความสามารถที่โดดเด่นทำให้ น้องเปา-เปามีโอกาสแสดงดนตรีนับครั้งไม่ถ้วน “ผมได้แสดงความสามารถหลายอย่างเพราะโรงเรียนเปิดโอกาส ทั้งวงร็อก วงออร์เคสต้า โรงเรียนสนับสนุนเด็กดีมาก ไม่ใช่แค่เรื่องดนตรี ทั้งวิชาการ กีฬา และอื่นๆ มีครูที่พร้อมช่วยเหลือ ให้คำแนะนำและมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วน เมื่อได้มาเล่นกู่เจิง คนไทยไม่ได้เล่นกันเยอะ คนที่แสดงได้ดีก็มีไม่มาก จึงได้รับเชิญไปเล่นหลายแห่ง รายได้พอเป็นค่าขนม ผมได้รับพระบรมราชานุญาตให้นำเพลงพระราชนิพนธ์ ‘ใกล้รุ่ง’ มาบันทึกลงแผ่นซีดีจำหน่ายเพื่อนำรายได้ทูลเกล้าฯ ถวายในหลวง ถือเป็นความภูมิใจครั้งหนึ่งในชีวิต”

แบ่งเวลาเรียน เวลาดนตรี

การรู้จักแบ่งเวลาระหว่างการเรียนและการเล่นดนตรีเป็นสิ่งสำคัญ “ปกติหลังเลิกเรียน ผมจะเรียนพิเศษบางวิชา ส่วนวันเสาร์อาทิตย์จะทุ่มเทให้กับการซ้อมดนตรี ซึ่งคุณพ่อคุณแม่คอยสนับสนุนและให้คำปรึกษาเสมอ” คุณพ่อสุรชาติเสริมว่า “เราให้ความสำคัญกับเรื่องเรียนของลูกตลอด อย่างเขาเรียนโรงเรียนนานาชาติตั้งแต่ 3 ขวบ จะอ่อนภาษาไทย ก็จะเชิญครูภาษาไทยมาสอนเสริมที่บ้าน ทุกวันนี้ภาษาไทยเขาจึงอยู่ในเกณฑ์ดี เราจะดูว่าลูกมีจุดแข็งจุดอ่อนอะไร แล้วพยายามปิดจุดนั้นให้ได้ เวลาทำการบ้าน ถ้าติดตรงไหนให้มาถาม ให้เขารับผิดชอบตัวเองและมีวินัย”

ช่วงเวลาแห่งการตัดสินใจ

การก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย เลือกคณะที่อยากเรียนเป็นสิ่งสำคัญ ความตั้งใจของหนุ่มคนนี้คือการเป็นนายแพทย์คนเก่งที่มีดนตรีเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต “ผมคิดว่าตัวเองเรียนดีนะ เกรดเฉลี่ยผมอยู่ระดับ A ของโรงเรียน ผมอยากเรียนแพทย์ที่ประเทศอังกฤษ ส่วนดนตรียังคงเล่นไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเล่นไม่ได้ แต่คงไม่เป็นนักดนตรีอาชีพ เพราะมองว่าอะไรที่ชอบมากๆ ถ้ามาทำเป็นอาชีพอาจจะเปลี่ยนใจไม่ชอบก็ได้ ดนตรีไม่ใช่แค่ช่วยคลายเครียด ยังได้ฝึกทักษะหลายอย่าง ทั้งความคิด สร้างสรรค์ การทำงานเป็นทีมเวิร์ก การลงมือปฏิบัติจริง การฝึกสมาธิ เป็นต้น”

คุณพ่อสุรชาติเสริมอีกว่า “สิ่งหนึ่งที่ผมบอกลูกเสมอคือ ถ้าอยากเรียนแล้วไม่ได้เรียนก็อย่าเสียใจ เพราะถ้าไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ ไม่อยากให้ผิดหวัง แล้วมีปัญหา อยากให้เขาได้เรียนในสิ่งที่ใช่จริงๆ”

เทคนิคการเลี้ยงดูสู่ความสำเร็จ

จากความสำเร็จของน้องเปา-เปาในวันนี้ ทำให้เราอดไม่ได้ที่จะถามถึงเทคนิคการเลี้ยงลูกของคุณสุรชาติ “ผมบอกได้เลยว่าเด็กสร้างได้ ทุกคนฝึกได้ สอนได้ อยู่ที่พ่อแม่ต้องฝึกและสอนให้ถูกวิธี โดยเริ่มตั้งแต่ยังเล็ก เพราะจิตใต้สำนึกเป็นเรื่องใหญ่ที่จะนำไปสู่การแยกแยะ ผมมีหลักในการใช้ชีวิตอยู๋ 4 ข้อ หนึ่ง ต้องคิดเป็นไม่ใช่แค่คิดได้ สอง ต้องทำเป็น ไม่ใช่แค่ทำได้ สาม ต้องพัฒนาเป็นต่อยอดเป็นจะนำไปสู่การเกิดนวัตกรรมใหม่ๆ และสี่ ต้องมีคุณธรรมและจริยธรรม อย่าโกงหรือเอาเปรียบใคร ผมมีเป้าหมายในการพัฒนาลูกด้วยหลักการ 4 ข้อนี้ มาถึงวันนี้ ผมภูมิใจในตัวลูกชายคนนี้ของผมครับ”

Powered by HELLO! Education