พรสวรรค์ ความมุมานะอดทนฝึกซ้อม บวกกับการสนับสนุนแบบสุดตัวจากครอบครัว ทำให้น้องเมจิ–เจนจิรา จินังกุล ทายาทเจ้าของธุรกิจนำเข้า น้ำยาเช็ดกระจกรถยนต์ ธุรกิจสปารถยนต์และสปากระเป๋า และอสังหาริมทรัพย์ ผงาดขึ้นมาเป็นนักกอล์ฟเยาวชนหญิงอนาคตไกลของเมืองไทย และกำลังก้าวเข้าสู่การแข่งขันกอล์ฟระดับโลก   

ค้นพบพรสรรค์โดยบังเอิญตั้งแต่เด็ก

อายุแค่ 16 ปี แต่กวาดรางวัลในฐานะนักกอล์ฟเยาวชนมาแล้วหลายสนามทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ แต่ใครจะทราบว่านักกอล์ฟอนาคตไกลในวันนี้เกิดจากความบังเอิญโดยแท้ เพราะต้องไปรอน้องชาย (เคนจิ–กร จินังกุล) ซ้อมตีกอล์ฟอยู่บ่อยครั้งจนฉุกคิดขึ้นมาว่า ทำไมเราไม่ลองตีดูบ้าง? ว่าที่นักกอล์ฟ พรสวรรค์ จึงถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่ตอนนั้น คุณจี๊ด–อรพินท์ จินังกุล คุณแม่น้องเมจิเท้าความว่า “เมื่อก่อนไม่ค่อยมีผู้หญิงเล่นกอล์ฟ เราไม่คิดว่าลูกสาวจะตีจริงจัง แค่อยากให้พ่อลูกใช้เวลาร่วมกัน พอคุณพ่อเห็นว่าสนใจก็เลยให้เรียนด้วยกันเลย เราอยากให้เขาเรียนบัลเลต์ แต่เมจิไม่เอาเลย อยากตีแต่กอล์ฟ ก็เลยพาเขาไปซ้อมกอล์ฟทุกวันอาทิตย์ เพราะจี๊ดต้องทำงานทุกวัน จะมีเวลาว่างคือวันอาทิตย์ ก็พากันไปซ้อมที่สนามกรุงเทพกรีฑา เพราะมีโปรกอล์ฟประจำอยู่และคุณพ่อเขาไปออกรอบที่นั่น”

อายุแค่ 8 ขวบก็ฉายแววโปรกอล์ฟแล้ว “หนูตีมาเรื่อยจนถึงอายุ 8 – 9 ขวบ อยู่ Class D คุณพ่อคิดว่าตีไปเรื่อยๆ ดูไม่มีเป้าหมายให้ลองแข่งดูบ้างดีกว่า เริ่มเข้าแข่งขันรายการต่างๆ แล้วก็ได้รางวัลบ้าง จนอายุ 12 ถึงเริ่มลงแข่งจริงจังค่ะ” ถึงรางวัลแรกจะมีคู่แข่งเพียงคนเดียว แต่ถือเป็นขวัญและกำลังใจที่ดีทีเดียว แม้ว่าจนถึงวันนี้ทำเนียบถ้วยรางวัลจะมีมากจนเลิกนับแล้ว

เจนจิรา จินังกุล Born for Swing

สมดุลระหว่างการเรียนและกีฬา

เมจิเรียนอยู่เกรด 10 ที่ Trinity International School (ในเวลานั้น) เป็นนักกอล์ฟทีมโรงเรียน และตระเวนแข่งขันกอล์ฟระดับเยาวชนเพื่อสั่งสมประสบการณ์ “เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เพราะต้องมองหามหาวิทยาลัยที่จะเรียนต่อแล้ว ก็ต้องเน้นการเรียนมากขึ้นกว่าแต่ก่อน” คุณจี๊ดบอก ความที่เป็นนักกีฬากอล์ฟด้วย จึงรับบทหนักกว่าเพื่อนนักเรียนคนอื่นๆ แต่เกรดเฉลี่ยของเธอยังจัดอยู่ในขั้นดีทีเดียว  3.8

“ถึงจะต้องซ้อมบ่อยๆ ก็ไม่เคยทิ้งการเรียน หนูจะมีตารางฝึกซ้อม โดยทุกอาทิตย์จะต้องไปฟิตเนส 2 – 3 ครั้ง เพื่อออกกำลังกายกล้ามเนื้อประมาณวันละ 1 ชั่วโมง แล้วก็ซ้อมกอล์ฟออกรอบสัปดาห์ละ 1 วัน วันเสาร์ต้องตื่นตี 4 เพื่อให้ทันรอบ 6 โมงเช้า แล้วไปฝึกกับโปรสัปดาห์ละ 2 ครั้งหลังเลิกเรียน บางครั้งรู้สึกว่าเหนื่อยกว่าคนอื่น แต่กีฬากอล์ฟจะต้องอาศัยการซ้อม การวางแผนการเล่น และปรึกษาโค้ช”

คุณจี๊ดเสริมว่า “กอล์ฟเป็นกีฬาที่เราต้องแข่งกับตัวเอง เราไม่ต้องไปดูคู่แข่งเขาทำยังไง คนอื่นไม่มีผลต่อการตี มีเพียงตัวเราเท่านั้นที่ต้องอยู่กับตัวเอง สภาพสนามเป็นยังไง เลย์เอาต์สนามเป็นแบบไหน มีผลต่อการเล่นหมด รวมทั้งสภาพอากาศ บางทีเจอฝนหนัก อากาศหนาว ลมแรงมาก และที่สำคัญคืออยู่ที่โชคด้วย” เพราะเป็นกีฬาที่ต้องแข่งกับตัวเอง และหลายครั้งที่ต้องเสียน้ำตา “หนูกดดัน อยากทำให้ได้แต่ไม่ได้ดั่งใจ เมื่อก่อนจะเครียดมาก แต่ตอนนี้เริ่มชินแล้วค่ะ”

เจนจิรา จินังกุล Born for Swing

โรงเรียนนานาชาติที่ตอบโจทย์

ก่อนหน้าจะมาเรียนโรงเรียนนานาชาติ น้องเมจิเคยเรียนโรงเรียนสองภาษามาก่อน แต่คุณแม่อยากให้ลูกได้ใช้ชีวิตวัยเด็กเต็มที่ ซึ่ง Trinity International School ตอบโจทย์คุณจี๊ดได้ “เมจิย้ายมาเรียนที่นี่ตั้งแต่ ป. 2 มาตอนแรกก็งงๆ เพราะเพื่อนรอบตัวพูดภาษาอังกฤษกันหมด แต่คุณครูน่ารัก คอยช่วยเหลือ ปรับตัวอยู่แค่วันเดียวเอง ทำให้เขาเลิกอายกล้าพูดกับเพื่อนๆ ที่นี่เขาไม่มีลำดับคะแนนเด็กเป็น 1 2 3… แต่ให้เกรดตามความสามารถเลย เด็กๆ จึงไม่รู้สึกว่าถูกแบ่งแยก เพราะแต่ละคนมีความเก่งคนละอย่าง หลักสูตรเป็นแบบอเมริกัน เรียนได้เท่าไรก็ได้เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ไม่ต้องเปรียบเทียบกับใคร แล้วทางโรงเรียนมีให้ทุนเล่าเรียนด้วย โดยลดค่าเล่าเรียนให้ครึ่งหนึ่ง เพราะเป็นนักกีฬากอล์ฟของโรงเรียน เขาจะมียูนิฟอร์มให้ แล้วก็ออกค่าแข่งให้ บางครั้งที่ต้องลาไปแข่ง ก็แจ้งให้โรงเรียนทราบ เพราะเราอาจต้องส่งการบ้านช้ากว่าเพื่อนๆ”

เจนจิรา จินังกุล Born for Swing

รักวัวให้ผูก…รักลูกให้เข้าใจ

แม้จะเรียนโรงเรียนนานาชาติ แต่คุณจี๊ดไม่เคยละเลยการสอนขนบธรรมเนียมไทยให้กับลูกสาวคนโต “ก้ำกึ่งนะคะ เพราะว่าจี๊ดไม่ได้เลี้ยงแบบปล่อยอย่างฝรั่ง มีกรอบหลวมๆ ให้เขาเดิน อะไรที่ไม่ได้ก็คือไม่ได้ ซิกแซ็กได้ ไม่ใช่ว่าเดินตามเส้นตรงเส้นเดียว เราเรียนโรงเรียนอินเตอร์ฯ นะ แต่ไม่ใช่ไม่เคารพผู้ใหญ่ ส่วนเรื่องเรียนต้องมีความคิดแบบเด็กฝรั่งคือมีความคิดเป็นตัวของตัวเอง ไม่ใช่ว่ารับอย่างเดียว จี๊ดไม่เคยยุ่งกับเรื่องเรียนของเมจิมานานมากแล้ว ให้อิสระเขาจัดการชีวิตตัวเอง วันไหนสอบ มีการบ้าน มีงานอะไรต้องส่ง เราแค่คอยซัพพอร์ต”

คำสอนคำหนึ่งของคุณจี๊ดที่ปลูกฝังคือ ‘อดเปรี้ยวไว้กินหวาน’ “บอกลูกตลอดว่า แม่ไม่มีมรดกให้ ทุกวันนี้สิ่งที่พ่อแม่กำลังทำอยู่คือให้มรดกหนู แต่แทนที่จะให้ในอนาคต เราให้วันนี้เลย เพราะว่าสิ่งที่เขาได้ในวันนี้มันอาจจะสร้างเงินมากกว่ามรดกที่เราจะให้ เราให้เขามีความสามารถติดตัวไปตลอดชีวิตดีกว่า เพราะมันไม่มีอะไรจะเสีย แข่งกีฬาอาจจะไม่ได้ถ้วย ไม่ได้รางวัล อย่างน้อยเขาก็ได้สุขภาพแข็งแรง ทำอะไรทำเต็มที่ ถ้าเรียนหนังสือหนูก็ต้องตั้งใจเรียน แต่ถ้าช่วงไหนเบรกก็นั่งกินเล่นกับเพื่อนไป ไม่ต้องเอาหนังสือมาอ่าน คือเวลาเราทำอะไรตอนนั้นอยู่ทำให้เต็มที่ไป รู้จักใช้เวลาทุกนาทีให้คุ้มค่าก็พอ”

Powered by HELLO! Education