ในยุคที่ทุกคนได้รับผลกระทบจากโรคระบาด Covid-19 ทำให้มีวิถีชีวิตแบบใหม่เกิดขึ้นมาที่เราเรียกกันว่า New normal ในส่วนของวงการการศึกษาก็ต้องเตรียมการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงตรงนี้ด้วยเช่นกัน และนี่คือ บทสัมภาษณ์ ดร แดน มัวร์ ครูใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงเรียนนานาชาติบรอมส์โกรฟ ประเทศไทย กับมุมมองแนวความคิดต่อประเด็นการเปลี่ยนแปลงของระบบการศึกษา (New normal) ที่เกิดขึ้นหลังการระบาดของไวรัสโคโรน่า

การระบาดของไวรัสโคโรน่าทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาของโลก

โดยทั่วไป โรงเรียนต้องปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกและสังคมอยู่แล้ว New normal จึงเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เกิดขึ้นจากการระบาดของไวรัสโคโรน่าในครั้งนี้ คือ กระบวนการเรียนรู้ที่ต้องย้ายจากการเรียนรู้ในห้องเรียนมาเป็นการเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์

ที่โรงเรียนนานาชาติบรอมส์โกรฟ เราได้มีการเตรียมการเกี่ยวกับการเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์มาสักระยะหนึ่งแล้ว และในสถานการณ์ปรกติ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลายและระดับชั้นมัธยมศึกษา ก็ได้รับมอบหมายงานและการบ้านผ่านทางแพลตฟอร์มของกูเกิ้ลอยู่แล้ว  นอกจากนั้น ในช่วงของการเริ่มต้นการระบาดของไวรัสโคโรนา นักเรียนชาวต่างชาติของเราจำนวนหนึ่ง ซึ่งได้เดินทางกลับไปยังประเทศบ้านเกิดซึ่งเป็นประเทศกลุ่มเสี่ยงและไม่สามารถเดินทางกลับมาที่ประเทศไทยได้ หรือยังต้องอยู่ในระยะกักตัว ก็ได้รับมอบหมายงานและกิจกรรมที่ต้องทำในชั้นเรียนผ่านระบบออนไลน์ นี่ทำให้มีนักเรียนจำนวนหนึ่งคุ้นเคยกับการเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์มาแล้วพอสมควร ฉะนั้น ในช่วงเปลี่ยนผ่านของการเรียนในชั้นเรียนมาสู่การเรียนผ่านระบบออนไลน์ จึงทำได้ราบรื่นยิ่งขึ้น

ส่วนคุณครูก็จะต้องพัฒนาทักษะการใช้เทคโนโลยี รู้จักใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมและเป็นประโยชน์ในการสอน เป็นการยกระดับคุณภาพของครูขึ้นไปอีกขั้น

และเมื่อสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรน่าได้ทุเลาลง และโรงเรียนได้เปิดขึ้นอีกครั้ง นักเรียนจะมีความสุขที่ได้กลับมาเรียนหนังสือร่วมกัน ทำกิจกรรมร่วมกัน และเติบโตไปพร้อมๆ กันกับเพื่อนๆ ของพวกเขา เพราะโรงเรียนที่ปราศจากนักเรียน ก็เป็นเพียงแค่ตึกเปล่าๆ เท่านั้น

ประโยชน์และอุปสรรคของการเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์

นี่เป็นครั้งแรกในโลกเลยก็ว่าได้ ที่แทบจะทุกประเทศ ต้องทำการเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์ ถือเป็นบททดสอบครั้งสำคัญ ในเรื่องของโครงสร้างและความเสถียรของระบบอินเตอร์เนท รวมไปถึงเป็นการทดสอบความสามารถของมนุษย์ ในการปรับตัวไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

โรงเรียนนานาชาติบรอมส์โกรฟ ได้เตรียมแผนการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์มาตั้งแต่ต้นปี เราได้ฝึกอบรมครูเป็นเวลาหลายชั่วโมงในการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อให้มั่นใจว่าพวกเขาจะสามารถทำการสอนผ่านทางแพลตฟอร์มได้อย่างต่อเนื่องและมีคุณภาพใกล้เคียงกับการเรียนการสอนในชั้นเรียนมากที่สุด รูปแบบของการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์นั้นจะแตกต่างกันไปตามระดับชั้นปีของนักเรียน และมีบทเรียนที่หลากหลาย ยกตัวอย่างเช่น บทเรียนที่ได้ถูกบันทึกเอาไว้ล่วงหน้า การเรียนผ่านการถ่ายทอดสด หรือการมอบหมายชิ้นงานที่นักเรียนจะต้องไปทำการค้นคว้าด้วยตัวเอง

ในทุกๆ วัน นักเรียนจะต้องมีช่วงเวลาที่ได้ทำการพูดคุยกับครูแบบตัวต่อตัวผ่านระบบออนไลน์เพื่อครูจะสามารถติดตามความก้าวหน้าของการเรียน รวมไปถึงสภาพจิตใจและสภาพความเป็นอยู่ของนักเรียนได้ เพื่อให้นักเรียนได้รับความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวหรือมีความเครียดมากเกินไป

สำหรับระดับชั้นอนุบาล การเรียนผ่านระบบออนไลน์จะมีรูปแบบที่แตกต่างออกไปและท้าทายมากยิ่งขึ้น เพราะอย่างที่เราทราบกันดีว่า เด็กเล็กจะมีความสามารถในการจดจ่อในระยะเวลาอันสั้น บทเรียนผ่านระบบออนไลน์สำหรับเด็กอนุบาลจึงเน้นในเรื่องของการทำกิจกรรม งานประดิษฐ์ งานศิลปะ การเล่านิทาน การมีปฏิสัมพันธ์กับครูและเพื่อนร่วมชั้นผ่านทางเกมส์

ในการเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์ การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับชั้นอนุบาล ทางโรงเรียนจะต้องให้ความช่วยเหลือและทำงานร่วมกันกับผู้ปกครองเพื่อนักเรียนจะได้รับประโยชน์อย่างสูงสุด

ทักษะที่สำคัญสำหรับการเรียนรู้ในโลกอนาคต

เราต้องมองเรื่องของการศึกษา เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต ไม่ใช่การเรียนรู้เฉพาะในโรงเรียนเท่านั้น ในอนาคต จะมีงานใหม่ๆที่ไม่เคยมีมาก่อนเกิดขึ้นมากมาย โลกจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เราจะต้องเตรียมความพร้อมนักเรียนของเราด้วยทักษะสำหรับศตวรรษที่ 21 นั่นก็คือทักษะของการคิดวิเคราะห์ ความคิดเชิงสร้างสรรค์ การทำงานร่วมมือกัน การสื่อสาร ความสามารถในการคัดกรองข้อมูล ความสามารถในการจัดการกับสื่อ ความสามารถในการจัดการกับเทคโนโลยี ความยืดหยุ่น ภาวะความเป็นผู้นำ การคิดค้น การสร้างผลผลิต ทักษะการเข้าสังคม

นอกจากนั้น เราจะต้องสอนให้นักเรียนทุกคนสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และมีความอดทนต่อความยากลำบาก สองสิ่งนี้สำคัญเป็นอย่างยิ่ง และจะทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จทั้งในชีวิตส่วนตัวและการงาน

ที่โรงเรียนนานาชาติบรอมส์โกรฟ ยังเน้นปลูกฝังบุคลิกลักษณะ 8 ประการ ที่เราเชื่อว่าหากพวกเขามีบุคลิกลักษณะทั้ง 8 ประการนี้อยู่ในตัว พวกเขาจะเติบโตไปเป็นพลเมืองโลกที่มีคุณภาพ เติมเต็มชีวิตคนอื่น และประสบความสำเร็จอย่างมีความสุขได้

บุคลิกลักษณะทั้ง 8 ประการนั้น ได้แก่ การมองโลกในแง่บวก การทำงานเป็นทีม การรู้จักเสี่ยงอย่างมีสติ สามารถช่วยเหลือตนเองได้ การรู้จักคิดวิเคราะห์แยกแยะและนำสิ่งที่เรียนรู้มาปรับปรุงแก้ไขได้ การมีจิตใจที่โอบอ้อมอารี ความมุ่งมั่น และความกระหายใคร่รู้

นอกจากนั้นแล้ว สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาของโรงเรียนนานาชาติบรอมส์โกรฟ
พวกเขาจะได้เรียนในชั้นเรียนที่ถูกออกแบบมาพิเศษ ที่เรียกว่า BEAM ซึ่งเป็นตัวย่อมาจากคำว่า Building Effective Attitude and Mindset ในชั้นเรียนจะเป็นการพูดคุยในเรื่องของทักษะที่สำคัญต่างๆ สำหรับชีวิต การเข้าสังคม การดูแลตัวเองทั้งในเรื่องของอารมณ์ สุขภาพ เพศ รวมไปถึงการพูดคุยกับนักเรียนในประเด็นปัญหาสังคมที่สำคัญ ที่พวกเขาในฐานะพลเมืองโลกต้องทำความเข้าใจ