ชลธาร เจสสอป หรือ ‘ครับผม’ หนุ่มลูกครึ่งไทย-อเมริกันวัย 22 ปี ที่หลงใหลในศิลปะการแสดงแขนงต่างๆมาตั้งแต่เด็ก จนทำให้ได้เรียนเต้น เรียนร้อง เรียนดนตรี และเล่นกีฬาควบคู่กันมาตั้งแต่เด็ก กระทั่งอายุ 12 เขามีโอกาสชมละครบรอดเวย์เรื่องดังที่นิวยอร์ก The Phantom of the Opera จากนั้นมาเขาก็มีความฝันว่าสักวันหนึ่งตัวเองจะได้อยู่บนเวทีแบบนั้นบ้าง จนในที่สุดเขาสามารถเข้าเรียนหลักสูตร Musical Theatre ที่ University of Michigan สถาบันที่นักเรียนการแสดงทั่วโลกใฝ่ฝันได้สำเร็จ

ในวัยเด็กคุณชลธารเรียนชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนสาธิต มศว ประสานมิตร จากนั้นไปต่อชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนสาธิตปทุมวัน ก่อนจะสอบผ่านและได้เข้าเรียนที่แผนกวอยซ์ เอกมิวสิคัล เธียเตอร์ ที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในช่วงมัธยมศึกษาตอนปลาย “ตอนเด็กๆ พี่สาวผมเป็นนักเต้น (นิกกี้-นัชชา เจสสอป) เราอายุห่างกันสามปี เขาเรียนเต้นมาตลอด ผมเป็นน้องก็อยากทำทุกอย่างที่พี่สาวทำ ตอนนั้นผมเป็นนักกีฬาโรงเรียน ว่ายน้ำ ตีเทนนิสบ้าง แต่คุณแม่ (เฉลิมศรี อุดมพันธ์) ก็อยากให้เรียนเต้นบัลเลต์ตามพี่สาวด้วย ไปเรียนตอนสี่ขวบ” คุณชลธารเรียนบัลเลต์หลักสูตร RAD (Royal Academy of Dance) ของอังกฤษ ที่โรงเรียนนาฏศิลปสากล วราพร-กาญจนา ของท่านผู้หญิงวราพร ปราโมช ณ อยุธยา จนจบ Advance 2 การเรียนบัลเลต์ของผู้ชายไม่เหมือนผู้หญิงที่ต้องดัดตัว แต่จะเน้นการกระโดดการอุ้ม นอกจากนี้ยังเสริมด้วยกิจกรรมต่างๆที่เจ้าตัวชอบ ไม่ว่าจะเรียนเปียโน ร้องเพลง บัลเลต์ แจ๊ส แท็ป คอนเทมโพรารีแดนซ์ จึงส่งผลให้เขาเชี่ยวชาญและมองเห็นอนาคตของตัวเองตั้งแต่ครั้งนั้น

ชลธาร เจสสอป นักเรียนไทยคนแรกที่ได้เข้าเรียน University of Michigan สถาบันในฝันของนักเรียนการแสดงทั่วโลก

“ผมเป็นนักร้องอยู่แล้ว ร้องเพลงได้ตั้งแต่เด็ก ตอนแรกมาจากพี่สาวผมชอบร้องก่อน แต่ร้องเพี้ยน คุณพ่อคุณแม่ก็เลยบอกว่าถ้าชอบแบบนี้ไปเรียนร้องเพลงดีกว่า ผมก็ไปตามประสาน้องที่พี่ทำอะไรก็อยากทำด้วย ได้เรียนร้องเพลงกับครูน้ำมนต์ (ธีรนัยน์ ณ หนองคาย) เป็นเพลงคลาสสิก ครูก็มาพูดกับคุณแม่ว่าผมมีแววด้านนี้ เลยได้ฝึกร้องโอเปราด้วย จนมาช่วงหนึ่งครูน้ำมนต์เริ่มมีชื่อเสียงมากและมีลูกด้วยเลยไม่ค่อยมีเวลา ผมเลยไปเรียนกับครูเยาว์ (เยาวภา ห้อยสังวาล) ตอนเด็กๆ เสียงผมจะเป็นไฮโซปราโน แต่พอโตขึ้นมาก็เป็นเสียงบาริโทน”

“พูดถึงมิวสิคัล เธียเตอร์แล้ว อเมริกาดีที่สุด เพราะเป็นวัฒนธรรมของเขา อังกฤษก็ดี แต่อเมริกาตลาดใหญ่กว่า ผมไปสอบหลายที่ ที่อังกฤษผมสมัคร Arts Educational School และที่ Mountview Academy of Theatre Arts ส่งวิดีโอการแสดงไปแล้วเขาก็รับ ในอเมริกาก็สมัครหลายแห่ง ทั้งที่ University of Michigan, Carnegie Mellon กระบวนการคัดเลือกของโรงเรียนเหล่านี้คือ ก่อนอื่นเราต้องสมัครทางออนไลน์ก่อน ถ้าเป็นเอกมิวสิคัล เธียเตอร์ก็ต้องส่งพรีสกรีน ซึ่งเป็นการออดิชั่นครั้งแรก เราต้องทำวิดีโอร้องเพลงสองเพลง ส่งโมโนล็อก หรือบทสนทนาในละครสองบท เป็นบทตลกหนึ่งบท บทซีเรียสหนึ่งบท ส่งคลิปเต้นไปหนึ่งคลิป จะเป็นแจ๊ส เป็นบัลเลต์อะไรก็ได้ เราก็ทำกันที่บ้าน ผมแสดง แล้วคุณพ่อคุณแม่ก็ช่วยถ่าย ถ้าโรงเรียนไหนสนใจเขาจะตอบรับ แล้วไปแสดงให้ดูอีกที ซึ่งเราต้องบินไป สิ่งหนึ่งที่เหมือนเป็นข้อได้เปรียบของผมนอกเหนือจากทักษะที่เรามีอยู่แล้ว ก็คือความสูงและความแปลก ผมสูง 190 ซม. และมาจากเมืองไทย เป็นลูกครึ่ง เขาไม่เคยเจอ ก็เลยสนใจผมตั้งแต่ออดิชั่นแล้ว อีกอย่างคือมิวสิคัล เธียเตอร์ที่ผมเรียนมีเกย์เรียนเยอะ ผู้ชายแท้หายาก เขาเลยอยากได้ผู้ชาย เพราะมันมีผลกับเคมีในการแสดงนะ ถ้าผู้ชายแท้เล่นกับผู้หญิงเวลาเล่นจะอินกว่า”

ชลธาร เจสสอป นักเรียนไทยคนแรกที่ได้เข้าเรียน University of Michigan สถาบันในฝันของนักเรียนการแสดงทั่วโลก

“หลังออดิชั่นเสร็จ ผมขอเขาดูมหาวิทยาลัยก่อนกลับเมืองไทย เขาก็ให้ผู้ช่วยดีนพาผมทัวร์โรงเรียนรุ่งเช้าอีกวัน ระหว่างนั้นเขาก็ชวนผมคุยเหมือนสัมภาษณ์ไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายเขาบอกว่า ไอมีอะไรจะให้ดู แล้วเขาก็ปรินต์กระดาษใบหนึ่งออกมาให้ ในนั้นเขียนว่าเขายินดีกับเราที่ได้เข้าเรียนที่นี่ ผมหายใจแทบไม่ออก คุณแม่เริ่มร้องไห้ ส่วนคุณพ่อหัวเราะ เขาบอกว่าผมเป็นเด็กคนแรกที่เขารับในปีนี้เลยนะ แต่ในใจผมตอนนั้นคิดว่าถ้าเราไม่ได้ทุนก็ไม่ได้เรียนที่นี่หรอกเพราะค่าเรียนแพงมาก ผมบอกเขาว่าไม่รู้จะได้เรียนไหมเพราะครอบครัวเราไม่ได้รวย ถ้าเราไม่ได้ทุนก็คงไม่ได้มาเรียน เขาก็บอกไม่เป็นไร เรารับเด็กน้อยมาก ถ้าเรารับยูแล้ว เราจะทำทุกวิถีทางให้ยูได้เรียนกับเรา “ตอนนั้นผมไม่ได้ตั้งความหวังไว้สูง พอกลับเมืองไทย ผลสอบของโรงเรียนอื่นก็ออก มีหลายโรงเรียนที่รับ และหลายๆ โรงเรียนก็เสนอทุนมาให้ ที่มิชิแกนเองก็ให้ แต่เป็นทุน 50 เปอร์เซ็นต์ ผมก็ยังคิดว่าเอายังไงดี เขียนไปบอกเขาว่าขออีกได้ไหม เขาเขียนกลับมาว่าให้ใจเย็นๆ ขอเวลาเขาจัดการก่อน แล้วสองสามวันต่อมาผมก็ได้รับอีเมลแจ้งมาว่าได้รับทุนเต็มจำนวน นั่นหมายความว่าผมไม่ต้องจ่ายอะไรเลยจนกระทั่งเรียนจบ โอ้โห…ผมโชคดีมากเลย เพราะนอกจากจะเป็นโรงเรียนที่ดีที่สุดแล้วยังให้ทุนผมเยอะสุดด้วย นอกจากนี้ไม่ได้มีข้อผูกมัดอะไรเลย นอกจากผมต้องทำเกรดให้ได้ 3.2 ขึ้นไป”

อันที่จริงแล้วโอกาสทางการแสดงของคุณชลธารเคยผ่านเข้ามาให้เขาคว้าเมื่อครั้งยังเรียนอยู่เมืองไทย ด้วยมีเอเจนต์เข้ามาทาบทามให้เป็นนักแสดง ครั้งนั้นเขาปฏิเสธโดยสมัครใจเพราะยังติดสอบบัลเลต์เกรดสุดท้าย หากเขารับงานแสดงจะทำให้ไม่สามารถโฟกัสสิ่งที่ทำอยู่ได้อย่างเต็มที่ “ถ้าเล่นละครได้เงินเยอะนะ แต่มันดึงเวลาจากสิ่งที่ผมทำ ผมรู้สึกว่าตัวเองยังไม่อยู่ในจุดที่ตัวเองเก่งพอจะหยุดพัฒนาตัวเองได้ คนอื่นอาจมองว่าเราพัฒนาตัวเองได้ตลอดไม่ว่าจะทำอยู่ตรงจุดไหนก็ตาม แต่ส่วนตัวผมไม่สามารถทำแบบนั้นได้ เพราะความสำคัญอันดับแรกของผมคือการเพิ่มทักษะให้ตัวเองเพื่อเตรียมไว้สำหรับการสอบคัดเลือกเข้าโรงเรียนใหญ่ๆ ที่ผมอยากเรียนต่อ ผมดูโรงเรียนเหล่านี้ไว้ตั้งแต่สองสามปีที่แล้ว ได้เห็นว่านักเรียนเขาเก่งขนาดไหน

ชลธาร เจสสอป นักเรียนไทยคนแรกที่ได้เข้าเรียน University of Michigan สถาบันในฝันของนักเรียนการแสดงทั่วโลก

“ถ้าผมอยากจะเข้าเรียนผมก็ต้องพัฒนาตัวเองให้เก่งแบบนั้น ฉะนั้นผมต้องเรียนเต้นให้เยอะที่สุด จะร้องเพลงทุกวัน วอร์มเสียงทุกวัน จนมั่นใจว่าเราทำได้ ผมต้องทำอะไรหลายๆ อย่างเพื่อที่จะไปถึงเป้าหมายที่ผมตั้งเอาไว้ในการออดิชั่น แล้วมันก็คุ้มค่าเมื่อผมได้เรียนที่นั่น สำหรับผมมันเป็นก้าวที่ใหญ่ ผมรู้สึกว่าบางคนที่ผมรู้จักเขาไม่กล้าตั้งเป้าหมายให้ตัวเอง มีแต่วางเอาไว้เรื่อยๆ อันนั้นน่าทำ อันนี้ก็น่าทำ พอไปเจออะไรที่ทำได้ดีก็คิดว่าดีแล้ว และลืมความตั้งใจที่เป็นเป้าหมายหลักแต่แรกของตัวเองไป”

หลักสูตรมิวสิคัล เธียเตอร์ของ University of Michigan เป็นเป้าหมายของนักเรียนการแสดงทั่วโลก จึงขึ้นชื่อว่าเข้ายาก แต่เมื่อเรียนจบแล้วการันตีได้เลยว่าสามารถเติบโตในอุตสาหกรรมการแสดงของอเมริกาอย่างแน่นอน เพราะจะมีเอเจนต์มาหานักแสดงถึงในมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะแวดวงบรอดเวย์แล้ว มีศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยนี้เต็มเวที และหลายคนก็เติบโตในฮอลลีวูด อาทิ เบนจ์ พาเสก และจัสติน พอล คู่หูนักแต่งเพลงที่ได้รางวัลดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม La La Land จากเวทีโทนี่อวอร์ดและออสการ์ หรือเกวิน ครีล ที่ได้รางวัลนักแสดงสมทบยอดเยี่ยมประจำปีนี้จากโทนี่อวอร์ดเช่นเดียวกัน การได้รับคัดเลือกให้เข้าเรียนที่นี่ จึงเป็นยิ่งกว่าความฝันของเด็กหนุ่มจากเมืองไทยคนหนึ่ง

ชลธาร เจสสอป นักเรียนไทยคนแรกที่ได้เข้าเรียน University of Michigan สถาบันในฝันของนักเรียนการแสดงทั่วโลก

“ปรัชญาการสอนของที่นี่ทำให้ผมประทับใจมาก อย่างพาเสกแอนด์พอล ดูโอที่แต่งเพลงให้กับลาลาแลนด์จนได้ออสการ์ สมัยเขาเรียนมิวสิคัล เธียเตอร์ที่นี่ เขาร้องดี แอ็กติงดี แต่เต้นไม่เป็นเลย แล้วก็ชวนกันหนีคลาสบัลเลต์ ครูก็มาคิดว่าจะทำยังไงกับสองคนนี้ดี คนหนึ่งเก่งดนตรีมาก คนหนึ่งก็เขียนเก่ง เขาเลยแนะนำให้สองคนนี้ทำเพลงด้วยกัน จนมาถึงทุกวันนี้เขามีชื่อเสียง ได้รางวัลเยอะแยะ ที่ผมอยากบอกคือ โรงเรียนนี้ไม่ได้สร้างให้เด็กเป็นนั่นเป็นนี่ แต่เขาดึงความสามารถที่ซ่อนในตัวเด็กออกมามากกว่า”

Powered by HELLO! Education