Youtube อีกหนึ่งกิจกรรมแห่งยุคที่พ่อแม่นิยมเปิดให้ลูก แน่นอนว่าการเปิดจอทิ้งไว้ให้ลูกดูเป็นสาเหตุหลักของอาการ สมาธิสั้น แต่การฟังเพลงก็จัดว่าเป็นก็จัดว่าเป็นการสร้างการเรียนรู้ที่ดีสำหรับเด็ก และในยูทูป (Youtube) ก็เต็มไปด้วยความรู้ต่างๆ ที่หาดูได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นการ์ตูน เพลงภาษาอังกฤษหรือสารคดี

และในช่วงกักตัวจากสถานการณ์โรคระบาด COVID-19 เพื่อรักษาความปลอดภัยและสุขอนามัยของเด็กๆ ทำให้ช่วงนี้คุณแม่หลายคนต้องอยู่บ้านเลี้ยงลูกใช้เวลาร่วมกันตลอดทั้งวัน แม่ๆ ต้องขุดกลยุทธ์ทั้งหลายขึ้นมาเพื่อรับมือกับความซนของลูก Youtube ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก ซึ่งตอนนี้ก็มี Youtube Channel ที่ใส่ใจกับการดูจอของเด็กๆ สร้างวีดีโอเพลงสำหรับเด็กในรูปแบบ “จอดำ” ขึ้นมา เพื่อแก้ปัญหาเด็กติดจอ โรคสมาธิสั้น ให้คุณแม่ได้เปิดเพลงให้ลูกฟังแล้วร้องตามกันได้แบบไม่ต้องกังวลอีกต่อไป

ข้อดีของ Youtube จอดำ

  • พัฒนาทักษะการฟัง
  • พัฒนาการด้านความจำ
  • พัฒนาทักษะทางภาษา
  • พัฒนาด้านการพูด
  • พัฒนาด้านการเคลื่อนไหว
  • ไม่โดนภาพเคลื่อนไหวดึงดูดความสนใจ

MinMin Song ช่องจอดำ สนุกได้ไม่ติดจอ

กักตัวอยู่บ้าน กับ Youtube เพลงจอดำ สนุกได้ไม่ติดจอ ไม่ สมาธิสั้น

Playlists จอดำจาก MinMins Songs

⭐️รวมเพลงเด็ก

⭐️เพลงกล่อมนอน

นอกจากนี้ MinMins Songs ก็ยังมี Playlists อื่นๆ ที่น่าสนใจส่งเสริมการเรียนเด็กอีกติดตามกันได้ที่

⭐️เพลงเด็กฝึกภาษา

⭐️เสริมพัฒนาการ

กักตัวอยู่บ้าน กับ Youtube เพลงจอดำ สนุกได้ไม่ติดจอ ไม่ สมาธิสั้น

ข้อตกลง ที่ควรทำก่อนให้ลูกดู YouTube

ข้อตกลงระหว่างแม่กับลูกง่ายๆ ที่ควรพูดจาทำความเข้าใจกันก่อนที่จะให้ลูกดูยูทูป

  • ให้ลูกทำสิ่งที่ได้รับมอบหมายอยู่ให้เสร็จก่อนจึงจะได้ดู
  • กำหนดเวลาในการดูให้ชัดเจน ไม่ต่อรองเวลาเพิ่ม
  • บอกให้ชัดว่าอะไรทำได้หรือทำไม่ได้
  • ไม่ปล่อยให้ลูกเลือกเนื้อหาในการดูเอง
  • ไม่ปล่อยให้ลูกดูตามลำพัง
  • บอกให้ลูกรู้ตัว ก่อนหมดเวลาดู

กักตัวอยู่บ้าน กับ Youtube เพลงจอดำ สนุกได้ไม่ติดจอ ไม่ สมาธิสั้น

สมาธิสั้น ในเด็ก

ปัจจุบันเกือบทุกครัวเรือนในประเทศไทยมีโทรทัศน์ในบ้านอย่างน้อยหนึ่งเครื่อง และมีไม่น้อยที่มีมากกว่าหนึ่ง ฉะนั้นปฏิเสธไม่ได้ว่าเด็กทั้งหลายไม่อาจหนีพ้นจอโทรทัศน์ได้ ในทางการแพทย์พบว่าการเปิดโทรทัศน์ทิ้งไว้ แม้จะเปิดไว้เพียงเป็นเพื่อนแก้เหงาหรือเพราะความเคยชิน ขณะที่เลี้ยงเด็กหรือมีเด็กอยู่ใกล้ๆ ซึ่งส่งผลต่อเด็กเล็กๆเช่นกัน แม้จะไม่ได้เป็นรายการที่ผลิตขึ้นเพื่อเด็กโดยเฉพาะ และผู้ใหญ่คิดว่าเด็กคงไม่มีปัญหาอะไร

แต่จากการศึกษาของคุณหมอวีระศักดิ์ พบว่าการเปิดรายการโทรทัศน์ทิ้งไว้มีผลต่อพัฒนาการของเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเปิดโดยปล่อยให้เด็กอายุระหว่าง 6-18 เดือนอยู่ใกล้ๆ ทำให้เด็กมีแนวโน้มเป็นออทิสติก มีพฤติกรรมดื้อ ต่อต้าน ก้าวร้าว ซน สมาธิสั้น มีปัญหาด้านการควบคุมอารมณ์ และมีพัฒนาการด้านภาษาล่าช้ามากขึ้น

“จากการศึกษายังพบด้วยว่า แสงสีน้ำเงินและเสียงที่มาจากโทรทัศน์ ยังอาจทำให้เด็กนอนหลับไม่เพียงพอ และมีผลต่อพฤติกรรมและความฉลาดของเด็กเช่นกัน”