กำหนด เปิดเทอม และปิดเทอม ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้ทางรัฐบาลได้ประกาศปิดพื้นที่สาธารณะต่างๆ ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ร้านค้าให้บริการ โรงแรมรวมไปจนถึงโรงเรียนและสถานศึกษา เพื่อลดการแพร่ระบาดของโรค ซึ่งได้ประกาศให้วันเปิดเทอมในปีการศึกษา 2563 นั้นถูกเลื่อนมาเป็นวันที่ 1 กรกฏาคม 2563 ที่จะถึงนี้แทน ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขหรือ สธ. ได้เตรียมความพร้อมในการรับมือทั้งก่อนเปิดภาคเรียนและในช่วงระหว่างการเปิดภาคเรียนด้วยมาตรการต่างๆอย่างรอบคอบ เน้นไปที่การเพิ่มจุดคัดกรอง การล้างทำความสะอาดมือและพื้นผิวสัมผัสบ่อยๆ และการเว้นระยะห่างทางสังคม ส่วนทางกระทรวงศึกษาธิการเองได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี ให้สามารถมีการเรียนการสอนได้ แต่ต้องมีมาตรการและการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคอย่างรัดกุมเช่นเดียวกัน และล่าสุดตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการได้ออกมาแถลงการณ์ให้โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ถึงแนวทางการเปิด-ปิดภาคเรียน และการสอนชดเชยปีการศึกษา 2563 ตามรายละเอียดดังนี้

เปิดเทอม ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563

เปิดภาคเรียน ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 – 13 พฤศจิกายน 2563 เป็นเวลา 93 วัน

ปิดภาคเรียน ตั้งแต่ 14 – 30 พฤศจิกายน 2563 เป็นเวลา 17 วัน เพื่อเข้าสู่ภาคเรียนที่ 2

หมายเหตุ: เวลาที่ขาดไปจำนวน 7 วัน ให้ทางสถานศึกษาทำการสอนชดเชย เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนครบตามหลักสูตร

เปิดเทอม ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563

เปิดภาคเรียน ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2563 – 9 เมษายน 2564 เป็นเวลา 88 วัน

ปิดภาคเรียน ตั้งแต่ 10 เมษายน 2564 – 16 พฤษภาคม 2564 เป็นเวลา 37 วัน

หมายเหตุ: เวลาที่ขาดไปจำนวน 12 วัน ให้ทางสถานศึกษาทำการสอนชดเชย เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนครบตามหลักสูตร

กำหนดเปิดเทอม และปิดเทอม ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

การสอนชดเชยอันเนื่องมาจากการเลื่อนวันเปิด ภาคเรียน ปีการศึกษา 2563

  1. การเรียนการสอนในระดับชั้นอนุบาลนั้นเพียงพอต่อโครงสร้างของการจัดประสบการณ์ให้กับเด็ก นั่นก็คือ 180 วันต่อปี ดังนั้นไม่ต้องมีการสอนชดเชย
  2. แนวทางการเรียนการสอนชดเชย ทางสถาบันสามารถเลือกวิธีการใดวิธีการหนึ่งตามความเหมาะสม ดังนี้
  • การเรียนที่โรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มเวลาเรียนในแต่ละวันหรือเพิ่มวันเรียนในแต่ละสัปดาห์ (วันเสาร์หรือวันอาทิตย์) และการจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับหลักสูตร
  • การเรียนที่บ้าน เช่น การกำหนดและจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับตารางเรียน การมอบหมายใบงานหรือการเรียนรู้จากสถานการณ์จริง รวมไปถึงการสอนตามแนวทาง Flipped Classroom หรือการเรียนรู้เชิงรุกแบบผสมผสาน เน้นที่การมีส่วนร่วมของนักเรียนและการความหลากหลายของการเรียน เป็นต้น
  • การเรียนผ่านระบบออนไลน์ โดยมีสื่อและสาระการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับวัย เนื้อหาและวัตถุประสงค์การเรียนรู้ ซึ่งสามารถนับเป็นชั่วโมงเข้าเรียนได้

ด้วยนโยบายดังกล่าวทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณมีความต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง “เพิ่มเวลาพัก ลดการประเมิน งดกิจกรรมที่ไม่จำเป็น” โดยเน้นการเรียนเฉพาะวิชากลุ่มสาระหลัก ทำให้นักเรียนและบุคคลากรทางการศึกษาผ่อนคลายลงและมีเวลาพักเพิ่มเป็นจำนวน 54 วันอีกด้วย และอันเนื่องมาจากสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้นได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง แต่หากทุกคนร่วมใจกันป้องกันและไม่มองข้ามการดูแลตัวเอง คนที่เรารักและคนรอบข้าง เชื่อว่าการ เปิดภาคเรียน ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 นี้จะต้องผ่านพ้นไปได้ด้วยดี อีกทั้งมาตรการต่างๆที่ทางโรงเรียนได้เตรียมความพร้อมไว้นั้นก็เป็นตัวช่วยที่จะทำให้ผู้ปกครองมั่นใจขึ้นกว่าเดิม สำหรับการกลับมาเรียนในปีการศึกษา 2563 นี้ น้องๆเตรียมตัวกันแล้วหรือยังคะ?