คุณต่อบูรณ์ คำณพัฒน์ CEO แห่ง Toscana Valley เปิดมุมมองที่น่าสนใจทั้งด้าน การเรียน วิชาการ จนถึงแนวคิดในการใช้ชีวิต นำพาตัวเองออกสู่โลกกว้างใบใหญ่ กลับมาพร้อมความรู้ความสามารถที่ต่อยอดการทำงานและช่วยให้มีทัศนคติในชีวิตที่ดี

เป้าหมายแรก อเมริกา “ผมจบปริญญาตรีด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์ จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จบมาทำงานกับประธานบริษัท Toscana Valley คนปัจจุบัน ที่บริษัทหนึ่งในเครือ ทำอยู่ 6 – 7 ปี ลาออกไปเรียนต่อ สมัยนั้น (ปี 2538) เป็นยุคที่การเรียน MBA เชิดหน้าชูตาได้ ผมจึงลาออกจากงานแล้วไปฟลอริดา เริ่มต้นเรียนภาษาอังกฤษก่อนหนึ่งเทอม โชคดีว่าภาษาค่อนข้างดี เพราะจบมัธยมจากโรงเรียนปริ๊นซ์รอยัลวิทยาลัย เชียงใหม่ เป็นโรงเรียนมิชชันนารีของอเมริกัน เรียนเทอมเดียวสอบ TOFEL ผ่าน แต่การจะเรียน MBA ต้องใช้คะแนน GRE ซึ่งผมไม่เก่งคณิตศาสตร์และคำนวณ ตอนนั้นเล็งมหาวิทยาลัยไว้หลายแห่ง แต่เข้าไม่ได้ คะแนน GRE ไม่ถึง ตอนนั้นวีซ่านักเรียนใกล้หมดอายุ ต้องลงเรียนอะไรสักอย่าง เลยตัดสินใจเรียนคอร์สสั้นๆ เกี่ยวกับการบริหารธุรกิจ”

ย้ายจากฟลอริดามาซานฟรานซิสโก เรียน Business Administration ที่ UC Berkeley Extension School  หนึ่งในมหาวิทยาลัยชื่อดัง เพื่อต่อวีซ่า การเลือกคอร์สระยะสั้นครั้งนั้นนอกจากเป็นทางเลือกที่ดีแล้วยังทำให้เห็นตัวตนที่แท้จริงมากขึ้น “Business Administration มีอยู่ 8 วิชา 2 เทอม เรียนไปเรียนมา เริ่มรู้สึกว่า บัญชีเป็นเรื่องยากสำหรับผมมาก Economic ยิ่งไปกันใหญ่ ไม่เข้าหัวเลย มีพวกวิชา Marketing กับ Project Management ที่พอไหว ถ้าเราเรียน MBA จริง ชีวิตต้องรันทดแน่ เลยเปลี่ยนแผนใหม่ หาวิชาออกแบบที่ถนัดดีกว่า สมัครมหาวิทยาลัยชื่อดังหลายแห่ง เลือก Urban Design ที่ Columbia University และ UC Berkeley แต่เข้ายากมาก ต้องเสียค่าสมัครเยอะ เลยเริ่มถามตัวเองว่าจะเรียนดีไหม ผมสมัครแล้วขอทุน Internship ด้วยเลยยิ่งยากขึ้น เริ่มมองรอบด้านและพบว่าสมัครเรียนที่อังกฤษไม่เสียค่าสมัคร เกือบทุกมหาวิทยาลัยในอังกฤษเป็นรัฐสวัสดิการ นักเรียนต่างชาติไม่ต้องเสียเงินค่าสมัคร รู้สึกว่าน่าสนใจทีเดียว”

อังกฤษเป็นทางเลือกที่น่าสนใจที่สุดสำหรับคุณต่อบูรณ์ โดยเลือกเข้าศึกษาที่ University of Westminster ใจกลางกรุงลอนดอน พร้อมกับได้รับทุน เนื่องจาก Portfolio ผลงานที่ส่งไปน่าสนใจ “ผมมองว่าการที่เราจะเรียน Urban Design ในเมืองใหญ่น่าจะช่วยตอบโจทย์ได้ ลอนดอนเป็นหนึ่งในเมืองใหญ่ที่น่าสนใจ ทางมหาวิทยาลัยอยากได้นักศึกษาต่างชาติเพื่อจะได้ทัศนคติที่หลากหลายด้วยเหมือนกัน”

โลกสองใบที่แตกต่าง “การเรียน ที่ลอนดอนน่าสนใจกว่าอเมริกา มีนักศึกษาหลายชาติ อเมริกัน ยุโรป ตะวันออกกลาง ทำให้เรามีเพื่อนหลายเชื้อชาติ หลายความคิด ที่อเมริกาไม่ค่อยมีนักเรียนจากยุโรปมากเท่ากับลอนดอน คนยุโรปไม่ต้องเสียค่าวีซ่าและจ่ายค่าเทอมในราคาคนอังกฤษ ได้เห็นความคิดที่แตกต่าง มุมมองใหม่ๆ มีความสากลด้านเชื้อชาติมากกว่าอเมริกา เรื่องค่าใช้จ่ายอังกฤษกับอเมริกาไม่แตกต่างกันนัก ถ้าเป็นมหาวิทยาลัยเกรดเดียวกัน ค่าเทอมจะไม่ต่างมาก แต่ข้อดีของมหาวิทยาลัยในอังกฤษส่วนใหญ่เป็นรัฐสวัสดิการ ค่าเรียนไม่แพง แต่ค่าครองชีพที่อังกฤษแพงกว่ามาก ที่ University of Westminster อยู่ใจกลางลอนดอน ผมใช้วิธีเช่าบ้านอยู่นอกลอนดอนค่าเช่าถูกหน่อย แต่ต้องจ่ายค่ารถไฟแพงขึ้น ที่อังกฤษให้นักศึกษาที่ลงเรียน Full Time ทำงานได้อย่างถูกต้อง เรื่องนี้คนไม่ค่อยทราบกัน แต่ต้องเป็นงาน Part Time และต้องหางานมาก่อนแล้วทางมหาวิทยาลัยถึงจะรองรับให้สามารถทำงานได้ สาขาที่ผมเรียนการบ้านเยอะ เลยทำงานมากไม่ได้ ผมได้งานพาร์ตไทม์ทำเว็บไซต์ของสำนักงานทนายความแห่งหนึ่ง”

สองประเทศสองความต่าง “อยู่อเมริกาควรมีรถ เพราะการเดินทางไม่ค่อยสะดวก โดยเฉพาะเมืองเล็กๆ ยกเว้นเมืองใหญ่อย่างนิวยอร์ก ชิคาโก ซานฟรานซิสโก บอสตัน ระบบขนส่งมวลชนสะดวก ผมอยู่ฟลอริดาใช้รถ ก็จะมีค่าใช้จ่าย ค่าซ่อม ค่าประกัน ไม่เหมือนลอนดอนเดินทางสะดวกไม่ต้องมีรถส่วนตัว อีกอย่างหลักสูตรปริญญาโทที่อังกฤษ เรียนจบภายใน 12 เดือน 3 เทอม Fall, Spring และ Summer เหมาะมากกับการเรียน Full Time ที่อเมริกาเรียนปีครึ่งเป็นอย่างต่ำถึง 2 ปี จึงจะจบ และมีหยุดซัมเมอร์ บางคนจึงบินกลับบ้านในช่วงซัมเมอร์ ไม่ก็ทำงาน แต่ถ้าอยากจบเร็ว อังกฤษน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า”

ในฐานะผู้มีประสบการณ์ที่หลากหลายทั้งการเรียนในเมืองไทย สหรัฐอเมริกาและอังกฤษ คุณต่อบูรณ์ฝากมุมมองที่น่าสนใจไว้ว่า “การเรียนเมืองไทย เรามีแต่เพื่อนคนไทย มีวิธีคิดแบบไทย แต่พอไปอยู่ต่างประเทศ ได้เจอคนชาติต่างๆ คิดไม่เหมือนกัน คนจีนแผ่นดินใหญ่มีวิธีคิดอีกแบบ คนสเปนมีทัศนคติอีกแบบ การที่เรามีโอกาสเห็นวิธีคิดที่ไม่เหมือนกันแบบนี้เป็นประโยชน์ต่อตัวเราเอง”

Powered by HELLO! Education