บน เส้นทางสู่ความสำเร็จ เป็นที่ทราบดีว่าเส้นแบ่งระหว่างอาชีพในโลกดิจิทัลช่างเลือนราง มีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้ทำงานตามสาขาที่เรียนมา แถมบางคนยังทำได้ดีเสียด้วย เช่นเดียวกับคุณเก่ง-สิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม ที่เริ่มต้นจากการเรียนดีไซน์ มีโอกาสได้ไปทำงานออกแบบเว็บไซต์ให้กับเจ้าแม่ไลฟ์สไตล์ชื่อดังอย่างมาร์ธา สจวร์ต และเว็บข่าวของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น จนกระทั่งคุณเก่งเดินทางกลับเมืองไทยและเปิดบริษัทของตัวเองในชื่อสุดแนวว่า rgb72 เอเจนซีที่ลูกค้าให้ความไว้วางใจ คุณเก่งบอกว่า สิ่งที่เรียนมาไม่เกี่ยวกับงานที่ทำทุกวันนี้เลย แต่เป็นเพราะการไม่หยุดที่จะค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ และนำสิ่งนั้นมาต่อยอดจนทำให้เขามีวันนี้

จากเด็กบัญชี เรียนดีไซน์เพราะใจรัก

หลังจากเรียนบัญชีที่โรงเรียนพณิชยการพระนครได้เพียง 2 ปี คุณเก่งก็เริ่มรู้ตัวว่าอยากเรียนดีไซน์มากกว่าเพราะชอบวาดรูปมาตั้งแต่เด็ก จึงเบนเข็มเพื่อทำสิ่งที่ชอบทันที “ช่วงปี ค.ศ. 1994 ผมสอบเทียบ ม.6 พอจบก็แพ็ก กระเป๋าบินไปอเมริกาเลย” คุณเก่งไปเรียนภาษาอยู่ 3 – 4 เดือน ก็เริ่มเข้าเรียนด้าน Visual Communication ที่ Al Collins Graphic Design School สถาบันที่สอนด้านกราฟิกโดยเฉพาะ และเพราะได้ทำตามความฝัน ช่วงเวลา 4 ปีสำหรับคุณเก่งจึงถือว่าไม่หนักหนาเลย “ถ้าเราได้ทำสิ่งที่ตัวเองชอบ ตื่นเช้ามาเราจะอยากไปเรียนทุกวัน ตอนนั้นผมมีเป้าหมายว่าจบแล้วอยากเป็นดีไซเนอร์ คำนี้มันดูเท่มาก ถ้าได้ทำงานออกแบบพวกโลโก้ หัวจดหมาย หรือนามบัตร คงจะดีมาก”

จุดเปลี่ยนของชีวิต

หลังจากเรียนจบ รัฐบาลอเมริกาเปิดโอกาสให้นักศึกษาต่างชาติอยู่ทำงานต่อได้อีกปีโดยไม่ต้องขอวีซ่าทำงาน ประกอบกับตอนนั้นอินเทอร์เน็ตกำลังเข้ามา คุณเก่งสนใจอยากทำงานกราฟิกบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นเรื่องที่ใหม่มาก “ตอนนั้นปี ค.ศ. 1998 เฟซบุ๊ก กูเกิล ยังไม่มีเลย แต่มีหนังสือเกี่ยวกับการเขียนโค้ดเพื่อทำเว็บแบบง่ายๆ ออกมา ผมไม่ใช่โปรแกรมเมอร์ แต่เราก็พยายามอ่าน ลองทำโน่นนี่ ทำให้ผมกลายเป็นคนส่วนน้อยที่มีความสามารถทางด้านนี้”

จากที่เริ่มทำด้วยความสนุก คุณเก่งกลับมองเห็นโอกาสบางอย่าง จึงพยายามเรียนรู้และต่อยอดกับเรื่องเทคโนโลยีมาเรื่อยๆ จนได้เข้าไปทำงานให้กับหลายหน่วยงาน อาทิ ออกแบบเว็บไซต์ให้กับรัฐบาลอเมริกา ซึ่งคุณเก่งต้องย้ายไปอยู่ที่วอชิงตัน ดี.ซี. นานเกือบ 10 เดือน และในที่สุดก็ได้ทำงานกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น “ตอนนั้นซีเอ็นเอ็นอยู่ที่เท็กซัส ด้วยความที่อีโก้สูงก็ขอเขาว่า ขอบินเฟิร์สคลาส ขอนอนโรงแรมห้าดาว ขอคอมพิวเตอร์อย่างดี มีคนขับรถให้ด้วย กะว่าถ้าเขาไม่ให้ก็ไม่เป็นไร ปรากฏว่าเขาให้ แต่สิ่งที่ผมได้เรียนรู้คือ ถ้าเขาให้ แสดงว่าคุณก็ต้องทำงานให้ได้อย่างที่เขาต้องการเช่นกัน มันเป็นความรับผิดชอบของเรา ซึ่งผมว่ามันเป็นข้อตกลงที่แฟร์มาก ซึ่งโปรเจ็กต์ก็ทำสำเร็จนะครับ”

เส้นทางสู่ความสำเร็จของ สิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม แห่ง rgb72

นอกจากนี้ คุณเก่งยังได้ไปทำงานกับเจ้าแม่ไลฟ์สไตล์ชื่อดังอย่างมาร์ธา สจวร์ต อีกด้วย ตอนหลังทางมาร์ธายื่นข้อเสนอให้เขาทำงานประจำ แล้วด้วยความคิดถึงเมืองไทย คุณเก่งจึงขอกลับมาเยี่ยมบ้านก่อน แต่พอมาเจอบรรยากาศแบบไทยๆ ความอบอุ่นของครอบครัว ทำให้คุณเก่งไม่คิดกลับไปทำงานที่นั่นอีก

คุณเก่งเริ่มต้นทำงานแรกในไทยกับบริษัท EWIT ซึ่งรับออกแบบเว็บไซต์ เพราะชื่นชอบในผลงาน ตลอดจนถึงวัฒนธรรมของบริษัทที่ขยัน ทุ่มเท เต็มที่ทั้งเรื่องงานและการเล่นสนุก แต่ทำได้ 10 เดือน คุณเก่งขอออกมาเป็น ฟรีแลนซ์ จนนำไปสู่การเปิดบริษัทของตัวเองร่วมกับเพื่อนอีกคนหนึ่ง ในชื่อ rgb72 ซึ่งคุณเก่งขยายความว่า rgb เป็นแม่สี red green blue ซึ่งเป็นสีที่ใช้ในจอคอมพิวเตอร์ ส่วน 72 เป็นค่าความละเอียดของจอนั่นเอง

อุปสรรค และบททดสอบ

ปัจจุบัน rgb72 เปิดมานานเกือบ 20 ปีแล้ว ซึ่งต้องผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอสมควร อย่างช่วง 3 – 4 ปีแรก บริษัทลูกค้าที่คุณเก่งไปทำงานให้ โดนฟ้องจาก Getty Images เว็บไซต์ขายรูปชื่อดังเรียกเงินสูงถึง 800,000 บาท ซึ่งเจ้าตัวยอมรับในความผิดพลาดที่ละเมิดลิขสิทธิ์รูปภาพ แม้จะไม่มีเงิน แต่เขาก็ยินดีชดใช้เองทั้งหมดโดยขอต่อรองกันอยู่นาน สุดท้ายมาจบที่ 60,000 บาท “เรื่องนี้ผมเคยเขียนลงไปในบล็อกซึ่งคนแชร์กันเยอะมาก ทำให้คนรู้ว่าต่อไปเขาไม่ควรละเมิดลิขสิทธิ์รูป แล้วมันก็เป็นบทเรียนให้เรา ตอนนั้นมีหลายคนบอกว่าไม่ต้องรับผิดชอบหรอก คนอื่นเขาก็ชิ่งกันเยอะ แต่เรารู้สึกไม่ดี ถ้าเราไม่จ่ายในวันนั้น วันนี้เราคงมีอะไรค้างคาใจ โชคดีที่จบด้วยดี ผมเลยคิดว่าปัญหาทุกอย่างแก้ได้ครับ”

เส้นทางสู่ความสำเร็จของ สิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม แห่ง rgb72

ปรับเปลี่ยนตัวเอง

โลกเปลี่ยนไป บริษัทของคุณเก่งก็ต้องปรับตัวให้รองรับความต้องการของลูกค้าเช่นกัน “ลูกค้าต้องการอะไรที่มากกว่าเว็บ เราเลยเปลี่ยนมาเป็นครีเอทีฟเอเจนซี่ ไม่ได้โฟกัสแล้วว่าจะทำดิจิทัล มาร์เก็ตติง เฟซบุ๊ก หรือทำแอปฯ แล้วคำว่าครีเอทีฟ เราต้องพยายามไม่ให้เหมือนคนอื่น”

นอกจากนี้คุณเก่งยังเป็นหัวเรือใหญ่ในการจัดงานที่ชื่อว่า Creative talk เพื่อเป็นเวทีให้คนเก่งๆ ในแต่ละสาขาอาชีพมาแลกเปลี่ยนความรู้เพื่อไปสู่ เส้นทางสู่ความสำเร็จ กัน ซึ่งมีคนสนใจมาก “เราใช้คอนเซ็ปต์ว่าฟรีและดี มันเกิดมาจากที่เรารู้สึกว่า คนเชิญเราไปฟังความรู้เรื่องนี้สิ พอไปปุ๊บ อ้าว หลอกขายของนี่หว่า เราก็รู้สึกไม่ดี แต่ความคิดคนจัดอีเวนต์คือ ไหนๆ คุณมาฟรีแล้ว ก็ให้เราขายของสิ แต่ความจริงเขาไม่ได้มาฟรีนะ เขาเสียสิ่งที่มีมูลค่าในชีวิตก็คือเวลา เราเลยอยากจัดงานที่ดีจริงๆ”

คุณเก่งมองภาพธุรกิจนี้ในอนาคตข้างหน้าว่าไม่ควรทำตลาดอยู่แค่ในประเทศไทย ดังนั้นเรื่องของ ‘ภาษา’ จึงสำคัญที่สุด “อย่างตอนนี้ตลาดจีนใหญ่มาก ถ้าเรารู้ภาษาจีนก็ดี พอโลกมันเล็กลง ผมสามารถเห็นหน้าคนอเมริกันได้ แต่ถ้าผมสื่อสารกับเขาไม่ได้ เราก็ขาดโอกาส เทคโนโลยีไปไว อินเทอร์เน็ตมันเชื่อมต่อทุกคนได้หมดแล้ว เด็กยุคนี้จึงควรต้องเรียนภาษา นอกนั้นคุณจะไปเรียนอะไรก็ได้” เพราะเทคโนโลยีไปไวและไม่เคยหยุดนิ่ง เราจึงต้องทันโลก ครีเอทีฟและนักออกแบบมือทองเชื่อเช่นนั้น

Powered by HELLO! Education