ดร.รุ่งทิพย์ โชติณภาลัย นักบริหารโอกาสทางการศึกษาที่เก่งกาจ อาจารย์พิเศษตามสถาบันต่างๆ ผู้ประกาศข่าวรายการ AEC Plus นำเสนอข่าวอาเซียน ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3SD และผู้บรรยายภาคภาษาอังกฤษในงานพระราชพิธีต่างๆ มีผลงานได้รับรางวัลทั้งโทรทัศน์ทองคำ รางวัลเทพทองและอีกหลายรางวัล กับเส้นทางการศึกษาที่มาพร้อมกับความใฝ่รู้ของเธอ เรียนจบปริญญาโท 3 ใบ และปริญญาเอก 1 ใบใน 3 ประเทศ พบแรงบันดาลใจในแง่มุมการศึกษาของเธอ

ดร.รุ่งทิพย์ โชติณภาลัย ปริญญาโท 3 ใบ ปริญญาเอก 1 ใบใน 3 ประเทศ...การเรียนรู้ที่ไม่มีขีดจำกัด

พื้นฐานทางการศึกษาที่ดีเยี่ยมในจังหวัดนครราชสีมา ดร. รุ่งทิพย์ เป็นชาวโคราช เกิดและใช้ชีวิตที่นั่นตั้งแต่เด็ก เป็นลูกสาวคนเดียวที่ขนาบด้วยพี่ชาย (อนุกูล) และน้องชาย (ชัยรัตน์) คุณพ่อคุณแม่ (ประสิทธ์ – วิไล) ประกอบธุรกิจเดินรถ บริษัท สุรนารีทัวร์ ความสำเร็จในปัจจุบันนี้ ดร.รุ่งทิพย์ต้องขอบคุณครอบครัวและโรงเรียนมารีย์วิทยา ที่สร้างทักษะทางภาษาและพื้นฐานความรู้ที่เป็นประโยชน์จนถึงปัจจุบัน “เป็นโรงเรียนคาทอลิกหญิงล้วน สอนภาษาอังกฤษตั้งแต่อนุบาล 1 ตอนเด็กเรียนปานกลางจนม.ต้นเริ่มได้ที่ 1 และรางวัลเรียนดี เป็นเด็กโลกส่วนตัวสูง ชอบอ่านวรรณกรรมแปล การ์ตูนตาหวาน ชอบเข้าห้องสมุด ช่วยบรรณารักษ์ดูแลห้องสมุด โชคดีมากที่พ่อแม่สนับสนุน อยากเรียนพิเศษอะไรก็ได้ ที่โรงเรียน

ซึ่งทันสมัยที่สุดในยุคนั้น ครูที่มารีย์ มีทั้งครูฟิลิปปินส์สอนภาษาอังกฤษและครูภาษาฝรั่งเศส เปิดโอกาสให้นักเรียนทำกิจกรรม เลือกเล่นเครื่องดนตรี 1 ชิ้น รำไทย เต้นลีลาศ ต้องพิมพ์ดีดได้ เราได้พื้นฐานการศึกษาที่ดีจากโรงเรียนนี้มากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษาอังกฤษ”

จากโรงเรียนฝรั่งสู่โรงเรียนไทยในกรุงเทพฯ และความต่างของวัฒนธรรม หลังจากสอบเข้าโรงเรียนประจำสตรีที่มีชื่อเสียง “เขมะสิริอนุสสรณ์” ต้องปรับตัว “ตอนเรียนที่มารีย์ เราจะแก่นๆ พอมาเขมะฯ เรื่องมารยาท การไหว้ต้องเป๊ะมาก มีฝึกคลานเข่า แรกๆ อึดอัด เพราะเราไม่เรียบร้อย ต้องปรับตัวเข้ากับเพื่อนใหม่ แต่ตอนหลังเพื่อนทั้ง 3 ห้องเกือบ 120 คน สนิทกันหมด แล้วต้องอยู่หอที่เขมะฯ แต่เราอยู่หอแค่เทอมเดียว เพราะตอนหลังคุณพ่อซื้อบ้านที่กรุงเทพฯ แล้วส่งพี่เลี้ยงมาดูแล ที่เลือกเขมะสิริฯ เพราะคุณพ่อเป็นห่วง อยากให้เข้าโรงเรียนประจำหญิงล้วน ปีแรกได้ที่ 2 กับรางวัลเรียนดี”

ทุนแรกในต่างแดน ก่อนเรียนคณะในดวงใจ ระหว่างเรียนม. ปลาย ดร. รุ่งทิพย์ ได้เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนทุน PEACE-USA ของสหรัฐอเมริกา เลือกพักการเรียนที่จุฬาฯ 10 เดือน เพื่อเรียนที่ Mukwonago High School ที่ Wisconsin แทน นับว่าคุ้มค่ามาก “พอไปแล้วอึ้ง เพราะเมืองบ้านนอก มองไปเห็นฟาร์มข้าวโพดสุดลูกหูลูกตา ถามตัวเองว่ามาทำอะไร (หัวเราะ) แต่ที่นี่ให้เราเรียนรู้หลายอย่างเป็นประสบการณ์ที่ดี เริ่มจากมีโฮสต์อาสาสมัครที่น่ารักมาก เป็นคนนิวยอร์กย้ายมา ขับรถพาไปค้นคว้าข้อมูลทำรายงานเรื่องสงครามเวียดนามที่ห้องสมุด สนใจซักถามช่วยเหลือเกี่ยวกับรายงาน ถ้าอยากเรียนสิ่งที่สนใจเป็นพิเศษเช่น คลาสบัลเลต์ Jazz ก็ทำได้ ต้องปรับตัวในฐานะนักเรียนทุน เรื่องภาษาอังกฤษที่ต้องพัฒนาให้ได้ในระดับ Think in English, Dream in English การปรับตัวเมื่อเจอเหยียดผิว และพิสูจน์ความสามารถให้คนอื่นยอมรับ พอกลับมาเรียนจุฬาฯ ต้องปรับตัวใหม่อีก เพราะติดแนวคิดแบบอเมริกัน มีความมั่นใจขึ้น มาตั้งชมรมที่นิเทศชื่อ Esoteria มีเพื่อนๆ น้องๆ ที่น่ารักที่ยังคบกันมาถึงทุกวันนี้ จนจบปริญญาตรี สาขาวิทยุโทรทัศน์ ที่คณะนิเทศศาสตร์ จุฬา”

ดร.รุ่งทิพย์ โชติณภาลัย ปริญญาโท 3 ใบ ปริญญาเอก 1 ใบใน 3 ประเทศ...การเรียนรู้ที่ไม่มีขีดจำกัด

ปริญญาโท 3 ใบ 1 ปริญญาเอกใน 3 ประเทศ ใบแรกที่ New school for Social Research นิวยอร์ก เพราะชอบวัฒนธรรม และสนใจเนื้อหาของภาควิชา Media Studies ซึ่งนำทฤษฎีมาทำความเข้าใจมนุษย์และสังคมว่ามีชนชั้น (แนว Socialist) มีศิษย์เก่าทั้งไทยและต่างชาติ อย่างป๊อด โมเดิร์นด็อก (เรียนดนตรี) และหมู asava (เรียน Design) รวมถึงผู้สอนที่น่าสนใจไม่แพ้กัน “ได้รู้จักเพื่อนทุกมุมโลก และสนิทกับเพื่อนชาวบราซิลมาก เวลานี้เป็น Bureau Chief ที่ GloboNews สถานีโทรทัศน์บราซิลในนิวยอร์ก ใช้เวลาเรียน 2 ปีครึ่ง ช่วงเรียนรับเป็นพิธีกรให้งานชุมนุมนักเรียนไทย มีโอกาสได้พบกับผู้บริหารธนาคารไทยพาณิชย์ สาขานิวยอร์ก ชักชวนให้ลองฝึกงานในโครงการสมองไหลกลับ ทำให้ได้มีโอกาสทำงานเป็นผู้ประกาศข่าวไอทีวี เป็นงานที่รัก และตอบโจทย์ความต้องการของเราในเวลาต่อมา”

ทำงานผู้ประกาศข่าวได้สักระยะ เธอไม่ทิ้งความฝันที่จะเรียนปริญญาเอกจึงสอบชิงทุนการศึกษารัฐบาลญี่ปุ่น(Monbukagakusho) ไปเริ่มต้นนับศูนย์ใหม่ เพราะไม่มีความรู้ด้านภาษา ใช้เวลารวม 6 ปีครึ่ง จนคว้าปริญญาโทและปริญญาเอก เป็นที่รู้จักในฐานะดร. รุ่งทิพย์ โชติณภาลัย ระหว่างกำลังศึกษาต่อปริญญาเอกที่ญี่ปุ่น เธอทำสิ่งที่ท้าทายความสามารถอีกครั้ง ด้วยการเดินทางไปกลับลอนดอน – โอซาก้า เพื่อศึกษาปริญญาโทอีกหนึ่งใบกับปรมาจารย์ด้านการสื่อสารระดับโลก Prof. David Morley ศิษย์เอกของ Prof. Stuart Hall บิดาของทฤษฎีผู้รับสาร และ Cultural Studies ที่เธอใฝ่ฝันอยากเป็นลูกศิษย์ให้ได้สักครั้งในชีวิต จนสามารถคว้าปริญญาโทวิจัยจาก Goldsmiths College, University of London ได้สำเร็จในที่สุด “มีอพาร์ตเมนท์ใน 2 ประเทศ ทั้งในอังกฤษที่ตั้งใจจะเรียนปริญญาเอก และในญี่ปุ่น แต่สุดท้ายด้วยความที่ต้องบินข้ามทวีปไปมาบ่อยครั้งเข้าทำให้เหนื่อยมาก เลยเลือกจุดหมายเดียวคือปริญญาเอกในญี่ปุ่น และอย่างน้อยได้ปริญญาโทมาอีกใบในสาขาวิชาและผู้สอนที่เราอยากเรียน”

ดร.รุ่งทิพย์ โชติณภาลัย ปริญญาโท 3 ใบ ปริญญาเอก 1 ใบใน 3 ประเทศ...การเรียนรู้ที่ไม่มีขีดจำกัด

ความสำคัญของภาษา “ถ้าเราเข้าใจภาษา ก็จะเข้าใจวัฒนธรรมมากขึ้น ต้องขอบคุณมารีย์วิทยาที่ทำให้เราได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษอย่างลึกซึ้ง การใช้ชีวิตนักเรียนในต่างประเทศทำให้เราเข้าใจตัวตนของคนชาตินั้นๆ ภาษาญี่ปุ่นจะมีคำพูดอยู่สองคำคือฮอนเน่ (ความรู้สึกลึกๆในใจ) กับทาเทมาเตะ (การพูดตามมารยาท) เราต้องรู้ว่าเขากำลังใช้ ‘ฮอนเน่’ หรือ ‘ทาเทมาเตะ’ อยู่ คนญี่ปุ่นไม่สบตาเพราะถือว่าไม่สุภาพ คล้ายคลึงกับคนอังกฤษที่มีความเป็นผู้ดีสูง ต้องอ่านใจเขาให้ออกว่าเขาหมายถึงอะไร ส่วนคนอเมริกันพูดตามที่คิด”

สู่บทบาทผู้ประกาศข่าว “การเข้าใจภาษาและวัฒนธรรมช่วยได้มาก เมื่อเข้าทำงานเป็นผู้ประกาศข่าวและบรรณาธิการข่าวอย่างทุกวันนี้ ทำให้เรามีพื้นฐานความเข้าใจผู้คนและเข้าใจโลกมากขึ้น เนื่องจากโลกเราทุกวันนี้ไม่ได้มีวัฒนธรรมใดวัฒนธรรมเดียวที่โดดเด่นอีกต่อไปแล้ว แต่มีความเป็น Hybrid Culture ที่มีความผสมผสานหลากหลายวัฒนธรรมอยู่ เด็กไทยสมัยนี้จะคุ้นชินกับ Hybrid Culture ขณะเดียวกันเราควรกระตุ้นเตือนให้เขาไม่ลืมความเป็นไทย”

ดร.รุ่งทิพย์ ฝากเน้นเป็นพิเศษคือ การทำสิ่งที่รัก แต่ที่สำคัญผู้ปกครองต้องพร้อมสนับสนุนและผลักดัน “อยากให้พ่อแม่สนับสนุนลูกด้วยการดูว่าเขาชอบอะไร อย่าบังคับ และไม่จำเป็นว่าทุกคนต้องเรียนโรงเรียนนาชาติ ที่เราได้ดีทุกวันนี้เพราะเชื่อว่า Do what you love, love what you do เป็นสิ่งสำคัญ การให้เกียรติผู้อื่น ทุกคนมีความเสมอภาคกัน ซึ่งเราได้รับการปลูกฝังจากคุณพ่อและเป็นประโยชน์กับเราจนถึงทุกวันนี้”

Powered by HELLO! Education