คุณบิ๋ง–นันทมาลี และคุณจ๊ะ–วรวุฒิ ภิรมย์ภักดี พูดถึง การเลี้ยงดูเด็กทุกวันนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเรียนการสอนทางด้านวิชาการเท่านั้น แต่ยังต้องส่งเสริมเด็กให้มีความสามารถพิเศษต่างๆ ตามความชอบของพวกเขาเองประกอบด้วย ซึ่งทั้งสองต่างเปิดโอกาสให้กับลูกแฝดชายหญิงวัย 9 ขวบได้ทำกิจกรรมที่ชื่นชอบอย่างเสรี น้องเจม ชอบแข่งรถ ก็ได้โอกาสจากคุณพ่อพาไปแข่ง Ferrari แทบทุกวีคเอนด์ ด้านน้องบีม ก็สนุกสนานกับการเล่นเปียโนและวาดรูป

ส่งเสริมแต่เด็ก

คุณบิ๋งบอกเราว่า ทั้งเธอและคุณจ๊ะ ต่างก็เล็งเห็นประโยชน์ของกิจกรรมนอกเวลาเรียนเป็นอย่างมาก “โรงเรียนบางกอกพัฒนา ที่เขาเรียน มีกิจกรรมหลังเลิกเรียนเรียกว่า ECA (Extra-Curriculum Activities) เป็นกิจกรรมกีฬา ศิลปะ เราก็ให้เขาเรียนวันจันทร์ถึงวันพฤหัสบดี เว้นวันศุกร์ที่เราเก็บไว้ให้เขาเรียนร้องเพลง เพื่อขึ้นเวทีโชว์ในงานวันเกิดของคุณปู่ ซึ่งถูกใจท่านมาก

“เหตุผลที่ในวัยนี้เราส่งเสริมกีฬาให้เขา เพราะจะช่วยเสริมมวลกระดูกแล้วก็เป็นการคลายเครียด สร้างทักษะในการเป็นทีมเวิร์ก เลยให้เขาเรียนเทนนิส ส่วนลูกชายเราเพิ่มฟุตบอลให้อีกด้วย นอกจากนี้ก็มีเรียนดนตรีเพิ่มในวันเสาร์ เริ่มจากเปียโน อย่างน้องเจม พอโตขึ้นก็ชอบกีตาร์มากกว่า”

อนาคตนักแข่งฟอร์มูลาวัน

คุณจ๊ะวาดฝันว่าจะปั้นลูกชายให้เป็นนักแข่งรถมือฉกาจให้จงได้ ซึ่งน้องเจมก็ชื่นชอบเช่นกัน แทบทุกวันอาทิตย์จึงเป็นวันที่คุณจ๊ะจะพาลูกชายไปซ้อมและแข่งที่สนามแข่งรถพีระเซอร์กิต พัทยา คุณบิ๋งเล่าว่า “น้องเจมจะไปสนามเพื่อฝึกซ้อมและลงแข่งอย่างเป็นจริงเป็นจัง มีโค้ชต่างชาติช่วยดูแล ทีนี้บิ๋งก็ช่วยสานฝันด้วยการเสริมด้านคาร์ดิโอเพื่อให้เขามีความอดทนและแข็งแรง อย่างการเล่นฟุตบอลหรือเทนนิส ซึ่งเห็นเลยว่าได้ผล เขาสามารถขับรถแข่งได้นานและทนขึ้น”

อาร์ติสต์ตัวน้อย

ด้วยความที่น้องบีมฝาแฝดผู้น้องนั้นเป็นเด็กผู้หญิง คุณบิ๋งจึงใกล้ชิดกว่า เธอไม่เร่งรัดลูก แต่จะให้ลูกทำอะไรตามความชอบและสนใจ “กับลูกทั้งสอง คุณจ๊ะเลี้ยงแบบฝรั่งคือ อยากดันให้สุดทาง เขาบอกว่าต้องเด่นไปด้านหนึ่งเลย ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องเรียนอย่างเดียว ซึ่งบิ๋งก็เห็นด้วย

“ตอนนี้บิ๋งก็ปูทางให้ลูกสาวอยู่ ด้วยความที่เขาเป็นอาร์ติสต์ ชอบดนตรี เราก็ให้เขาเรียนไปเรื่อยๆ ปีนี้เขาก็ได้โชว์เดี่ยวในคอนเสิร์ต Norie Music School และสอบเปียโน Trinity College of Music London Initial Stage ได้คะแนน Distinction (Honours) บีมเป็นเด็กที่มี sense of music ดีมาก หูดีจังหวะแม่น

“นอกจากเปียโน 2 คลาสเดี่ยวและกลุ่ม ก็เรียนอูคูเลเล่ เรียนร้องเพลงเดี่ยว 2 คลาส ทั้งเพลงฝรั่งและเพลงไทย ส่วนที่โรงเรียนก็เรียนร้องเพลงใน choir เพื่อฝึกหูและประสานเสียง รวมทั้งเต้นฮิปฮอป เป็นการส่งเสริมด้านศิลปะทางดนตรีอย่างเต็มที่” สำหรับเรื่องอื่น น้องบีมก็ฉายแววศิลปินตัวน้อยในการเริ่มเขียนนิยายขนาดสั้นให้คุณพ่อคุณแม่อ่าน คุณบิ๋งบอกว่า “สิ่งสำคัญคือลูกๆ ต้องชอบในการฝึกฝนความสามารถ และมีแพชชั่นในสิ่งที่ทำโดยสนุกกับมัน ส่วนพ่อแม่มีหน้าที่ส่งเสริมให้ไปถึงดวงดาวและให้กำลังใจเมื่อเจอความผิดหวัง” ไม่แน่ว่าในอนาคตอันใกล้ เราอาจได้เห็นศิลปินและนักแข่งรถที่ใช้นามสกุล ‘ภิรมย์ภักดี’ ผงาดในเวทีโลก ก็เป็นได้

ค่าใช้จ่ายในการฝึกแข่งรถโกคาร์ทของน้องเจม

  • รถ ‘Cadet kart’ พร้อมเครื่องยนต์และล้อ ราคาประมาณคันละ 150,000 – 200,00 บาท
  • การฝึกซ้อม รวมค่าน้ำมันและค่าใช้จ่ายจิปาถะ วันละประมาณ 5,000 บาท
  • การลงแข่ง รวมค่าน้ำมัน ค่ายางรถยนต์ และค่าใช้จ่ายจิปาถะ สำหรับการแข่ง 2 วัน ตกราว 15,000 บาท

Powered by HELLO! Education