คุณมุก – หม่อมหลวงรดีเทพ เทวกุล เวิร์คกิ้งวูแมน และคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ผู้วางรากฐานการศึกษาแบบบูรณาการประยุกต์ให้กับลูกๆ ทั้ง 3 คนที่ต่างแนวคิดและต่างสไตล์ ทั้งลูกสาวคนโตน้องนุก – กมลพร บุรณศิริ น้องมิ้ม – สุพิภา บุรณศิริและน้องแม็บ – วุฒิชาติ บุรณศิริ ได้อย่างลงตัว

แม้ลูกๆ ทั้ง 3 น้องนุก น้องมิ้ม และน้องแม็บ จะได้รับการเลี้ยงดูมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก สอนแบบเดียวกัน แต่เมื่อเริ่มโตขึ้นแต่ละคนต่างก็มีจุดมุ่งหมาย แนวทางการศึกษาที่ต่างกันอย่างสุดขั้ว “มุกวางแผนการศึกษาให้ลูกๆ ตั้งแต่เด็ก ค่อนข้างให้อิสระกับเขา เรามีกรอบให้ แต่ให้เขาเลือกกันเอง ไม่มีการบังคับ ทั้ง 3 คนเรียนโรงเรียนบางกอกพัฒนาตั้งแต่อนุบาล ตอนแรกอยากให้เข้าจิตรลดา แต่คุณพ่อ (วีรนต บุรณศิริ) อยากให้ลูกๆ ได้ภาษาอังกฤษ เลยมาลงตัวที่นี่”

ด้วยความที่ทั้งต้นราชสกุลคุณตาคุณยาย คุณพ่อและคุณมุกเองต่างจบจากอังกฤษ จึงหวังว่าลูกๆ จะเจริญรอยตาม แต่ถึงเวลาแต่ละคนมีแนวคิดของตัวเอง “พอถึงเวลาที่จะส่งนุกไปเรียนที่อังกฤษ เราไปตระเวนดูโรงเรียน เขาเข้าได้ทุกโรงเรียนที่สอบเลย แต่ไม่อยากไปเรียนที่อังกฤษ เพราะเป็นโรงเรียนหญิงล้วน รู้สึกเชย อยากไปเรียนที่อเมริกา เราแอบกลัว เป็นห่วงลูก เพราะว่าไม่มีความรู้เรื่องระบบการศึกษาในอเมริกา สมัยมุกคุณพ่อคุณแม่กำหนดให้ ยังไม่กล้าคิดเอง พอมารุ่นลูกอยากให้เขาตัดสินใจเอง เราทำได้แค่บอกแนวทาง ด้วยความที่นุกมีความมุ่งมั่นเป็นเด็ก Alert มาก พอรู้ว่าอยากไปอเมริกา เลยไปหาข้อมูลทำรีเสิร์ชว่าโรงเรียนไหนดี ทำรายการมาให้ดู เพราะอะไรระบบอเมริกาถึงดีกว่าอังกฤษ หาเหตุผลมาซัพพอร์ต แล้วสมัครเองหมด เขียน Parent Statement เอง เขาบอกแม่ว่าไม่มีใครรู้ดีเท่าตัวเขาว่าต้องการอะไร จากนั้นไปดูโรงเรียน Hotchkiss School ไปพูดคุยกับคุณครู เห็นเขาพยายามขนาดนี้ เราต้องยอมให้ไปแล้วละ”

“ที่เราส่งเขาไปเรียนตอนนี้ ถือเป็นการลงทุน อยากให้มีความคิดเหมือนฝรั่ง หาเลี้ยงตัวเองได้ สมัยนี้จะให้พึ่งพ่อแม่คงไม่ใช่แล้ว อยากให้คิดเองได้ มองอนาคตตัวเองเป็น นุกตอนเด็กเปลี่ยนโรงเรียนบ่อย เพราะต้องตามคุณพ่อที่ทำงานต่างประเทศ เรียนในโรงเรียนที่ฮ่องกง German Swiss International School และ French International School เป็นโรงเรียนระดับท็อป เขาเลยมีความกล้าแสดงออกมาตั้งแต่เด็ก”

ขณะที่คนโตเป็นเด็กมั่นใจ แอ็คทีฟ ขอไปหาความท้าทายศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกา แต่น้องมิ้ม ลูกสาวคนกลางกลับแตกต่างลิบลับ “สองคนพี่น้องไม่เหมือนกันเลย คนโตเซลฟ์ มั่นใจ คนกลางเรียบร้อย มุกให้ทางเลือกเหมือนกัน แต่เขาไม่ชอบ บอกว่าอยู่ที่บางกอกพัฒนามาตั้งแต่ K1 แล้ว ไม่อยากไปเรียนที่อื่น เลยไม่อยากบังคับเขา คิดว่าดีเหมือนกันมีลูกอยู่ใกล้ๆ มุกแปลกใจนะ ลูกทุกคนเลี้ยงดูเหมือนกัน แต่คนกลางออกมาเรียบร้อย มีกรอบ มีระเบียบ ไม่อยากไปเรียนเมืองนอกเหมือนพี่สาว มุกตามใจลูก และคอยให้คำแนะนำลูก”

สำหรับหนุ่มน้อยแม็บลูกชายคนเดียวและคนสุดท้องนั้น  “คนนี้ไม่ได้บังคับ แต่ใจมุกอยากให้ไปอังกฤษ เพราะมุกว่าโรงเรียนที่อังกฤษจะช่วยให้มีวินัยขึ้น ใส่ยูนิฟอร์ม มีกรอบ มีบทลงโทษ ถ้าไปอยู่อเมริกาน่าจะไม่เหมาะ เพราะมีอิสระมากเกินไป”

โฟกัสทั้งเรื่องเรียนและกิจกรรม “มุกมีคติสอนลูกๆว่า คนที่ฉลาดแต่ขี้เกียจ โตขึ้นมาเราจะเห็นว่าคนขยันประสบความสำเร็จมากกว่าคนฉลาด เลยไม่อยากให้ประมาท เก่งอย่างเดียวไม่ได้ อยากให้ทั้งสามคนจบออกมาแล้วได้ทำงานที่พวกเขารัก เพราะถือว่าเป็นบุญมากที่ตื่นมาแล้วรู้สึกเหมือนว่าไม่ได้ไปทำงาน และจะกำชับเขาว่าอย่าหวังพึ่งแม่ในอนาคต อยากให้เขาไปค้นหาตัวเอง เมื่อเรียนจบ หางานทำแบบคนทั่วไป เราได้เปรียบกว่าหลายคนแล้ว ก็อยากให้เขามีจุดมุ่งหมาย”

“มุกไม่เน้นติวเตอร์นอกห้องเรียน เพราะถ้าเราตั้งใจเรียนเวลาที่อาจารย์สอนในห้องเรียนน่าจะพอแล้ว ถ้าไม่เข้าใจให้ถามครู แต่ถ้าไม่ได้จริงๆ ถึงจะให้เรียนพิเศษ แต่บ้านเราไม่เน้น พอซัมเมอร์อยากให้ลูกๆ รีแลกซ์มากกว่า ถ้าเป็นเรื่องกิจกรรมละก็เต็มที่เลย อย่างนุกที่อเมริกาเขาเน้นกิจกรรมอยู่แล้ว และเข้าร่วมกิจกรรมที่ชื่อว่า Iowa Young Writer Studio เป็น Community ของนักเขียน เขาสมัครไปเรื่อย มีกิจกรรมเยอะคนนี้ อยากให้เขาได้ภาษาไทย ไม่ทิ้ง ถึงแม้จะเรียนเมืองนอก มุกเองไปเรียนเมืองนอกตั้งแต่ป.4 ภาษาไทยเลยไม่ค่อยแข็งแรง”

“ส่วนมิ้มเห็นดูเรียบร้อยแบบนี้ แต่จริงๆ ถนัดกิจกรรมแอดเวนเจอร์มากกว่า กีฬาไม่เล่นนะ แต่จะไปทำกิจกรรมของโรงเรียน ปีนเขา พายคายัค ตั้งแคมป์ ได้ Gold Award จาก The Duke of Edinburgh’s Award ของประเทศอังกฤษด้วย แปลกมากๆ เลยลูกคนนี้ อาร์ตก็ชอบ ดนตรีไทยพวกขิมก็เคยขอไปเรียน ด้านน้องแม็บเหมือนเด็กผู้ชายทั่วไป ติดเกม และเล่นอินเตอร์เน็ต แม็บกับคอมพิวเตอร์แทบแยกกันไม่ออกเลย โดยเฉพาะกับอินเตอร์เน็ต เพราะว่าการบ้านของนักเรียนสมัยนี้ต้องเปิดเว็บไซต์ค้นหาข้อมูล เราพยายามจำกัดเวลาการใช้ เพราะห่วงเรื่องสายตา  ส่วนกีฬามีเล่นฟุตบอลบ้าง”

ม.ล.รดีเทพ เทวกุล ให้อิสระทางความคิด เอ็นจอยกับชีวิต

ด้วยความที่คุณมุกเรียนต่างประเทศตั้งแต่เด็กจบ London School Economic แล้วต่อปริญญาโทตอนที่มีลูกแล้ว 2 คน เธอมีความคาดหวังกับลูกๆ แค่ไหน “ไม่ได้คาดหวังว่าลูกจะจบอะไร คิดว่าปริญญาตรีโอเคแล้ว แต่ถ้าอยากต่อปริญญาโท แม่พร้อมซัพพอร์ต แต่ต้องตั้งใจเรียน ไม่เกเร การเรียนทำให้ได้สังคม ได้เรียนรู้ เป็นสิ่งที่ดี อยากให้ลูกเป็นหมอ เพราะคุณตา (ม.ร.ว.เทพกมล เทวกุล) ก็เป็น หลังจากนั้นไม่มีใครเป็นเลย หรือทนายความก็รายได้ดี เคยให้นุกไปฝึกงานกับเพื่อนหมอที่โรงพยาบาล พอกลับมาเขาบอกไม่เอาแล้ว กลัวเลือด เลยคิดว่าแล้วแต่ลูก”

คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ฝากถึงคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังวางแผนเรื่องการเรียนของลูก “แต่ละครอบครัวมีแนวทางในการเลี้ยงลูกต่างกัน เรายังไม่รู้ว่าเลี้ยงเขามาแบบนี้จะประสบความสำเร็จ 100% ไหม แต่ถ้าพูดแบบกลางๆ คืออยากให้คุณพ่อคุณแม่วางแนวทางให้ลูกเหมือนเป็นไกด์ไลน์ ไม่อยากให้ไปบังคับเขา หาจุดยืนให้ตัวเอง หาอะไรที่ลูกจะแฮปปี้ ชีวิตมันสั้น อยากให้ทุกคนเอ็นจอยกับชีวิต ลูกเก่งศิลปะโฟกัสไปที่ศิลปะ อยากเป็นเชฟให้เขาเป็น เราเป็นพ่อแม่มีหน้าที่แค่วางกรอบให้แนวทางเขา คอยซัพพอร์ตเขาเท่านั้น อย่าเอาตัวเองเป็นหลัก คุณแม่บางคนอยากให้ลูกไปเรียนเมืองนอก เพราะตอนเด็กไม่มีโอกาส อย่างมุกเรียนเมืองนอกมาตลอด อยากให้ลูกเรียนเมืองไทย อยากให้ใส่ชุดนิสิตจุฬาฯ เป็นความฝันของแม่ (หัวเราะ) ลูกจะพูดตลอดว่า It’s your dream not mine. เราก็เออ…ใช่ It’s my dream. เด็กสมัยนี้ฉลาด รู้เลยและรู้เร็วกว่าเรา ว่าเขาอยากเป็นอะไร” คุณมุกปิดท้ายคำพูดด้วยรอยยิ้ม พวกเขาจะโตขึ้นเป็นอะไรไม่สำคัญ ขอเพียงให้เขาทำในสิ่งที่รักและทำให้ดีที่สุดก็พอ