เส้นทางที่เลือกแล้วของ ลรินดา นันทาภิวัฒน์ หรือ เกล้า แชมป์ขี่ม้า สาวไทยที่อุทิศทุกลมหายใจเข้าออกให้กับม้าและกีฬาสุดโปรดของเธอ เมื่อมองจากภายนอกแล้ว อาจพูดได้ว่ากีฬาขี่ม้าเป็นกีฬาที่สง่างามที่สุด ไม่ว่าจะด้วยเครื่องแต่งกายและท่วงทีเคลื่อนไหวทั้งของคนและม้า ทว่ากลับเป็นกีฬาที่ต้องทุ่มเทชีวิตจิตใจ รวมถึงค่าใช้จ่ายอีกไม่ใช่น้อย

คุณลรินดา หรือคุณเกล้า เป็นบุตรสาวคนโตของคุณลดารินและคุณเรืองวิทย์ นันทาภิวัฒน์ เธอเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนนานาชาติบางกอกพัฒนา ตั้งแต่ 2 ขวบจนจบชั้นไฮสกูล หนึ่งในกิจกรรมเสริมที่ต่างจากเด็กอื่นในวัยเดียวกันคือการขี่ม้า ที่เธอเริ่มต้นมาตั้งแต่อายุเพียง 3 ขวบ “คุณแม่ถามว่าอยากจะลองขี่ม้าโพนี่ไหม เป็น First Pony Ride หนูไม่กลัวเลยพอได้ลองขี่ก็ชอบเลยค่ะ รู้สึกสนุก อาจเป็นเพราะหนูเป็นคนชอบสัตว์อยู่แล้วด้วย เวลาอยู่บนหลังม้าแล้วมีความสุข ขณะที่บางคนอาจกลัว หรือขี่ไปนานๆ ก็เบื่อไปเลย แต่หนูเป็นคนที่ชอบอะไรแล้วไม่ค่อยเปลี่ยนใจ และต้องชอบสิ่งที่ทำก่อน ไม่อย่างนั้นจะไม่มุ่งมั่นพอที่จะทำให้ดีค่ะ” คุณเกล้าเล่า

ลรินดา นันทาภิวัฒน์ แชมป์ขี่ม้าสาวไทยอนาคตไกลถึงโอลิมปิก

เมื่อเริ่มฝึกขี่ม้าจริงจังตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ตารางชีวิตของนักขี่ม้ารุ่นเยาว์ดำเนินไปอย่างมีวินัยเคร่งครัดยิ่งจวบจนถึงทุกวันนี้ คือฝึกซ้อมสัปดาห์ละ 5-6 วันในช่วงโรงเรียนปิดเทอม และ 4-5 วัน ช่วงเปิดเทอม และเริ่มลงสนามแข่งประเภท Dressage หรือศิลปะการบังคับม้าในอีก 2 ปีต่อมากับเจ้าสตาร์ดัสต์ ม้าโพนี่ตัวแรกในชีวิต “การแข่งขันประเภทนี้ต้องมีสมาธิสูงมากกับตัวเองและม้าของเรา เราต้องสนใจแต่ม้า คิดเสมอว่าจะให้ม้าเชื่อฟังเรายังไง ถ้าเขาไม่ฟังก็ต้องแก้ไขทันทีเป็นการฝึกคิดถึงวิธีแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว เราต้องขี่ไปตามจุดต่างๆแล้วบังคับม้าให้ทำท่าที่กำหนดไว้ซึ่งยิ่งระดับสูงขึ้นไป ท่าจะยิ่งยากขึ้นและเร็วขึ้น ต้องมีสมาธิในการบังคับม้า และสื่อสารความรู้สึกกับม้า เพราะม้าก็เหมือนคน บางวันเหนื่อย บางวันตื่น เราต้องคิดว่าจะบังคับม้าให้ฟังเรายังไง”

คุณเกล้าเริ่มเข้าแข่งขันในระดับสโมสรที่นนทบุรี อีเควสเทรี่ยน ไรดิ้ง เซ็นเตอร์ ตอนอายุ 10 ขวบ โดยเริ่มจากระดับ Preliminary ซึ่งเป็นขั้นต้น แล้วไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ โดยไปแข่งตามสโมสรขี่ม้าต่างๆ ในประเทศ ก่อนจะก้าวไปแข่งขันในสนามต่างประเทศ “เกล้ามีโอกาสได้ไปแข่งระดับนานาชาติที่เมืองนีซ ฝรั่งเศส เป็นการแข่งขัน C.D.I. (Concours de Dressage International) ที่มีนักกีฬาจากหลายประเทศ ทั้งรัสเซีย สเปน อิตาลีและประเทศโซนยุโรปมาเข้าร่วม ซึ่งประเทศในแถบเอเชียมีแค่ 1 คนจากไต้หวันและหนูที่มาจากประเทศไทย ซึ่งเป็นความภูมิใจที่สุดแล้ว เหมือนเราเป็นตัวแทนประเทศ เพราะที่สนามแข่งมีธงชาติไทยติดอยู่ด้วยค่ะ”

ลรินดา นันทาภิวัฒน์ แชมป์ขี่ม้าสาวไทยอนาคตไกลถึงโอลิมปิก

การแข่งขันในสนามแข่งนานาชาติ CDI ไม่ใช่เรื่องง่าย นอกจากต้องมีโค้ชมืออาชีพประกบแล้ว ยังจำเป็นต้องมีเมนเทอร์ดูแลด้านจิตใจให้ลูกสาวด้วย คุณลดารินผู้เป็นมารดาอธิบายว่า “ทุกครั้งที่แข่งเสร็จ เขาจะรู้เลยว่าอยากทำให้ดีกว่านี้ อยากให้คะแนนออกมาดีกว่านี้ ซึ่งคนที่ไม่ใช่นักกีฬาจะไม่คิดแบบนี้นะคะ เขาจะไม่หวังผลว่าต้องทำให้ดีแค่นั้น แต่ยังอยากทำให้ดียิ่งๆขึ้นอีก เขาแฮปปี้ที่มาถึงจุดนี้ได้ แต่วันที่แข่งแล้วออกมาผิดหวังก็มี ซึ่งท้ายที่สุดเขาก็ต้องเรียนรู้ว่าสิ่งที่เขาผิดหวังและสิ่งที่เขาพลาดไป เขาต้องกลับมาแก้ไข ย้อนกลับไปตอนที่เขาตกม้าครั้งแรก พ่อแม่ตกใจมาก แต่ตัวเขาเองนี่แหละที่ปีนกลับขึ้นหลังม้าด้วยตัวเองอีกครั้งเพราะเขาไม่ยอมแพ้ ตอนเด็กๆตกม้าก็ขึ้นใหม่ ตอนนี้เขาตกแล้วก็ต้องปีนกลับขึ้นไปใหม่ได้เหมือนกัน”

แต่การจะได้มาซึ่งชัยชนะ ไม่ใช่แค่การฝึกซ้อมอย่างหนักและความมีวินัยในตัวนักกีฬาเท่านั้นแต่ยังต้องมีความพร้อมของนักกีฬาและม้าเป็นสำคัญด้วยเช่นกัน “ไม่ใช่แค่เรื่องสมรรถนะทางกายแต่มีเรื่อง mentality ของเราด้วยค่ะ” แชมป์ขี่ม้า สาวกล่าว “ถ้าเราคิดว่ายังไม่พร้อม เราก็จะไม่พร้อมจริงๆ แต่ถ้าเราคิดว่าเราพร้อม เราก็จะมีสิทธิ์ชนะได้ สิ่งที่จะช่วยได้คือฟังเพลง (ยิ้ม) ทำให้มีกำลังใจ และมีสมาธิค่ะ ไม่ได้คิดถึงอย่างอื่นเลย และไม่ได้ดูคู่แข่งคนอื่นตอนที่เขาเทรนด้วย เพราะเรามีหน้าที่ทำให้ดีที่สุดในแบบของเราเอง”

Powered by HELLO! EDUCATION