ถ้าพูดถึงวงการบันเทิงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า BNK48 เป็นกลุ่มศิลปินที่สร้างปรากฏการณ์ขึ้นมามากมาย ท่ามกลางสมาชิกจำนวนหลายสิบคน “เฌอปราง” เฌอปราง อารีย์กุล หรือที่กลุ่มแฟนคลับเรียกกันจนติดปากว่า แคปเฌอ หัวหน้าวง BNK48 หญิงสาวผู้เปรียบเสมือนประตูบานแรกที่ทำให้คนทั่วไปได้รู้จักกับวง นอกจากความน่ารักสดใสที่เราเห็นกันภายนอกแล้ว สาวน้อยคนนี้มีเส้นทางการศึกษาที่น่าสนใจไม่น้อย อะไรกันที่หล่อหลอมให้เฌอปรางเติบโตขึ้นมาเป็นเฌอปรางในทุกวันนี้ และก้าวต่อไปของเธอจะเป็นอย่างไร เรามาฟังเรื่องราวการศึกษาของเธอกัน

เรียนเพื่อใช้ชีวิต เปิดโอกาสตัวเองทดลองอะไรหลายๆ อย่าง

เส้นทางการศึกษาของ “เฌอปราง”

เฌอปราง : ตอนเด็กๆ เฌอโตมาแบบธรรมดามากๆ เลยค่ะ เฌอเรียนโรงเรียนไทยมาโดยตลอด เรียนไปตามระบบโดยไม่รู้ว่าชอบอะไร อยากเป็นอะไร แต่เฌอโชคดีที่ได้คุยกับคุณแม่ ท่านก็บอกว่าจบปริญญาตรีมาโดยไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไรเหมือนกัน ช่วงมัธยมเฌอเลยเปลี่ยนไปเข้าโรงเรียนทางเลือกเพราะอยากหาตัวเองให้เจอจริงๆ ช่วงม.1 – ม.6 เฌอเรียนที่โรงเรียนรุ่งอรุณ เพราะชอบคอนเซ็ปต์ของโรงเรียนนี้ที่เน้นการเรียนเพื่อใช้ชีวิตจริงๆ ไม่ใช่เรียนเพื่อสอบ ที่นี่เฌอได้เปิดโอกาสตัวเองทดลองอะไรหลายๆ อย่างค่ะ

สนุกตั้งแต่เริ่มหาข้อมูล พอบรรลุผลสำเร็จบางอย่าง ก็ภูมิใจที่ทำได้ด้วยตัวเอง

วิทยาศาสตร์ การทดลอง กับการค้นพบวิชาที่ชอบ ต่อยอดสู่อาชีพในฝัน

เฌอปราง : ตอนแรกเฌอจะเลือกเรียนเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เพราะช่วง ม.4 โรงเรียนเปิดโอกาสให้เรียนโค้ดดิ้งและโปรแกรมมิ่ง แต่พอได้ลงมือทำจริงๆ ก็ได้ข้อสรุปว่า ตัวเองไม่ได้ชอบด้านนี้ขนาดนั้น เฌอไม่ได้ชอบนั่งหน้าคอมพิวเตอร์นานๆ แต่ชอบเดินไปเดินมาชอบทำโปรเจ็กต์ เพราะวิชาสายวิทย์ต้องทำการทดลองตลอดเวลา

เฌอรู้สึกสนุกกับทุกขั้นตอนการเรียนวิทยาศาสตร์ ตั้งแต่เริ่มหาข้อมูล ตั้งสมมติฐาน จัดเตรียมอุปกรณ์การทดลอง ได้ลงมือทำ แล้วพอบรรลุผลสำเร็จบางอย่าง เฌอก็ภูมิใจที่ทำได้ด้วยตัวเอง ซึ่งสามารถนำแนวคิดการทดลองวิทยาศาสตร์มาปรับใช้กับชีวิตได้ด้วย

ทุกอย่างเราต้องลงมือทำ ทดลองไปเรื่อยๆ สำเร็จก็ดี ถ้าไม่สำเร็จก็ทำใหม่ เป็นจุดที่ทำให้เฌอตัดสินใจแน่ชัดว่าจะเรียนวิทยาศาสตร์ค่ะ

ไม่เคยรู้สึกเหนื่อย เพราะได้เรียนวิชาที่ชอบและได้ทำงานที่ฝันมานาน

รู้ความชอบของตัวเอง ทำให้ไม่ย่อท้อกับความเหนื่อยยากระหว่างทาง

เฌอปราง : ในความคิดเฌอนะคะ รู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยเหนื่อยเท่าเพื่อนหลายๆ คนที่ไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร แล้วผ่านการสอบยากๆ มาได้ แต่พอเข้าเข้าไปเรียนจริงๆ กลับไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองชอบเลยด้วยซ้ำ เฌอคิดว่าการเรียนมหาวิทยาลัยเหมือนเราต้องเรียนในสิ่งที่เราค้นหามาทั้งชีวิต หรือเรียนในสิ่งที่ตัดสินใจแล้วว่าจะอยู่กับมันไปทั้งชีวิต

ฉะนั้นเฌอไม่ค่อยเหนื่อยเลยกับการเรียนในมหาวิทยาลัย ไม่ใช่ไม่เต็มที่กับการสอบ หรือไม่ตั้งใจเรียนนะคะ แต่เพราะเฌอมุ่งมั่นที่จะเรียนภาคอินเตอร์มากๆ

เฌอจะพยายามไม่ปล่อยโอกาสให้ผ่านไป ทุกอย่างที่เฌอทำ ไม่ว่าอยากทำหรือไม่อยากทำ ทำให้เฌอเจอประสบการณ์ใหม่ๆ มากกว่าคนอื่น

เปิดโอกาสให้ตัวเองได้ทำกิจกรรมที่หลากหลาย

เฌอปราง : เฌอจะพยายามไม่ปล่อยโอกาสให้ผ่านไป ตอนเด็กๆ เป็นเชียร์ลีดเดอร์ ซึ่งจริงๆ แล้วเฌอไม่ได้ถนัดสายเต้นอะไรเลย แต่เพื่อนๆ เลือกให้เราเป็นเชียร์ลีดเดอร์และดรัมเมเยอร์มาทุกปี หล่อหลอมให้กลายเป็นคนที่อยู่นิ่งๆ ไม่ได้ เป็นคนชอบมองนู่นดูนี่ตลอดเวลาค่ะ อยากรู้ว่าเขาทำอะไรกัน อยากเข้าไปทำด้วย

แต่พอเข้ามหาวิทยาลัยไม่ค่อยมีกิจกรรมเพราะเปลี่ยนสังคมใหม่ เฌอก็อยู่เฉยไม่เป็น เลยเริ่มหาอะไรทำ เป็นจุดเริ่มต้นที่หันมาสนใจคอสเพลย์ ซึ่งจุดประกายให้เริ่มรักสวยรักงาม หัดแต่งหน้าแต่งตัว แต่ก่อนเฌอใส่แว่นเชยๆ เป็นคุณป้ามากเลยค่ะ พอช่วงปี 2 – ปี 3 เฌอไปช่วยอาจารย์ทำวิจัยในแล็บ ต่อจากนั้นก็ได้มาเป็น BNK48 เป็นคนที่ทำอะไรอย่างเดียวไม่ได้จริงๆ ค่ะ

ถ้าเราเป็นนักวิทยาศาสตร์เฉยๆ ก็จะมีคนอ่านเปเปอร์ของเราจำนวนหนึ่ง แต่ถ้าเราเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียง คนจะสนใจงานวิจัยของเรามากขึ้น

เบื้องหลัง VS เบื้องหน้า กับโลกสองใบของเฌอปราง

เฌอปราง : การที่เฌอเข้ามาเป็นไอดอลก็เพราะชอบวง AKB48 ของญี่ปุ่นมากๆ เขาเป็นแรงบันดาลใจให้เฌอในการทำงาน ทำให้เราอยากเข้ามาสัมผัสชีวิตของไอดอลที่เราชื่นชอบว่า กว่าจะมาอยู่ตรงนี้ได้เขาต้องผ่านอะไรมาบ้าง ซึ่งพอมาเป็นไอดอลเสียเองเฌอก็ได้ปรับทัศนคติตัวเองเยอะมาก รวมถึงได้ตัดสินทิศทางที่ตัวเองจะไปต่อในอนาคต

เฌอมองการศึกษาวิทยาศาสตร์ได้ชัดเจนขึ้นมากนะคะ จากแต่ก่อนเฌออยากเป็นครู ตอนนี้เริ่มอยากเป็นผู้จัดการโครงการ หรือ Project Manager ที่คอยสื่อสารโครงการวิทยาศาสตร์ออกไปให้คนทั่วไปได้รับรู้

เหตุผลหนึ่งที่ทำให้เฌอตัดสินใจเข้า BNK48 มาจากคำพูดของอาจารย์ท่านหนึ่งที่บอกเฌอว่า ถ้าเราเป็นนักวิทยาศาสตร์เฉยๆ ก็จะมีคนอ่านเปเปอร์ของเราจำนวนหนึ่ง แต่ถ้าเราเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียง คนจะสนใจงานวิจัยของเรามากขึ้น เฌออยากเผยแพร่งานวิจัยในวงกว้าง เลยตัดสินใจเข้ามาทำงานในวงการบันเทิงควบคู่ไปกับการเรียนด้วยค่ะ

มีคนที่เปลี่ยนตัวเองได้เพราะยึดเราเป็นแรงบันดาลใจ สิ่งเหล่านี้ทำให้มีกำลังใจที่จะทำงานต่อไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน

ไอดอลและแฟนคลับ กำลังใจที่ส่งถึงกัน

เฌอปราง : มาถึงจุดนี้ที่เฌอได้เข้ามาเป็น BNK48 มีโอกาสเป็นคนที่ให้กำลังใจคนอื่นบ้าง ซึ่งก็ไม่รู้ว่ามากน้อยแค่ไหน เป็นอะไรที่ใหม่และท้าทายดี ที่สำคัญคือตอบโจทย์เราด้วยเพราะได้ช่วยคนอื่น มีคนที่เปลี่ยนตัวเองได้เพราะยึดเราเป็นแรงบันดาลใจ สิ่งเหล่านี้ทำให้มีกำลังใจที่จะทำงานต่อไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหนค่ะ

การได้ทำ BNK48 ไม่ได้มาง่ายๆ นะคะ แต่เราต้องบอกกับตัวเองว่าเรากำลังทำในสิ่งที่เราชอบอยู่แล้ว และเราก็ได้ช่วยส่งเสริมคอนเซ็ปต์ใหม่ให้เกิดขึ้นในวงการดนตรีเมืองไทย แน่นอนว่าความกดดันมีมาเสมอ แต่เฌอมองว่าทุกๆ วันที่ไปทำงานต่างๆ เฌอจะเต็มที่กับทุกอย่างเสมอ ซึ่งเราก็ต้องมองตามความเป็นจริง คือทำเท่าที่สภาพร่างกายไหว แต่เรื่องใจสู้เกินร้อยค่ะ

Powered by Hello! Education 2018