นับเป็นก้าวที่สำคัญสำหรับ มหาวิทยาลัยไทย และแวดวงวิชา ‘วัสดุฉลาดเพื่องานทางการแพทย์’ ของการแพทย์ไทย เมื่อคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ลงนามร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เพื่อความร่วมมือด้านวิชาการ ในการวิจัยพัฒนา สร้างองค์ความรู้ นวัตกรรม แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ทางด้านวัสดุฉลาดเพื่องานทางการแพทย์ ณ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

คณะแพทยศาสตร์ รามาฯ ร่วมกับ มจธ. วิจัยพัฒนาวัสดุฉลาดทางการแพทย์

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นโอกาสดีที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โดยศูนย์พัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ (MIND CENTER) ซึ่งเป็นศูนย์ที่มีเป้าหมายในการพัฒนา ผลักดันแนวคิด เพื่อสร้างนวัตกรรมทางการแพทย์ ให้สามารถนำไปใช้ และจำหน่าย รวมทั้งเผยแพร่ในเชิงพาณิชย์ จะได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ซึ่งนับเป็นความร่วมมือที่สำคัญยิ่งในการสร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมด้านวัสดุฉลาดเพื่องานทางการแพทย์”

ตลอดเวลาสองปีที่ผ่านมา ได้มีการพัฒนาอุปกรณ์ถ่างขยายผนังหัวใจห้องบนจากวัสดุฉลาด ร่วมกันระหว่าง มหาวิทยาลัยไทย ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มจธ. โดยรศ.ดร.อนรรฆ ขันธะชวนะ หัวหน้าห้องปฏิบัติการวัสดุฉลาด และทีมแพทย์รามาฯ อาจารย์ นพ.กฤษฎา มีมุข และรศ.นพ.ธีรภัทร ยิ่งชนม์เจริญ อาจารย์สาขาวิชาโรคหัวใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์  คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เป็นผู้ร่วมให้ความเห็นและร่วมพัฒนา

คณะแพทยศาสตร์ รามาฯ ร่วมกับ มจธ. วิจัยพัฒนาวัสดุฉลาดทางการแพทย์

“ปัจจุบันทางทีมวิจัยสามารถออกแบบพัฒนาอุปกรณ์ถ่างขยายผนังกั้นหัวใจห้องบน  เพื่อลดความดันภายในหัวใจห้องบนซ้าย ซึ่งช่วยลดภาระการทำงานของหัวใจ ทำให้หัวใจของผู้ป่วยสูบฉีดเลือดได้สะดวกและมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีมากยิ่งขึ้น โดยอุปกรณ์นี้มีชื่อว่า Atrial Flow Regulator (AFR) หรือ Interatrial Shunt Device (IASD) เป็นอุปกรณ์ที่ผลิตจากวัสดุผสมจำรูป (Shape memory alloy) ซึ่งทำจากโลหะผสมระหว่างนิกเกิล-ไทเทเนียม (NiTi) ที่มีความสามารถจดจำรูปร่างและคืนรูปได้ (Shape memory effect) และมีความยืดหยุ่นสูง (Superelastic)  จึงสามารถติดตั้งผ่านสายสวนที่มีขนาดเล็ก  ช่วยลดความเสี่ยงจากการผ่าตัดใหญ่และช่วยให้ผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวจากการรักษาได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเทียบกับการผ่าตัดเปิดทรวงอก” รศ.ดร.อนรรฆบอกกับเรา

ความร่วมมือครั้งนี้จะขยายผลเป็นการพัฒนาอุปกรณ์อื่นๆ ต่อไป เพื่อก่อเกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ที่มีประโยชน์ ส่งผลให้คนไทยได้เข้าถึงการแพทย์ที่ทันสมัย ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และลดอัตราการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจล้มเหลวที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นในแต่ละปี เท่ากับเป็นการช่วยลดการสูญเสียทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าของประเทศ และยังเป็นก้าวสำคัญสำหรับแวดวงการศึกษาวิชาวัสดุฉลาดเพื่อการแพทย์อีกด้วย