นอกจากแพทย์หลักสูตรธรรมดา ในวันนี้ยังมี “หมออินเตอร์” ที่เป็นช่องทางใหม่ของการศึกษาในคณะแพทย์ เป็นที่ทราบดีว่าการสอบเข้าเรียนคณะแพทยศาสตร์นั้นยากเย็นแสนเข็ญไม่ใช่เล่น เพราะมีคู่แข่งมากมาย ซึ่งถ้าทำพลาดในวันสอบ ก็จะต้องรอสอบใหม่ในปีถัดไป

แต่มาวันนี้การสอบเข้าเรียนคณะแพทยศาสตร์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การสอบแบบเดิมอีกต่อไป ยังมีการสอบแบบใหม่ที่สามารถใช้คะแนนสอบแบบใหม่เพื่อเข้าเรียนคณะแพทยศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติได้ ซึ่งขณะนี้เปิดรับสมัครอยู่ 3 แ่ห่งด้วยกัน นั่นคือ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (CICM) โครงการร่วมฯ ระหว่างมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และมหาวิทยาลัยนอตติงแฮม สหราชอาณาจักร และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

วิทยาลัยนานาชาติจุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (CICM)

สถาบันนี้เปิดกว้างให้ผู้สมัครสามารถเลือกสมัครได้มากกว่า 1 หลักสูตร ระหว่างหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต (ภาคภาษาอังกฤษ) และหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรทวิภาษา) โดยให้เรียงลำดับหลักสูตรที่ต้องการเข้าศึกษามากที่สุดเป็นอันดับ 1

ผู้สมัครในหลักสูตร หมออินเตอร์ นี้จะต้องสามารถสื่อสารภาษาไทยได้ และต้องสามารถชดใช้ทุน อายุไม่เกิน 28 ปีในวันที่เปิดภาคการศึกษา และมีสัญชาติไทย จบม.6 หรือเทียบเท่า หรือกำลังเรียนม.6 และจะเรียนสำเร็จก่อนเริ่มเปิดภาคการศึกษาใหม่ หรือกำลังจะสำเร็จการศึกษาเทียบเท่าม.6 จากโรงเรียนนานาชาติในไทย หรือจบมัธยมปลายจากโรงเรียนมัธยมศึกษาหรือโรงเรียนนานาชาติในต่างประเทศ(ดูจากประกาศกระทรวงศึกษาธิการ)

ต้องมีคะแนน IELTS ประเภท Academic หรือ UKVI ไม่น้อยกว่า 6.5 หรือ TOEFL internet-based test 79 หรือ computer-based test 213 หรือ TU-GET paper-based test ไม่น้อยกว่า 550 (โดยนับจากวันทดสอบจนถึงวันสอบสัมภาษณ์ไม่เกิน 2 ปี) มีคะแนนเฉลี่ยสะสมตั้งแต่ม.4-ม.6 เทอมแรก ไม่ต่ำกว่า 2.50 (ถ้าจบม.6 แล้วให้ใช้คะแนนเฉลี่ยสะสมทั้งหมด) สำหรับนักเรียนโรงเรียนนานาชาติให้ยื่นผลสอบ IGCSE/GCSE ในวิชาชีววิทยา เคมี และคณิตศาสตร์หรือฟิสิกส์ หรือผลสอบ Combined Science และผลสอบ GCE AS หรือ GCE A Level หรือผลสอบ IB Standard Level หรือ Predicted Level ในวิชาเคมี ชีววิทยา และฟิสิกส์ใน group IV หรือคณิตศาสตร์ใน group V หรือผลสอบ SAT II วิชาเคมี ชีววิทยาและคณิตศาสตร์ หรือฟิสิกส์ หรือผลสอบหมวดวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ในระดับสูงสุดของประเทศที่นักเรียนจบการศึกษาเทียบเท่าม.6 โดยอยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการฯ

ผลสอบ BMAT (Biomedical Admission Test) ตามประกาศของ Cambridge Admission Test และการสอบสัมภาษณ์และความถนัดเหมาะสมกับวิชาชีพ เป็นภาษาอังกฤษ การสัมภาษณ์ของที่นี่เป็นแบบ MMI (Multiple Mini Interview) ซึ่งแบ่งเป็นสัมภาษณ์สั้นๆ 6 ห้องๆละ 8 นาที ก่อนจบนาทีสุดท้ายจะมีกริ่งเตือน 1 ครั้ง และกริ่งเตือนเมื่อหมดเวลาอีกครั้ง ให้เข้าห้องถัดไปทันที เพราะยังจับเวลาอยู่ ผู้สมัครจึงต้องคุมสติให้อยู่ และต้องมีความรู้รอบตัว ฝึกแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และใช้ภาษาอังกฤษได้ดี พยายามตอบไปตามที่คิด มีความเป็นตัวของตัวเอง ควรเตรียมซักซ้อมการสอบนี้ที่บ้านให้มากๆ เพื่อว่าเมื่อถึงเวลาจะได้ไม่ลนลาน

ค่าเทอมตลอดหลักสูตรประมาณ 5.5 ล้านบาท

โครงการร่วมฯ ระหว่างคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนอตติงแฮม

สำหรับโครงการนี้ ผู้สมัครจะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 17 ปีบริบูรณ์ (ตามข้อกำหนดของการเรียนคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนอตติงแฮม) สำเร็จการศึกษาชั้นม.6 หรือเทียบเท่า หรือกำลังศึกษาชั้นม.6 และจะสำเร็จการศึกษา โดยแยกประเภทได้ดังนี้

จบแผนวิทย์-คณิตตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ คะแนนเฉลี่ยสะสมชั้นม.4-ม.5 ไม่ต่ำกว่า 3.00 คะแนน IELTS ประเภท Academic อย่างน้อย 7.00 แต่ละทักษะ (ฟัง พูด อ่าน เขียน) ไม่ต่ำกว่า 6.5

จบโรงเรียนนานาชาติ โดยเปรียบเทียบหลักสูตรวิทย์-คณิตที่สามารถเรียนคณะแพทยศาสตร์ได้จากกระทรวงศึกษาธิการ มีทรานสคริปต์เฉลี่ยสะสมตั้งแต่เกรด 10-11 หรือ 12 ไม่ต่ำกว่า 3.00 จากระดับคะแนนเต็ม 4 หรือเทียบเท่า คะแนน IELTS ประเภท Academic อย่างน้อย 7.00 แต่ละทักษะไม่ต่ำกว่า 6.5

Photo: Sue Cooper

จบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจากต่างประเทศ ในสาขาวิทย์-คณิต คะแนนเฉลี่ยสะสมตั้งแต่เกรด 10-12 ไม่ต่ำกว่า 3.00 จากระดับคะแนนเต็ม 4 หรือเทียบเท่า คะแนน IELTS ประเภท Academic อย่างน้อยระดับ 7.00 แต่ละทักษะไม่ต่ำกว่า 6.5 และต้องยื่นใบรับรองเทียบความรู้จากกระทรวงศึกษาธิการพร้อมใบสมัครด้วย

ผลสอบ BMAT และการสอบสัมภาษณ์แบบ MMI ซึ่งอย่างหลังนี้สำคัญมาก จึงต้องฝึกตอบคำถามให้ดี เพราะไม่มีคำตอบตายตัว ต้องใช้การคิดวิเคราะห์หลายแง่มุม มีทั้งแบบ Role Play หรือบางทีต้องถามอาจารย์ผู้คุมสอบเพิ่มเพื่อรวบรวมข้อมูลในการคิดวิเคราะห์ สิ่งที่อาจารย์ต้องการเห็นคือ วิธีคิด และการตัดสินใจ ต้องเป็นทางที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย

ผู้ที่ผ่านการคัดเลือก จะต้องเดินทางไปเรียนวิชาชั้นพรีคลินิคที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนอตติงแฮม เป็นเวลา 3 ปี และได้รับปริญญา Bachelor Degree of Medical Sciences จากมหาวิทยาลัยนอตติงแฮม และกลับมาเรียนชั้นคลินิคที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒอีก 3 ปี ได้รับปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

ค่าเทอมตลอดหลักสูตรประมาณ 4.6 ล้านบาท

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) รับเพียง 5 คน และเปิดกว้างสำหรับผู้สมัครที่ไม่ได้ถือสัญชาติไทย โดยต้องจบชั้นม.6 หรือเทียบเท่าตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ หรือจบเกรด 12 ในระบบอเมริกัน หรือ Year 13 ในระบบอังกฤษ มีคะแนน SAT II ในวิชาชีววิทยา เคมีและฟิสิกส์หรือคณิตศาสตร์ แต่ละวิชาไม่ต่ำกว่า 640 คะแนน หรือคะแนนวิชาชีววิทยา เคมี ฟิสิกส์หรือแคลคูลัส ไนระดับชั้นปี 1 ของมหาวิทยาลัยไม่ต่ำกว่า B หรือ 70%

คะแนน TOEFL paper-based ไม่ต่ำกว่า 580 computer-based ไม่ต่ำกว่า 240 internet-based ไม่ต่ำกว่า 94 หรือ IELTS ประเภท Academic ไม่ต่ำกว่า 7.00 (ผลสอบไม่เกิน 2 ปีนับถึงวันสุดท้ายของการรับสมัคร) ผลสอบ BMAT ในส่วนที่ 1 และ 2 ไม่ต่ำกว่า 4.5 ส่วนที่ 3 ไม่ต่ำกว่า 2.5 C  Personal statement ภาษาอังกฤษบรรยายแรงจูงใจและความคาดหวังของการเข้าเรียนหลักสูตรนี้ ไม่เกิน 1,000 คำ นอกจากนี้ยังต้องผ่านการสอบสัมภาษณ์แบบ MMI ด้วย เพื่อดูทักษะในการสื่อสาร การคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ  การตัดสินใจเชิงจริยธรรม แรงจูงใจในการเป็นแพทย์ และความสนใจประเด็นปัญหาสุขภาพและสังคม

ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะต้องสามารถชดใช้ทุนหลังจากเรียนจบ หรือถ้าไม่ถือสัญชาติไทย ก่อนเข้าเรียนจะต้องทำสัญญารับสภาพว่า ไม่มีสิทธิ์สมัครสอบเพื่อรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมในประเทศไทย (เว้นแต่จะมีประกาศจากแพทยสภาและสถาบันเป็นอย่างอื่นในภายหลัง)

ค่าเทอมตลอดหลักสูตรประมาณ 5.94 ล้านบาท