ตั้งแต่โลกก้าวเข้าสู่ยุคมิลเลนเนียลเป็นต้นมา ดูเหมือนว่าโลกเราจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เราได้ยินคำว่า เด็ก GenY และ Gen Z อยู่เรื่อยๆ ซึ่งเด็กที่เป็นวัยรุ่นในปี ค.ศ.2000 จะถูกเรียกขานว่าเด็กมิลเลนเนียล หรือเด็ก Gen Y ส่วนเด็กที่เกิดในปีค.ศ.1995 หรือช้ากว่านั้นถูกเรียกขานว่าเด็ก Gen Z หรือกลุ่มโพสต์มิลเลนเนียล ในเมื่อเติบโตมาไล่ๆกัน พวกเขาจึงมีปฏิสัมพันธ์กันในงานหรือชีวิตส่วนตัว แต่ไม่ว่าคุณจะเป็น Gen Y , Gen Z หรือรุ่นไหนก็ตาม ก็ควรรู้จักพวกเขาไว้สักนิด จะได้รับมือกับคนเหล่านี้ได้อย่างถูกวิธี

GenY คนพันธุ์ดิจิตอลกับผู้บุกเบิกดิจิตอล

หลังจากโลกเข้าสู่ยุคดิจิตอลอย่างเต็มตัว ทำให้เด็กGen Z คุ้นเคยกับไอแพด และสมาร์ทโฟน มาตั้งแต่ยังอยู่ในท้องแม่ และโตมากับเทคโนโลยีแต่อ้อนแต่ออก ขณะที่เด็กGen Y แม้จะเก่งกาจเรื่องเทคโนโลยี เพราะอยู่ในยุคที่เริ่มมีแก็ดเจ็ทเหล่านี้ แต่ก็ยังไม่เชี่ยวชาญเท่า

มองโลกในแง่ดีกับมองโลกตามความเป็นจริง

เด็กยุคหลังส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะทำงานหนักกว่าคนรุ่นก่อน และมองโลกตามความเป็นจริง คงเพราะพวกเขาเติบโตมาในยุคเศรษฐกิจเสื่อมถอย ไม่เหมือนเด็กรุ่นก่อนหน้าที่โตมาในยุคเศรษฐกิจรุ่งเรือง

วันแมนโชว์กับทำงานเป็นทีม

ดูเหมือนว่า เด็กGen Y จะนิยมทำงานเป็นกลุ่มมากกว่าเด็กGen Z ซึ่งชอบฉายเดี่ยว พวกเขาชอบที่จะมีโต๊ะทำงานเป็นสัดส่วนเฉพาะเป็นอาณาจักรส่วนตัวมากกว่า

ส่วนตัวกับส่วนรวม

เด็กรุ่นหลัง ยืนดีที่จะเล่าเรื่องส่วนตัวให้สุนัขตัวโปรดฟังมากกว่าจะเล่าให้เจ้านายฟัง ส่วนเด็ก Gen Y มักจะออกความคิดเห็นอย่างเปิดเผยในโซเชียลมีเดียและเปิดพับลิก ขณะที่เด็ก Gen Z จะไตร่ตรองก่อนแชร์อะไรก็ตามออนไลน์

ตัวต่อตัวกับพบเจอทางออนไลน์

ดูเหมือนว่าเด็ก Gen Y จะสนุกสนานกับการส่งข้อความทางไลน์หรือช่องทางดิจิตอลอื่นมากกว่า Gen Z น่าแปลกที่แม้ว่าเด็ก Gen Z จะเกิดมาพร้อมเทคโนโลยี แต่ก็ชอบที่จะพบเจอคนแบบตัวต่อตัวมากกว่า

การศึกษาในระบบกับนอกระบบ

ข้อนี้เด็ก Gen Z เลือกที่จะศึกษานอกระบบด้วยตัวเอง โดยเลือกเรียนในวิชาที่ต้องการเท่านั้น อาทิเช่นเรียนทางยูทูบ หรือไม่ก็หางานที่มีการฝึกอบรมให้ ส่วนเด็กที่โตกว่านั้นนิดหน่อยเลือกที่จะเรียนในระบบตามหลักสูตร

เปลี่ยนตำแหน่งกับเปลี่ยนงาน

ในเรื่องอาชีพเด็ก Gen Y มีความอดทนต่ำ พวกเขาทนไม่ได้ที่อนาคตทางการงานจะไม่ไปไหนเสียที ขณะที่เด็ก Gen Z ยินดีที่จะเปลี่ยนตำแหน่งภายในบริษัทเดียวที่ตัวเองทำ เพราะอยากเพิ่มพูนประสบการณ์

พลเมืองโลกกับผู้สังเกตการณ์โลก

เด็กGen Y ถือเป็นชาวโลกรุ่นแรก เพราะพวกเขามีบุคลิกลักษณะและค่านิยมที่เหมือนกันไม่ว่าจะอยู่ประเทศไหน นอกจากนี้พวกเขายังเป้นประจักษ์พยานเหตุการณ์สำคัญๆของโลกในเวลาเดียวกันด้วยกัน ขณะที่เด็ก Gen Z มีปฏิสัมพันธ์กันอย่างแน่นแฟ้นมากกว่าคนรุ่นอื่น เพราะพวกเขาสื่อสารกันผ่านโลกออนไลน์ ทำให้พวกเขากลายเป็นพลเมืองโลกอย่างแท้จริง