พูดถึงยุค 4.0 คุณมาย-เสาวคนธ์ ศิรกิดากร ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และพัฒนาองค์กร คนไทยคนแรกที่ได้รับการรับรองเป็นสมาชิกประเภทวิชาชีพของสมาคมการบริหารทรัพยากรมนุษย์ สหรัฐอเมริกา และนักจิตวิเคราะห์จากสมาคมจิตวิเคราะห์คาร์ล จุง แห่งประเทศไทย นำผลการวิจัยของ World Economic Forum ที่บ่งว่าในยุค 4.0 งาน 7 ล้านอาชีพจะหายไป ส่วนงานอะไรจะเป็นดาวเด่นในอนาคตเชิญติดตาม

เทคโนโลยีก้าวหน้า ประชากรถดถอย

จากการเก็บข้อมูลวิจัยของ World Economic Forum ใน 15 ประเทศทั่วโลกซึ่งเป็นประเทศที่กำลังพัฒนา โดยมีประเทศไทยผนวกอยู่ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย มีผลวิเคราะห์ออกมาว่า สิ่งที่เปลี่ยนไปคือโครงสร้างประชากร และเทคโนโลยีที่จะก้าวล้ำขึ้น กลุ่มคนในยุคเบบี้บูมซึ่งจะกลายเป็นคนสูงอายุจะเป็นประชากรส่วนใหญ่และอยู่นาน เจเนอเรชั่นเอ็กซ์มีอยู่จำนวนหนึ่ง เจเนอเรชั่นวายมีจำนวนน้อย และเจเนอเรชันแซดยิ่งน้อยลงไปอีก

หุ่นยนต์จะเข้ามาแทนที่มนุษย์

ความน่าสนใจของผลการวิจัยอยู่ที่กราฟซึ่งสวนทางกัน ในขณะที่ประชากรน้อยลง แต่การพัฒนาเรื่องเทคโนโลยีกลับมีความก้าวหน้าขึ้น และเป็นการพัฒนาในเรื่อง Biology หรือการตัดแต่งชีวภาพ เรื่องหุ่นยนต์ เรื่องระบบการประมวลผลเพื่อการตัดสินใจ งานไหนที่ใช้เทคโนโลยีทำแทนได้จะหายไป บางงานเหลือคนแค่สองคนก็สามารถจัดการได้

งานที่ยังอยู่คือสิ่งที่หุ่นยนต์ทำแทนไม่ได้

กลุ่มงานที่จะเป็นดาวเด่นในปี 2020 จะมีอยู่ 8 งาน  ล้วนเป็นงานที่หุ่นยนต์ทำไม่ได้ งานแรกคือนักวิเคราะห์ข้อมูล เราจะมีข้อมูลอย่างถาโถม มีการประมวลผลในคอมพิวเตอร์ แต่คนที่จะแปลงข้อมูลหรือตีความตรงนั้นยังต้องเป็นมนุษย์อยู่ดี

นักคอมพิวเตอร์ เป็นที่ต้องการ

งานด้านคอมพิวเตอร์  คือคนที่องค์กรต้องการ แต่ไม่ใช่ real computer หากเป็นคนที่มีทักษะด้านคอมพิวเตอร์และคณิตศาสตร์ เช่น โปรแกรมเมอร์ นักพัฒนาซอฟต์แวร์ นักพัฒนาแอพพลิเคชั่น ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการอย่างมากตั้งแต่วันนี้ และคนที่ดูแลระบบความปลอดภัยของข้อมูล ซึ่งเป็นพี่ใหญ่ที่ทุกองค์กรต้องการ

วิศวกรในโลกอนาคค

สาม-งานด้านวิศวกร แต่จะไม่ใช่วิศวกรเชิงโยธาหรือก่อสร้างเหมือนในอดีต วิศวกรที่จะเป็นที่ต้องการในอนาคต คือวิศวกรชีวภาพ วิศวกรเคมี วิศวกรนาโนเทคโนโลยี วิศวกรด้านหุ่นยนต์ เพื่อรองรับการทำงานที่จะใช้ระบบหุ่นยนต์เข้ามา โดยวิศวกรจะเป็นผู้ผลิตและควบคุมหุ่นยนต์ให้ทำงานแทนสาวโรงงานที่จะหายไป

ไม่ว่าจะยุคไหนๆ พนักงานขายยังต้องอยู่

พนักงานขายเป็นอาชีพที่สี่ที่จะยังอยู่ได้ แต่การขายก็ต้องปรับตัวไปสู่การขายแบบเป็นที่ปรึกษา และลูกค้าจะมีหลายแบบ ทั้งขายตรงให้กับลูกค้า ขายให้กับธุรกิจองค์กร ขายให้กับรัฐบาล เรียกว่าการขายแบบ B2G และต้องเป็นพันธมิตรกับคนที่เคยมองว่าเป็นคู่แข่ง คือขายไปด้วยกัน หรือแบ่งโซน สลับกันทำโปรโมชั่นไป

ขอผู้นำที่เป็นนวัตกร

อาชีพที่ห้า คือสายงานของผู้บริหารระดับสูง ที่มีความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม จะต้องเป็นคนที่คิดอะไรไปข้างหน้า มองหาคุณค่าใหม่ๆ กล้าท้าทายความสำเร็จ กล้าเสี่ยง กล้าลอง ถ้าองค์กรไหนมีผู้บริหารระดับสูงที่มีคุณสมบัติแบบนี้จะไปรอด ยกตัวอย่างการจับมือของไลก้ากับหัวเว่ย ที่ต่างคนต่างกำลังฟุบ เมื่อจับมือกันกลับกลายเป็นว่าวินทั้งคู่ นั่นเป็นความกล้าของผู้นำแบบนี้ และที่  World Economic Forum เน้นมากก็คือ ธุรกิจสื่อและบันเทิง จำเป็นมากที่จะต้องสรรหาผู้นำแบบนี้

ตอบสนองกำลังซื้อของคนชั้นกลาง

ในยุคปี 2020 ชนชั้นกลางจะเป็นกลุ่มที่ใช้เงินเยอะและมีความเบื่อง่าย อายุของผลิตภัณฑ์จะสั้นลง ผู้บริโภคจะถูกกระตุ้นให้ซื้อเพราะมีของใหม่ออกมาเรื่อยๆ ถ้าไม่มีจะรู้สึกล้าสมัย อาชีพ นักออกแบบผลิตภัณฑ์จึงเป็นที่ต้องการ

ทรัพยากรมนุษย์ต้องการการพัฒนา

งานด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ คืออาชีพที่เป็นที่ต้องการเสมอ หน้าที่ของคนทำงานด้านทรัพยากรมนุษย์ คือต้องเป็นคู่คิดทางกลยุทธ์ ต้องอ่านกลยุทธ​ทางธุรกิจให้ขาด และพัฒนาคนให้เตรียมพร้อมกับอนาคต ในยุค 4.0  เทรนด์ทั่วโลกจะใช้กลยุทธ์สองทางในการเฟ้นหาทรัพยากรที่ต้องการ คือ เปิดตาให้กว้างจากตลาดแรงงานในประเทศ แล้วไปหาดาวเด่นจากนอกประเทศ กับอีกทางคือการพัฒนาทักษะหรือยกระดับพนักงานปัจจุบัน ที่มีศักยภาพ พัฒนาได้ และพร้อมจะเปลี่ยนแปลง ปรับตัวไปกับอนาคตด้วยกัน

ทำงานราชการต้องเก่งด้านเทคโนโลยี

อันดับสิบคืออาชีพในหน่วยงานราชการ ด้วยเป็นหน่วยงานที่เป็นฐานรากของประเทศ แต่ด้วยการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโนโลยีที่ก้าวไว บุคลากรในหน่วยงานราชการจึงต้องมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีด้วย

Powered by HELLO! Education