หากอยากเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานในอนาคต ต้องมีคุณสมบัติ ทักษะ ใดบ้างที่จำเป็นต่อการเป็นประชากรโลก พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคม ให้คำแนะนำเกี่ยวกับทักษะและวิชาความรู้ที่เด็กๆ จำเป็นต้องมีไว้ดังนี้

12 ทักษะแห่งอนาคตที่โลกต้องการ ที่เด็กๆ จำเป็นต้องมีไว้

ศาสตร์แห่งสมองซีกซ้าย

ในโลกที่เทคโนโลยีเข้ามาเป็นกำลังสำคัญในชีวิตมากขึ้นทุกขณะ ส่งผลต่อแผนการศึกษาของหลายประเทศทั่วโลกที่สนับสนุนให้เยาวชนหันมาเรียน ทักษะ การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Coding) รวมทั้งสร้างบัณฑิตที่จบการศึกษาใน 4 สาขาวิชาแห่งอนาคตที่เรียกว่า STEM ได้แก่ วิทยาศาสตร์ (Science) เทคโนโลยี (Technology) วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) และคณิตศาสตร์ (Mathemetics) เพื่อสร้างคนทำงานรองรับแวดวงเทคโนโลยีและไอทีที่กลายเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการธุรกิจของโลก

12 ทักษะแห่งอนาคตที่โลกต้องการ ที่เด็กๆ จำเป็นต้องมีไว้

วิชาความคิดสร้างสรรค์

ไม่ว่าจะเลือกเรียนวิชาใด แต่สิ่งสำคัญคือต้องอย่าขาดทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์ นอกจากนี้ยังต้องศึกษาเรื่องนวัตกรรมใหม่ๆให้เข้าใจ เพื่อต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ที่จะออกแบบอะไรใหม่ๆ และความคิดสร้างสรรค์เช่นนี้เองที่จะเป็นสิ่งที่ทำให้เราแตกต่างและ โดดเด่นจากคนอื่นๆ

12 ทักษะแห่งอนาคตที่โลกต้องการ ที่เด็กๆ จำเป็นต้องมีไว้

ความรู้ด้านสุขภาพ

แนวโน้มของโลกอนาคตที่เคลื่อนเข้าสู่ยุคของวัยชรา เกิดจากพัฒนาการทางการแพทย์ที่ทำให้ผู้คนมีอายุยืนขึ้น จึงทำให้พลเมืองส่วนใหญ่ของโลกคือผู้สูงวัย ทำให้เกิดกระแสการเรียนด้านสุขภาพสูงขึ้น ดังนั้นภาคการศึกษาเองจึงเร่งขยายหลักสูตรด้านสาธารณสุขหรือการบริการด้านสุขภาพเพื่อสร้างคนมารองรับตลาดแรงงานในอนาคตให้มากขึ้น

12 ทักษะแห่งอนาคตที่โลกต้องการ ที่เด็กๆ จำเป็นต้องมีไว้

ทีมเวิร์ค

สิ่งที่บริษัทต้องการมากกว่าบัณฑิตเกรดดีๆ คือทักษะการทำงานที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์ข้อมูลได้ มีการตัดสินใจที่ดี และที่สำคัญคือทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ รู้จักทีมเวิร์ก ทักษะเหล่านี้ต้องผ่านการเรียนเป็นกลุ่มให้รู้จักการทำงานเป็นทีมและการเรียนเพื่อวิเคราะห์ ซึ่งต้องเข้าใจตรรกะเหตุผล

12 ทักษะแห่งอนาคตที่โลกต้องการ ที่เด็กๆ จำเป็นต้องมีไว้

ลงลึกเพื่อเป็นกูรู

การเรียนให้อยู่รอดได้คือการที่ตัวเราต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพราะนั่นละคือสิ่งที่จะทำให้คุณเป็นที่ต้องการ ถ้าเรียนอะไรแล้วไม่รู้ลึกรู้จริง จะมีคนอีกมหาศาลเข้ามาแทนที่ตำแหน่งคุณได้

12 ทักษะแห่งอนาคตที่โลกต้องการ ที่เด็กๆ จำเป็นต้องมีไว้

วิชาศิลปะ

บรรดาซีอีโอบริษัทด้านไอทีในซิลิคอนวัลลีย์ ศูนย์กลางไอทีของโลกที่มีบริษัทดังๆ เช่น Facebook และ Google หันมารับบัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถทางศิลปะเข้าทำงานมากขึ้นตามสูตรความสำเร็จของสตีฟ จ็อบส์แห่ง Apple ที่เชื่อว่าคนทำงานไอทีที่ดีต้องมีมุมมองทางศิลปะและจินตนาการอยู่ด้วย ซึ่งศิลปะในที่นี่ครอบคลุมทั้ง งานศิลปะ และดนตรี เนื่องจากเชื่อว่าศิลปะจะช่วยส่งเสริมจินตนาการได้

12 ทักษะแห่งอนาคตที่โลกต้องการ ที่เด็กๆ จำเป็นต้องมีไว้

ทักษะนอกห้องเรียน

เด็กที่มีจินตนาการและประยุกต์ความรู้ได้มักเป็นที่ต้องการมากกว่า  การเรียนพื้นฐานจึงเป็นเรื่องสำคัญเพื่อให้รู้ที่มาที่ไป แล้วจากนั้นจะต่อยอดออกไปได้อีกมหาศาล และอย่าติดกับดักว่าความรู้ต้องมาจากการเรียนในสถาบันการศึกษาเท่านั้น ความรู้นอกห้องเรียนก็สำคัญพอกัน ที่จะทำให้เกิดเป็นทักษะอันเชี่ยวชาญในอนาคต ซึ่งทักษะที่ว่านั้นมักจะมาจากความสนใจหรืองานอดิเรก ซึ่งเป็นความรู้ที่ส่งเสริมการเรียนวิชาหลักให้กับเยาวชนได้

12 ทักษะแห่งอนาคตที่โลกต้องการ ที่เด็กๆ จำเป็นต้องมีไว้

สายอาชีวะคือกำลังสำคัญ

พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์กล่าวว่า “เมืองไทยยังมีกับดักการศึกษาคือเน้นให้เด็กเรียนปริญญาตรี แต่ในต่างประเทศเด็กอาชีวะได้รับการสนับสนุนมาก เยอรมันสร้างชาติได้เพราะอาชีวะ คนจะเป็นวิศวกรได้ต้องเริ่มจากการเป็นช่าง และยังมีนักวิทยาศาสตร์จำนวนมากติดอันดับโลก เพราะเขาให้คนคิดทำจริง เหมือนญี่ปุ่นก็ผลักดันให้คนลงมือทำงานด้วยมือ ด้วยการทดสอบ เรียนรู้จากความล้มเหลว”

12 ทักษะแห่งอนาคตที่โลกต้องการ ที่เด็กๆ จำเป็นต้องมีไว้

สร้างนักคิดและนักประดิษฐ์

สังเกตได้ว่าคนที่สร้างนวัตกรรมหรือสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่โลก ล้วนมีคุณสมบัติร่วมที่เหมือนกันบางประการ คือการเป็นนักคิดที่ลงมือทำก่อนใคร เช่น บิล เกตส์ ผู้ก่อตั้ง Microsoft หรือมาร์ก ซักเกอร์เบิร์กที่คิดค้นเฟสบุ๊ก แม้เขาจะเรียนไม่จบปริญญา จนทำให้หลายคนเข้าใจว่าไม่จำเป็นต้องเรียนหนังสือก็ได้ แต่ความจริงแล้วตอนที่เขาเรียนก็เรียนอย่างตั้งใจและเอาวิชาความรู้พื้นฐานที่เรียนมาลงมือปฏิบัติจริง ประกอบกับเขามีความเป็นนักคิดและนักประดิษฐ์ นี่ต่างหากคือต้นทางที่ทำให้คนประสบความสำเร็จ

12 ทักษะแห่งอนาคตที่โลกต้องการ ที่เด็กๆ จำเป็นต้องมีไว้

ส่งเสริมการเรียนบริหารธุรกิจ

โมเดลเศรษฐกิจรูปแบบใหม่สำหรับศตวรรษที่ 21 ที่หลายประเทศกำหนดล้วนมุ่งเน้นที่สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม เช่น สหรัฐอเมริกาต้องการเปลี่ยนตัวเองไปเป็น A Nation of Makers  ส่วนจีนประกาศนโยบาย Made in China 2025 ในฐานะผู้ผลิตรายใหญ่ของโลก ในขณะที่ประเทศไทยเร่งปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่ “เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม” (Value–Based Economy) ที่เปลี่ยนวิธีการเป็น “ทำน้อย ได้มาก” ซึ่งต้องการผลักดันให้ประชาชนลุกขึ้นมาเป็นผู้ประกอบการ เปลี่ยนจาก SME ที่รัฐต้องให้ความช่วยเหลือไปสู่การเป็นสตาร์ทอัพที่มีประสิทธิภาพสูง ดังนั้นนักเรียนยุคใหม่ไม่จำเป็นต้องเรียนบริหารธุรกิจหรือคว้าปริญญาโทด้าน MBA เพื่อเข้าทำงานในองค์กรใหญ่ๆ อีกต่อไป แต่ทุกคนหันมาสร้างธุรกิจเล็กๆ ของตัวเอง ดังคำกล่าวของแจ็ก หม่าที่บอกว่าคนตัวเล็กๆ คืออนาคตของโลก “Small Is Beautiful, Small Is Powerful.”

12 ทักษะแห่งอนาคตที่โลกต้องการ ที่เด็กๆ จำเป็นต้องมีไว้

ทุกวิชาต้องการเทคโนโลยีและไอที

เทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของประเทศไทย เมื่อมีระบบเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอย่างทั่วถึง เปิดโอกาสให้เกิดการพัฒนาอาชีพในรูปแบบใหม่ๆ เพราะพลังของอินเทอร์เน็ตทำลายกำแพงทางชนชั้น พรมแดน หรือสังคม แล้วมอบการเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ ได้อย่างเสมอภาค

12 ทักษะแห่งอนาคตที่โลกต้องการ ที่เด็กๆ จำเป็นต้องมีไว้

ภาคเกษตรคืออนาคตของโลก

FAO ประกาศว่า อีก 10 ปีโลกจะขาดแคลนอาหาร สาเหตุคือ หนึ่ง ประชากรโลกที่เพิ่มจำนวนขึ้น สอง ธรรมชาติปั่นป่วน ฝน หิมะ ความแล้งผิดฤดูกาลไปหมดและไม่สมดุล ส่งผลให้การเพาะปลูกผิดปกติไปด้วย ปัจจุบันมีหลายประเทศที่ส่งเสริมการทำการเกษตรอัจฉริยะ เพื่อให้การปลูกพืชพรรณ 1 ตารางหน่วยพื้นที่มีผลผลิตสูงขึ้นและเลี้ยงประชากรโลกได้ ดังนั้นภาคเกษตรจึงเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาโลกในอนาคต เพียงแต่ปรับเปลี่ยนไปในแนวทางใหม่ที่นำเทคโนโลยีมาผสมผสมผสานมากขึ้น เปิดโอกาสในการสร้างงานและอาชีพใหม่ๆเพื่อตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าวอีกหลายสาขาวิชา

Powered by HELLO! Education