ญี่ปุ่นเป็นประเทศในฝันสำหรับ นักศึกษาต่างชาติ ที่อยากศึกษาต่อ จะด้วยอิทธิพลของ J Pop และการ์ตูนญี่ปุ่น ที่แม้ว่าช่วงหลังๆจะถูกอิทธิพล K Pop แซง แต่ญี่ปุ่นก็ยังคงเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมอันโดดเด่น จึงทำให้หลายคนใฝ่ฝันอยากไปใช้ชีวิตช่วงหนึ่งที่นั่น แต่ในความเป็นจริงภาพฝันเหล่านี้เป็นได้เพียงแค่ภาพฝัน

เมื่อกระทรวงศึกษาธิการของญี่ปุ่น ตรวจพบว่านักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนที่ Tokyo University of Social Welfare หายตัวไปอย่างไร้ร้องรอยถึง 1,610 คนเป็นเวลา 3 ปีงบประมาณติดต่อกัน และในจำนวนนี้เกือบครึ่งยกเลิกการสมัคร กลายป็นข่าวใหญ่ในสังคมญี่ปุ่น เนื่องจากเดิมทีรัฐบาลญี่ปุ้่นตั้งเป้าว่าภายในปี 2020 จะต้องมีนักศึกษาต่างชาติสมัครเข้าเรียนถึง 3 แสนคน

กรณีของ Tokyo University of Social Welfare ปรากฏว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของนักศึกษาต่างชาติที่สมัครเรียนคอร์สพื้นฐานที่ออกแบบมาสำหรับชาวต่างชาติหายตัวไป โดยทางมหาวิทยาลัยหวังว่านักศึกษาเหล่านี้จะกลับมาเรียนตามปกติทีหลัง ซึ่งจะต้องเรียนวิชาสังคมสงเคราะห์และเรียนภาษาญี่ปุ่นเป็นเวลา 1 ปี แต่หลังจากได้วีซ่านักเรียนตอนสมัครแล้วพวกเขาก็หายไป จากการสัมภาษณ์นักศึกษาที่ไม่ขอเปิดเผยชื่อบอกว่า เขารู้ว่านักศึกษาเหล่านี้ลงทะเบียนเรียนเพื่อให้ได้แค่วีซ่า พอได้วีซ่าแล้วก็ดร็อปเรียนและไปทำงานเก็บเงินก่อนจะกลับถิ่นเกิด

มหาวิทยาลัยในญี่ปุ่นเข้มงวดหนักกับ นักศึกษาต่างชาติ หลังทำเด็กหาย 1,600 คน

นอกจากนี้นยังพบว่านักศึกษาที่เรียนปริญญาส่วนใหญ่ สอบภาษาญี่ปุ่นไม่ผ่าน ยิ่งไปกว่านั้นสถานที่ของมหาวิทยาลัยบางแห่งก็ไม่ได้มาตรฐาน ทั้งคับแคบและสกปรกไม่สมกับเป็นสถาบันการศึกษา แถมจำนวนบุคลากรต่อจำนวนนักศึกษาเมื่อปี 2015 ที่เคยมีอาจารย์ 1 คนต่อนักศึกษา 43 คน มาในปี 2018 ได้ผกผันกลายเป็น 1 ต่อ 100 ทางรัฐบาลญี่ปุ่นจึงประกาศว่า ต่อแต่นี้จะไม่ออกใบอนุญาตพำนักในประเทศแก่นักศึกษาต่างชาติที่สมัครเรียนคอร์สพื้นฐานอีกต่อไป และยังสั่งให้มหาวิทยาลัยยื่นแผนการบริหารการปรับปรุงก่อนสิ้นเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ด้วยเช่นกัน

แน่นอนว่าจากนี้ต่อไปการเข้าศึกษาต้อในประเทศญี่ปุ่นสำหรับนักเรียนต่างชาติคงจะไม่ง่ายอีกต่อไป แต่อาจารย์ชาวญี่ปุ่นท่านหนึ่งให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “ญี่ปุ่นสามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้นักศึกษาต่างชาติตั้งใจเรียนโดยไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องเงินอีกต่อไป ด้วยการให้ทุนช่วยเหลือบางส่วนแก่นักศึกษาเพื่อให้พวกเขาไม่ต้องเสียเวลาเรียนไปกับการทำงานพาร์ทไทม์”

ที่มา : NHK World , The Japan Times