MBA สาขาวิชาที่ยังคงได้รับความนิยมในการศึกษาต่อสำหรับคนทำงานมากที่สุด และมีไม่น้อยเลยที่มองหาสถาบันสอน MBA ระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น Stanford University, London Business School ไปจนถึง Harvard University เรามาดูกันนะคะว่าต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง จึงจะพาตัวเองสู่ MBA ชั้นนำของโลกได้

คุณปิยะ ซอโสตถิกุล ผู้แต่งหนังสือ “10 เคล็ดลับเข้าหลักสูตร MBA ของสถาบันชั้นนำระดับโลก: 10 Secrets of Getting into Top MBA Program” มีคำแนะนำและเคล็ดลับมาฝาก แต่ก่อนจะตัดสินใจเลือกเรียนมี 3 คำถามสำคัญที่ต้องถามตัวเองให้มั่นใจเสียก่อน เริ่มต้นตั้งแต่คำถามง่ายๆ (แต่ตอบยาก) อย่าง

  • Who Are You?
    รู้จักตัวเองก่อน ว่าคุณต้องการอะไรในชีวิต และที่สำคัญมีเป้าหมายในการทำงานในสายอาชีพที่ทำอยู่อย่างไร MBA ช่วยให้คุณไปถึงเป้าหมายนั้นได้หรือไม่
  • Why Get an MBA?
    เพราะอะไรจึงอยากเรียน ไม่ใช่เพราะคำแนะนำ หรือความต้องการของตลาดงาน แต่เป็นเพราะต้องการฝึกทักษะการบริหารจัดการ ด้านกลยุทธ การเป็นผู้นำ การเงิน หรือ การตลาด ซึ่งจะช่วยเตรียมตัวสำหรับงานในอนาคตได้อย่างมีศักยภาพและเป็นการต่อยอดธุรกิจ ถ้าหากครอบครัวมีธุรกิจของตัวเอง
  • What school do you want to go?
    ควรรู้ว่าจะตัดสินใจศึกษาต่อในประเทศ หรือต่างประเทศ และหากตัดสินใจเลือกเรียนในต่างแดน ควรเลือกแค่ 2 ประเทศ เช่น อังกฤษ หรือ อเมริกา ถ้าคุณมีข้อได้เปรียบที่ดีกว่า อย่างคะแนน GMAT คุณอาจเลือกสมัครสถาบันในอันดับต้นๆ ใน 2 ประเทศ อย่าง Stanford University และ London Business School และไม่ควรใช้วิธีเลือกสถาบัน 20 แห่งจาก 5 ประเทศ

หลังจากเลือกได้แล้ว ยังมีอีก 10 ขั้นตอนที่สำคัญ ในการเข้าศึกษาหลักสูตร MBA ของสถาบันชั้นนำที่ต้องรู้

GPA

“คุณจบอะไรก็ได้ แต่การเข้าศึกษาในสถาบันชั้นดี GPA เป็นเรื่องสำคัญ แต่ไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่สุด แม้จะเกรดต่ำกว่า 3 ก็มีโอกาสเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำได้ เพราะมีอีกหลายปัจจัยที่มหาวิทยาลัยเลือกเราเข้าเรียน แต่ถ้ามีโอกาสทำเกรดให้ดีได้ก็ควรทำ สำหรับคนที่อยากเรียนแต่ยังไม่จบปริญญาตรี ยังใช้คะแนน GMAT มาช่วยได้ถ้าเกรดไม่ดี แต่อาจต้องใช้ประสบการณ์ของคุณเป็นตัวตัดสิน”

Applying strategy

กลยุทธ์ 4:3:2 คือคุณควรสมัครโรงเรียนดีในอันดับต้นๆ 4 แห่ง ไม่ว่าจะมีโอกาสมากหรือน้อย จากนั้นเลือกสมัครโรงเรียนอีก 3 แห่ง จริงอยู่ที่คุณอาจมีโอกาส 50:50 หรือมีความเสี่ยง

จากนั้นควรเลือกสมัครกับโรงเรียนอีก 2 แห่ง ที่มีโอกาสเข้าเรียนมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ “ว่าด้วยเรื่องของเวลา มหาวิทยาลัยมีการรับสมัครหลายรอบ รอบที่ 1 รอบที่ 2 รอบที่ 3 ขอแนะนำว่าให้สมัครในรอบแรก ไม่ควรรอรอบ 2 และ 3 เพื่อแสดงว่าคุณมีความตั้งใจและกระตือรือร้นที่จะเข้าเรียนจริง เพราะถ้ามหาวิทยาลัยต้องการรับคนเข้าเรียน อาจต้องวัดกันที่ความตั้งใจที่จะเข้าเรียนจริงๆ ด้วย”

Work Experience

หากเลือกเรียนทันทีหลังจบปริญญาตรี จะทำให้เสียเปรียบคู่แข่งที่มีประสบการณ์การทำงานมาแล้ว “ยกตัวอย่างที่ Harvard University ในปีที่ผมเข้าเรียน ค่าเฉลี่ยของประสบการณ์การทำงานของคนทั้งรุ่นอยู่ที่ 3.7 ปี และในชั้นเรียนไม่มีใครสักคนที่ไม่มีประสบการณ์ในการทำงาน เพราะมหาวิทยาลัยต้องการให้ทุกคนสามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์ หากคุณมีประสบการณ์การทำงานจะทำให้คุณเข้าใจสิ่งที่ถูกสอนและถกเถียงกันในชั้นเรียนได้มากกว่า ในยามที่ทำงานกลุ่มร่วมกัน”

Essay

“เริ่มจากการเขียนอย่างมีลำดับขั้นตอน ต้องแสดงถึงความคิดสร้างสรรค์และจุดแข็งของตัวเองในงานเขียนด้วย โดยวางเป้าหมายว่าเมื่ออ่านจบแล้ว นอกจากทำให้ผู้อ่านทึ่งในตัวคุณแล้ว ยังอยากพูดคุยกับคุณด้วย โดยสิ่งที่เขียนต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง ไม่บอกสิ่งที่ผู้อ่านรู้อยู่แล้ว หรือพูดได้ว่าต้องสร้างความแตกต่าง คำถามที่พบบ่อยที่สุดได้แก่ เป้าหมายในชีวิตการทำงานของคุณ หรือการเรียน MBA จะช่วยให้คุณไปถึงเป้าหมายนั้นได้อย่างไร มีตัวอย่างการเขียนที่ดีอีกมากในอินเทอร์เน็ตให้คุณได้ศึกษา”

Interview

‘Preparation is the Best Weapon’ ต้องรู้ว่าโรงเรียนที่อยากเข้าเรียนเป็นอย่างไร และตอบตัวเองให้ได้ว่าทำไมจึงอยากไปที่นั่น เริ่มจากเข้าไปศึกษาจากเว็บไซต์ เพื่อทำความรู้จักสถาบัน รู้จักเมืองที่สถาบันตั้งอยู่ ที่สำคัญที่สุด คือต้องฝึกซ้อมกับเพื่อน ควรเดินทางไปถึงสถานที่สัมภาษณ์ก่อนเวลานัดครึ่งชั่วโมง

ระหว่างการสัมภาษณ์ให้เป็นตัวของตัวเองที่สุดในทางบวก มีความรู้ที่สามารถอ้างอิงจากหนังสือพิมพ์ธุรกิจและอื่นๆ เตรียมพร้อมตอบคำถามพื้นฐาน เช่น ทำไมจึงเลือก เพราะอะไรถึงเลือกช่วงเวลานี้ สิ่งที่คุณอยากเป็น พร้อมเหตุผล อะไรคือจุดอ่อนของคุณ สถานการณ์ที่ท้าทายที่สุดที่เคยเจอ และคุณจัดการอย่างไร ที่สำคัญถ้าตอบไม่ได้อย่ามั่ว ทางที่ดีบอกไปตามตรง และถึงแม้จะรู้เรื่องดีอยู่แล้วก็ควรถ่อมตัวไว้ก่อนจึงจะดีที่สุด

CV or Resume

“สร้างจุดขายให้กับตัวเองด้วยการเพิ่มคุณสมบัติที่น่าสนใจ ยกตัวอย่างประกอบให้เห็นเป็นรูปธรรมได้มากขึ้น เช่น บอกผู้อ่านว่าคุณเป็น ‘ผู้นำ’ของทีม (หากคุณเป็นผู้นำในทีม) แทนที่จะเป็น ‘ส่วนหนึ่ง’ ของทีม พร้อมทั้งยกตัวอย่างความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม เช่น ผลงานชิ้นเด่นของคุณเพิ่มผลกำไรให้บริษัทจากการแนะนำสินค้าใหม่ ได้กี่เปอร์เซ็นต์ บอกตัวอย่างกิจกรรมที่เคยทำ คอร์สที่เคยเรียน และหน้าที่ของคุณในการทำงาน

ทุกอย่างควรจบใน 1 หน้า พร้อมจัดลำดับความสำคัญและสัดส่วนของเนื้อหาให้น่าสนใจ ควรพูดในเรื่องที่ผู้อ่านอยากรู้เสมอ จำไว้ว่าประสบการณ์การทำงานของคุณ สำคัญกว่ากิจกรรมที่คุณทำในมหาวิทยาลัย และความสำเร็จล่าสุด สำคัญกว่าความสำเร็จที่ผ่านมา”

GMAT

“ถ้าให้จัดอันดับความสำคัญของเคล็ดลับทั้งหมด คะแนน ‘GMAT’ (Graduate Management Admission Test) ถือว่ามีความสำคัญอันดับต้นๆ เป็นการวัดที่มีมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก ควรเริ่มจากทดสอบตัวเองก่อน หากได้ 450 คะแนนควรไปลงเรียนเพิ่มเติม หากได้ 650 คะแนนควรลองพยายามขยันฝึกซ้อม คนที่เลือกสอบไปเรื่อยๆ แล้วใช้คะแนนที่ดีที่สุดนั้น ไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดเสมอไป เพราะบางโรงเรียนเลือกดูที่ค่าเฉลี่ยและบางโรงเรียนพิจารณาจากคะแนนที่ต่ำที่สุด ควรซักซ้อม และรอให้พร้อม”

Activities

“สถาบันด้านการบริหารธุรกิจต้องการคนที่เก่งรอบด้าน ไม่ใช่แค่เรื่องเรียน คุณต้องพูดแต่ความจริง และลงลึกในรายละเอียดถึงเรื่องที่สนใจ เช่น ถ้าคุณชอบการเดินทาง ควรจะให้รายละเอียด เช่น บอกว่าชอบการท่องเที่ยวธรรมชาติผจญภัยในแบบ 3 Days Survival Trip คนที่ทำกิจกรรมเพื่อสังคม ควรระบุว่า คุณสอนหนังสือเด็กเร่ร่อนในชุมชนแออัด ต้องเตรียมการสอนอย่างไร เขียนถึงกิจกรรมเหล่านี้ใน CV (แต่ต้องไม่ยาวมาก) รวมถึงใน Essay หรือให้รายละเอียดเพิ่มเติมระหว่างการสัมภาษณ์”

Recommendation

หากต้องการจดหมายแนะนำดีๆ ในการศึกษาต่อ ควรขอจากหัวหน้าที่ดูแลคุณโดยตรง แม้ว่าตำแหน่งจะไม่สูงมาก หรืออาจารย์ผู้สอนที่คุณลงเรียนด้วยหลายคลาส หรือเคยทำงานวิจัยด้วยกัน คนกลุ่มนี้สามารถบอกศักยภาพการทำงานของคุณได้อย่างแท้จริง แต่พวกเขาต้องรู้แนวการเขียนจดหมายแนะนำที่ดีมีข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงด้วย เช่น ไม่ควรเขียนว่า “เขามีความรับผิดชอบ และทำงานหนักมาก” แค่ให้เขียนว่า “ครั้งหนึ่งมีงานซึ่งมีเวลาทำงานแค่ 2 วัน มีงานวิเคราะห์จำนวนมากที่ต้องทำให้เสร็จ เขาอยู่ที่สำนักงานถึงตี 2 ถึง2 วัน เพื่อให้มั่นใจว่าทีมทำงานสำเร็จลุล่วงจริง” คุณควรชี้ให้เห็นคุณสมบัติเด่นที่คุณมี เพื่อให้เห็นถึง ‘ความเป็นผู้นำ’ ‘ทีมเวิร์ก’ ‘ความมีไหวพริบ’ และ ‘ความสามารถคิดวิเคราะห์’

Pray

การบนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่หากทำแล้วสบายใจ ก็ควรทำ

ข้อมูลจาก : หนังสือ “10 เคล็ดลับเข้าหลักสูตร MBA ของสถาบันชั้นนำระดับโลก : 10 Secrets of Getting into Top MBA Program ” โดยคุณปิยะ ซอโสตถิกุล อดีตผู้บริหารธนาคารกรุงเทพ และปัจจุบันหันมาบริหารธุรกิจครอบครัวในกลุ่มซีคอนกรุ๊ป เคยได้รับรางวัล The Asian Banker Promising Young Banker Award for Thailand 2007 และ The Asian Banker Promising Young Banker Award for the Asia Pacific Religion 2007 (จากการจัดอันดับของสถาบัน The Asian Banker เดือนมีนาคม 2008)

นอกจากนี้เขายังเป็นอดีตนักเรียนทุนของธนาคารบัวหลวงในระดับปริญญาโทบริหารธุรกิจ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์ และปริญญาโทวิศวกรรมศาสตร์ ด้านวิศวกรรมเคมี ที่มหาวิทยาลัย Massachusetts Institute of Technology (MIT) จากนั้นได้เลือกศึกษาต่อระดับปริญญาโทบริหารธุรกิจ จาก Harvard University ประเทศสหรัฐอเมริกา

Powered by HELLO! Education