โรงเรียนเอกชน ที่เปิดสอนเพื่อเตรียมความพร้อมเข้ามหาวิทยาลัยชั้นดี หรือที่เราเรียกกันสั้นๆ ว่า Prep School (Preparatory) หลายครอบครัวที่อยากจะส่งลูกไปเรียนก็ต้องเตรียมความพร้อมกันอย่างหนัก เพราะนอกจากผลการเรียนแล้ว ทางโรงเรียนก็มองจากคุณสมบัติอื่นๆ ของเด็กประกอบด้วย เรามาดูการเตรียมตัวสู่ Prep School แบบละเอียด จากประสบการณ์จริงของคุณพิศุทธิ์ สุขุม เพื่อให้ลูกของเราพร้อมเดินเข้า Prep School ได้ทันเวลา

ขั้นตอนการเตรียมตัว

ครอบครัวของคุณพิศุทธิ์ สุขุม ซึ่งสมาชิกในครอบครัวหลายท่านเคยผ่านการเรียน Prep School มาก่อน เขาเตรียมตัวอย่างไรเมื่อครั้งส่งลูกเข้าเรียน Prep School “เราเริ่มช้าไปหน่อย เพราะทั้งพ่อและแม่ไม่ได้คิดว่าการจะเข้า Prep School ได้จะต้องมีความพร้อมอย่างไร มากน้อยแค่ไหน เมื่อได้สัมผัสกระบวนการขั้นตอน วัฒนธรรมของโรงเรียนประเภทนี้แล้ว จึงรู้ว่าต้องรีบปรับตัวให้ถูกทาง โชคดีที่ได้รับความเอื้อเฟื้อจากคุณลุงคุณป้าคุณอา และผู้ที่เคยเรียน Prep School ให้คำแนะนำและช่วยเหลือ เราจึงวางแผนให้ลูกชายได้ถูกทาง”

ทำความเข้าใจวัฒนธรรม

เริ่มจากการทำความเข้าใจวัฒนธรรมและวิธีคิดของผู้คนในสังคม Prep School หรือ โรงเรียนเอกชน เพื่อตอบโจทย์สิ่งที่โรงเรียนต้องการได้ตรงประเด็น

การเตรียมความพร้อมของลูกในข้อนี้ แบ่งเป็น 3 ส่วน

  • ส่วนที่ 1 ภาษาอังกฤษและผลการเรียน

คุณสมบัติพื้นฐานที่เด็กทุกคนต้องมีไว้ เสมือนบัตรผ่านใบแรก และเป็นเรื่องที่ต้องเตรียมล่วงหน้าเป็นปี คือ ภาษาอังกฤษและผลการเรียนที่โรงเรียน โดยจะต้องสามารถใช้ภาษาอังกฤษในการพูด อ่าน เขียนได้ดีมาก ต้องมีการปูพื้นฐานมานาน เพื่อจะพัฒนาไปสู่การวัดผลที่โรงเรียนต้องการ เช่น การทดสอบ SSAT, TOEFL หรือการเขียน essay เพื่อการสมัครในขั้นต่อไปได้

ควรให้ลูกอ่านหนังสือเป็นนิสัย การอ่านหนังสือสัปดาห์ละเล่ม จะช่วยเสริมทักษะทางภาษาได้มาก และควรมีผลการเรียนดี ติดอยู่ในกลุ่มไม่น้อยกว่า 20% แรกของชั้นเรียน เช่น ถ้ามีนักเรียนในชั้นเรียน 40 คน ควรอยู่ไม่เกินที่ 6 และยิ่งอยู่ใน 10% แรกได้ยิ่งดี  โรงเรียนมักจะขอผลการเรียนย้อนหลังประมาณ 2 ปี จึงต้องวางแผนการเรียนไว้แต่เนิ่นๆ

  • ส่วนที่ 2 การทดสอบต่างๆ

ควรเตรียมพร้อมเพื่อเข้าสู่การวัดผลตามข้อกำหนดของใบสมัคร ได้แก่ การสอบ SSAT, TOEFL และการเขียน essay การสอบ SSAT จะทดสอบภาษาอังกฤษกับคณิตศาสตร์ โดยข้อสอบวิชาคณิตศาสตร์จะเป็นการถามเชิงวิเคราะห์ มีลักษณะเฉพาะ ควรฝึกฝนให้คุ้นเคยกับคำถามด้วยการทำแบบฝึกหัด

ส่วน TOEFL จะเป็นการทดสอบภาษาอังกฤษ ทั้งการอ่าน พูด และเขียน เช่นเดียวกับวิชาคณิตศาสตร์ เด็กควรฝึกทำความคุ้นเคยกับลักษณะคำถามวิชาภาษาอังกฤษ เพื่อช่วยให้สามารถเขียน essay ได้ในเวลาจำกัด การฝึกฝนทำข้อสอบในหนังสือคู่มือการสอบทั้ง SSAT และ TOEFL จากหลายๆ สำนักพิมพ์จะช่วยได้มาก

เด็กไทยที่เรียนโรงเรียนนานาชาติตั้งแต่เด็กเข้าข่ายยกเว้นไม่ต้องสอบ TOEFL แต่ขอแนะนำให้สอบ TOEFL ไว้ เพราะง่ายกว่า SSAT และจะเป็นคุณสมบัติในด้านดีที่สามารถส่งผลคะแนนนี้ให้โรงเรียนได้

การเขียน essay นอกจากจะใช้ในการสอบ SSAT และ TOEFL แล้ว เด็กยังต้องเขียนแนบไปกับใบสมัครส่งให้โรงเรียนอีก จึงต้องเขียนให้ดีที่สุด อันเป็นส่วนสำคัญที่จะสะท้อนให้เห็นทักษะด้านภาษา ความสามารถในการเขียน และแนวความคิด

  • ส่วนที่ 3 ความเป็นตัวตน

ความเป็นตัวตนของลูกเรา ผู้แทน Admission Offices ของโรงเรียนมีความสามารถอย่างมากในการวัดคุณสมบัติส่วนนี้ในตัวลูก และมักเป็นส่วนสำคัญในการตัดสินใจเลือกเด็กเข้าเรียน เพราะในสองส่วนแรกมีเด็กทำได้ดีเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเด็กเอเชีย

ความเป็นตัวตนที่น่าสนใจมีได้มากมายหลากแง่มุมไม่จำกัด เช่น ลูกอาจจะชอบดนตรี ก็ต้องส่งเสริมให้เขามีความโดดเด่น มีผลงานที่ชัดเจน ความสนใจต้องซึมลึกลงไปจนเกิดเป็นความหลงใหล (Passion) นำไปสู่ความตั้งใจมุ่งมั่น (Persistence) ที่แสดงออกถึงความเป็นผู้ใหญ่ที่เหมาะสมกับวัย (Maturity)

เด็กแต่ละคนแม้จะเป็นพี่น้องกันย่อมแตกต่างกัน ไม่ว่าจะด้วยบุคลิกภาพ อุปนิสัย และความสนใจต่างกัน พ่อแม่ควรส่งเสริมลูกให้มีพัฒนาการตามธรรมชาติของตัวเอง

เราควรปลูกฝังและพัฒนาให้ลูกเรามีคุณสมบัติที่ดีที่เหมาะสมตามวัยและเวลาอันควร และสื่อให้โรงเรียนได้รู้เห็นคุณสมบัติดีๆ ที่มีในตัวลูกให้ชัดที่สุดผ่านขั้นตอนต่างๆ เช่น การกรอกคุณสมบัติในใบสมัคร การเขียน essay ประกอบใบสมัคร และการสัมภาษณ์ หลายครอบครัวมีโอกาสพาลูกไปเยี่ยมชมโรงเรียน และพบปะกับผู้แทนโรงเรียน รวมถึงนัดสัมภาษณ์ที่อเมริกาก็ช่วยได้

สรุปสุดท้ายที่คุณพ่อคุณแม่คำนึงถึงคือ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ลูกทำต้องใช้ความอุตสาหะในการทำงานหนักอย่างต่อเนื่อง แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ ลูกเราต้องมีความเข้าใจและมีความอยากเรียน Prep School ด้วยตัวเอง

ข้อมูลจาก พิศุทธิ์ สุขุม

จบปริญญาตรีทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนเรียนปริญญาโทสาขาเดียวกันที่ Cornell University รัฐ New York ลูกชายทั้งสองของเขาจบจาก Phillips Exeter Academy ซึ่งเป็น Prep School อันดับ 1 ของสหรัฐอเมริกา

Powered by HELLO! Education