ปัจจุบันโรงเรียนไม่ใช่แค่สถานที่สำหรับถ่ายทอดความรู้ทางวิชาการเท่านั้น เพราะมียังโรงเรียนอีกจำนวนหนึ่งที่ถือเป็น โรงเรียนเฉพาะทาง ฝึกสอนทักษะอาชีพให้เด็กๆ ได้เรียนกันตั้งแต่ชั้นประถมไปจนถึงระดับอุดมศึกษา เพื่อเสริมความสามารถให้แน่นและมุ่งตรงไปสู่เป้าหมายที่ฝันไว้อย่างตรงประเด็น โรงเรียนเฉพาะทาง

ในที่นี้มีตั้งแต่โรงเรียนสอนนักเทนนิส นักกอล์ฟ นักแสดง หรือแม้แต่นักบิน ไปดูกันว่าในแต่ละโรงเรียนต้องฝึกปรือทักษะอย่างไรบ้าง และเคยมีใครเป็นศิษย์เก่าผู้ประสบความสำเร็จกับการเรียนแบบนี้มาแล้ว

Tennis School

Andre Agassi นักเทนนิสระดับตำนานของสหรัฐอเมริกา เมื่อโค้ชเห็นแวว และอยากให้เขาเข้ามาฝึกฝนที่โรงเรียนสอนเทนนิสเป็นการพิเศษ พ่อของเขาบอกว่าไม่มีเงินพอที่จะส่งเสียลูก แต่โค้ช Nicholas James Bollettieri หรือที่รู้จักกันในชื่อ Nick Bollettieri เจ้าของโรงเรียน IMG Bollettieri Tennis Academy ที่มีชื่อเสียงระดับโลกยืนยันว่าเขาจะฝึกเด็กชายอังเดรให้ฟรีๆ และเด็กชายอังเดรก็กลายเป็นมือหนึ่งของโลกในเวลาต่อมา

IMG Bollettieri Tennis Academy ถือเป็นโรงเรียนฝึกสอนเทนนิสที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับหนึ่งของโลก ตั้งอยู่ที่ฟลอริด้า สหรัฐอเมริกา ด้วยโปรแกรมการฝึกพิเศษของ Nick Bollettieri ร่วมกับ Rohan Goetzke อดีตผู้อำนวยการด้านเทคนิค จาก Dutch Tennis Federation และโค้ชที่มีชื่อเสียงอีกมากมาย

สอนทั้งหลักสูตรนักกีฬาไปจนถึงหลักสูตรการเทิร์นโปร ทั้งระยะสั้นอย่างซัมเมอร์แคมป์ไปจนถึงระยะยาวกับการเข้าฝึกในหลักสูตรเข้มข้นแบบเต็มเวลา ที่ไม่ได้เทรนแค่การเล่นแต่รวมไปถึงเรื่องสมรรถภาพทางร่างกายและวิทยาศาสตร์การกีฬาอีกด้วย การันตีด้วยนักกีฬาระดับโลกมากมาย

โรงเรียนแห่งนี้ปั้นนักเทนนิสอันดับหนึ่งของโลกมากว่า 10 คนแล้ว ตั้งแต่ Monica Seles ไปจนถึง Maria Sharapova ที่ย้ายจากรัสเซียมาเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ตั้งแต่ 9 ขวบ และ Jelena Jankovic สาวจากเซอร์เบีย ด้วยความพรั่งพร้อมทั้งสถานที่ อุปกรณ์ เทคโนโลยีไปจนถึงชื่อเสียงของโค้ช

หากเด็กคนหนึ่งจะเริ่มต้นเส้นทางนักเทนนิสมืออาชีพจากการเข้าเรียนที่นี่ พ่อแม่อาจจะต้องเตรียมเงินไว้อย่างน้อยๆ 150,000 เหรียญฯ ซึ่งรวมทุกอย่างตั้งแค่ค่าโค้ชไปจนถึงค่าเดินทางไปแข่งขัน (ค่าฝึกสอนของ Nick Bollettieri ตกอยู่ที่ชั่วโมงละ 800-900 เหรียญฯ)

หากเริ่มตั้งแต่ 5 ขวบไปจนถึงเทิร์นโปรอายุ 18 ปี ค่าใช้จ่ายตกอยู่ประมาณ 400,000 เหรียญฯ หรือหากมาฝึกเอาตอนวัยรุ่นก็ตกประมาณปีละ 35,000 เหรียญฯ (ฝึกประมาณ 20 สัปดาห์ต่อปี)

นอกจาก IMG Bollettieri Tennis Academy แล้วในสหรัฐฯ ยังมีโรงเรียนที่มีชื่อเสียงแห่งอื่นๆ อีกเช่น Spartak Tennis Club ในประเทศรัสเซีย สถานที่ฝึกฝนฝีมือของมืออันดับโลกอย่าง Anna Kournikova และ Dinara Safina  Mouratoglou Tennis Academy ในฝรั่งเศส ที่ Serena Williams เลือกมาฝึกที่นี่หลังจากฟอร์มตกในปี 2012

Sailing School

ประเทศที่มีชื่อเสียงเรื่องกีฬาแล่นเรือ เห็นจะเป็นประเทศอังกฤษ ซึ่งมีสมาคม The Royal Yachting Association (RYA) เป็นผู้ดูแล นักกีฬาแล่นเรือที่มีชื่อเสียงของอังกฤษอย่าง Andrew Simpson ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันเมื่อปี 2013 ก็เริ่มต้นการฝึกฝนที่ The Royal Yachting Association youth squad ของอังกฤษ และเข้าเรียนที่ Pangbourne College ในเมือง Berkshire ซึ่งเป็นวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในการฝึกฝนนักกีฬาแล่นเรือเป็นพิเศษ

อีกประเทศหนึ่งที่มีชื่อเสียงในกีฬาชนิดนี้คือ ออสเตรเลีย ซึ่งมีโรงเรียนหรือสถาบันการฝึกฝนนักกีฬาเป็นพิเศษ เรียกว่า The NSW Institute of Sport (NSWIS) ซึ่งหากเด็กคนไหนมีพรสวรรค์ทางด้านนี้มากพอที่จะเป็นนักกีฬาระดับโลกได้ ก็จะเข้ามาเรียนและฝึกที่นี่ โดยมีประเภทกีฬาที่หลากหลาย

นอกจากโปรแกรมการเรียนการฝึกฝนแล้ว ยังมีโปรแกรมการค้นหาความสามารถและพรสวรรค์ของเด็กๆ อีกด้วยว่ามีความสามารถพอที่จะก้าวเข้าสู่การเป็นนักกีฬาเพื่อที่จะได้รับการฝึกฝนพิเศษหรือไม่ ตัวอย่างของนักกีฬาระดับโลกที่มาจาก NSW ก็คือฉลามหนุ่ม Ian Thrope และนักกีฬาเรือใบดาวรุ่งของออสเตรเลียที่คว้าแชมป์ระดับโลกมามากมายอย่าง IAIN JENSEN ก็สังกัดสถาบันแห่งนี้เช่นเดียวกัน

Golf Management School

สำหรับผู้ที่สนใจธุรกิจสนามกอล์ฟ Les Roches Marbella เป็นสถาบันการศึกษาบริหารธุรกิจการโรงแรมที่ประเทศสเปน ที่มีสาธารณูปโภคเพียบพร้อมและรายล้อมด้วยสนามกอล์ฟกว่า 60 แห่งในรัศมี 50 ก.ม. พร้อมให้นักศึกษาสัมผัสและเรียนรู้ธุรกิจกอล์ฟและพัฒนาทักษะการบริหาร โดยร่วมกับ Troon Golf ผู้นำอุตสาหกรรมกอล์ฟระดับโลก

รวมทั้ง The International Foundation of Club Managers Spain (FICMS) เป็นหลักสูตร 1 ปี สำหรับผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป โดยจะได้รับ Professional Evolution Program (PEP) certification ซึ่งได้รับการรับรองจาก ASSOCIATION of Club Managers Europe (EACM)

Golf Management School

  • ติดต่อสำนักงานประเทศไทย : 089-816-6908, 02-106-2541-2
  • เว็บไซต์ : www.ekthana.com www.lesroches.es

Ballet School

หากอยากจะเดินทางสู่ต้นตำรับอันเก่าแก่ระดับโลก ก็คงต้องมุ่งหน้าสู่ The Paris Opera Ballet School ที่ปารีส ฝรั่งเศส ซึ่งมีประวัติยาวนานตั้งแต่ยุคพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 และเคยผลิตนักเต้นบัลเลต์ระดับโลกมาอย่างมากมายและต่อเนื่อง อย่าง Sylvie Guillem  นักบัลเลต์ระดับตำนานของฝรั่งเศส

อีกทั้งฝรั่งเศสก็ถือเป็นดินแดนที่ผลิตนักเต้นที่ทรงอิทธิพลต่อวงการบัลเลต์ของโลกมากมาย อิทธิพลดังกล่าวรวมถึงโรงเรียนบัลเลต์ชื่อดังของรัสเซียอีกด้วย นั่นก็คือ Vaganova Academy of Russian Ballet ซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1738 จากความตั้งใจของพระนาง Anna Loannovna จักรพรรดินีของรัสเซียในเวลานั้น โดยให้บรมครูชาวฝรั่งเศส Jean-Baptiste Lande เป็นครูใหญ่

ทุกๆ ปีจะมีเด็กนักเรียนสมัครมาออดิชั่นเพื่อเข้าเรียนกว่า 3,000 คน แต่ได้ผ่านเข้าเรียนจริงๆ ราว 60 คนต่อปี และเรียนจบจริงๆ ประมาณ 25 คนต่อปี ปัจจุบัน  Vaganova Academy of Russian Ballet มีนักเรียนประมาณ 300 คน

หลักสูตรการสอนที่นี่อยู่ที่ 8 ปี ปีแรกจะเป็นการเรียนประวัติศาสตร์การเต้นและพื้นฐานการเต้น จะได้เรียนการเต้นในแบบต่างๆ ในปีที่ 4 และขั้นสูงในปีที่ 6 และเมื่อจบหลักสูตร 8 ปี นักเรียนทั้งหมดจะได้แสดงที่ Mariinsky Theatre (หรือที่คุ้นกันในชื่อ Kirov)

ซึ่งนักเรียนที่โดดเด่นจะได้เซ็นสัญญาเป็นนักเต้นกับบริษัท Mariinsky Ballet Company นอกจากนี้ยังมีบริษัทบัลเลต์ชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศอีกด้วย โดย Vaganova Academy of Russian Ballet จะเปิดออดิชั่นทุกปีในเดือนมิถุนายน และผู้เข้าออดิชั่นจะต้องอายุมากกว่า 10 ปี

อีกหนึ่งโรงเรียนที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงก็คือ The Royal Ballet School ในประเทศอังกฤษ ซึ่งผลิตนักเต้นบัลเลต์ที่มีชื่อเสียงมากมายกว่าที่ใดๆ ก่อตั้งเมื่อปี 1926 โดยปัจจุบันแบ่งการเรียนการสอนเป็น The Royal Ballet Lower School (อายุ 11-16 ปี) และ The Royal Ballet Upper School (การเรียนการสอนระดับสูง)

The Royal Ballet School การรันตีชื่อเสียงด้วยการเคยเป็นสถานที่ฝึกสอนให้กับนักเต้นที่ขึ้นชื่อว่าเป็น Prima Ballerina Assoluta (ตำแหน่งนักเต้นที่ได้รับการยกย่องว่าเต้นได้สวยงามสมบูรณ์ที่สุด) ถึง 3 คน (ปัจจุบันผู้ทีได้รับตำแหน่งนี้มีเพียง 11 คนเท่านั้น)  ซึ่งก็คือ Margot Fonteyn, Alicia Markova และ Alessandra Ferri

และที่โด่งดังมีชื่อเสียงที่สุดในโลกตอนนี้ก็คือ American Ballet Theatre ที่นิวยอร์ก ด้วยเพราะเต็มไปด้วยผู้ฝึกสอนที่มีชื่อเสียงระดับโลกจากทั่วทุกสารทิศและจากความพิเศษและเชี่ยวชาญในการเต้นหลากหลายสาขา นักเต้นที่มีชื่อเสียงระดับรางวัล Tony และ นักแสดงนำใน Billy Eliot the Musical อย่าง David Alvarez ก็จบจากที่นี่

Music & Voice School

ประเทศออสเตรียขึ้นชื่อว่าเป็นศูนย์กลางดนตรีคลาสสิกของยุโรป และมี The University of Music and Performing Arts Vienna เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกที่ผลิตศิลปินด้านนี้มากมาย ในปีหนึ่งๆ จะมีนักเรียนมาออดิชั่นเพื่อเข้าเรียนสาขาโอเปร่าหลายพันคนและจะได้รับคัดเลือกให้เข้าเรียนเพียงหลักสิบเท่านั้น และนั่นก็ทำให้เห็นว่าการแข่งขันที่นี่สูงเพียงไร

ประเทศออสเตรียส่งเสริมดนตรีคลาสสิกอย่างมาก นักเรียนที่ได้รับการออดิชั่นผ่านให้เข้าเรียนที่นี่นั้นได้รับการยกเว้นค่าเล่าเรียน แม้ว่าจะเป็นนักเรียนต่างชาติก็ตามที

The University of Music and Performing Arts Vienna ยังขึ้นชื่อในด้านการสอนดนตรีคลาสสิกอีกด้วย โดยเฉพาะเปียโน เห็นได้จากนักเปียโนระดับโลกที่ได้รับการจัดอันดับว่าเป็นนักเปียโนที่ยิ่งใหญ่ตลอดกาลอย่าง Artur Schnabel ก็เรียบจบจากที่นี่

ฝรั่งเศสถือเป็นอีกแห่งที่มีชื่อเสียงด้านการร้องโอเปร่า ดูได้จากจุดเริ่มต้นของโรงละครโอเปร่า และโรงเรียนที่มีชื่อเสียงที่สุดก็คือ Conservatoire de Paris ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1784 และสร้างนักร้องโอเปร่าที่มีชื่อเสียงระดับโลกมากมาย เช่น Régine Crespin ซึ่งก็จบการศึกษาจากที่นี่

และเช่นเดียวกัน เมื่อพูดถึงคำว่าโอเปร่าก็คงจะอดพูดถึงประเทศอิตาลีไม่ได้ โรงเรียนดนตรีที่มีชื่อเสียงที่สุดในด้านการสอนโอเปร่าของอิตาลีก็คือ The Milan Conservatory  หรือ Conservatorio Giuseppe Verdi ซึ่งก่อตั้งในปี 1807 และเป็นที่ผลิตนักร้องโอเปร่าระดับโลกมากมาย ทั้ง Dina Barberini, Amelita Galli-Curci ,Barbara Frittoli และ Florin Cezar Ouatu (บรรดาคอมโพเซอร์และคอนดัคเตอร์ระดับโลกจบจากที่นี่มากมายเช่นเดียวกัน)

และหากเป็นรัสเซียก็ต้องที่ St.Petersburg Conservatoire หรือ Moscow Conservatoire  โดยเฉพาะที่ St.Petersburg Conservatoire  ยังมีชื่อเสียงโดดเด่นในด้านการสอนเปียโนอีกด้วย อัจฉริยะนักเปียโนคนสำคัญของโลกอย่าง Sergei Vasilievich Rachmaninoff ก็ร่ำเรียนที่นี่

และที่มีชื่อเสียงไม่แพ้กันก็คือที่เยอรมนีกับโรงเรียน Hochschule für Musik “Hanss Eisler” หรือ Academy of Music Hannss Eisler Berlin ซึ่งที่นี่ยังถือเป็นวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงด้านการสอนเปียโนที่ดีที่สุดในโลกแห่งหนึ่งอีกด้วย ซึ่งนักเปียโนระดับโลกอย่าง Wilhelm Walter Friedrich Kempff  จบการศึกษาจากที่นี่

ในขณะที่ระดับนานาชาติที่ได้รับความนิยมเพราะสอนด้วยภาษาอังกฤษ ซึ่งมีสถาบันอย่าง Royal College of Music (ซึ่งทีนี่มีโรงเรียนโอเปร่าโดยเฉพาะด้วย) โดยมีศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียงอย่าง Lesley Garrett, Antoinette Miggianiและ Mary Nelson

Aviation School

โรงเรียนสอนการบินด้วยเครื่องบินเล็ก เครื่องบินโดยสาร ไปจนถึงยานอวกาศที่มีชื่อเสียงระดับโลกตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกาเกือบทั้งหมด (รัสเซียเป็นอีกหนึ่งคู่แข่งที่สำคัญ แต่ในด้านภาษาและความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีการบิน ทำให้สหรัฐอเมริกาโดดเด่นมากในด้านนี้) อาจเป็นเพราะองค์การนาซ่า คือองค์การเทคโนโลยีการบินระดับโลกที่ใครๆ ก็ใฝ่ฝันถึง

มหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อว่ามีชื่อเสียงที่สุดในด้านการบินก็คือ Embry-Riddle Aeronautical University หรือที่รู้จักกันย่อๆ ว่า Embry-Riddle หรือ ERAU

ซึ่งได้รับการขนานนามจาก Time Magazine ว่าเป็นฮาร์วาร์ดภาคแผ่นฟ้า ด้วยความครบครันของสถานที่ ผู้สอน เครื่องบิน เทคโนโลยีต่างๆ รวมถึงหลักสูตรที่ครบเครื่อง ทั้งนักบิน การจัดการสายการบิน ไปจนถึงวิศวกรรมเครื่องยนต์การบิน ทำให้ที่นี่ประสบความสำเร็จในการผลิตบุคคลากรระดับโลกอย่างมากมาย

ERAU มีสองแคมปัสด้วยกัน แคมปัสแรกอยู่ทีอะริโซน่า และแคมปัสที่สองที่ฟลอริด้า ซึ่งมีการเคลมกันว่าแคมปัสที่อะริโซน่านั้นมีความได้เปรียบด้านสภาพอากาศที่สามารถนำเครื่องขึ้นได้ตลอดทั้งปี ศิษย์เก่าที่จบจากที่นี่ก็คือเหล่านักบินองค์การนาซ่าทั้งหลาย ทั้ง Daniel Burbank, Alvin Drew และ Thomas Patten Stafford

สำหรับใครที่อยากเรียนด้านเทคโนโลยีการบินโดยเฉพาะ และการเป็นนักบินไม่ใช่จุดมุ่งหมายสำคัญเท่ากับการ เป็นเจ้าหน้าที่พิเศษด้านเทคโนโลยี วิศวกรรม หรือเครื่องยนต์กลไก คงต้องเบนความสนใจมาที่ School of Aviation and Transportation Technology, Purdue University วิทยาลัยการบินที่ขึ้นชื่อว่าเป็นอันดับหนึ่งในเรื่องเทคโนโลยีการบินโดยเฉพาะ มีแคมปัสที่มีชื่อเสียงที่สุดอยู่ที่ West Lafayette ในรัฐอินเดียน่า ซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1964 มีสาขาให้เลือกเรียน 7 สาขา

โรงเรียนเฉพาะทาง ที่ตีคู่กันมาติดๆ ก็คือ The University of North Dakota และ Ohio University ที่มีสาขาการบินที่มีชื่อเสียงเช่นเดียวกัน อีกหนึ่งแห่งที่ได้รับความนิยม และค่าเล่าเรียนน้อยกว่าคือที่ Western Michigan University อังกฤษก็เป็นอีกแห่งที่มีชื่อเสียงด้านโรงเรียนการบินเช่นเดียวกัน Brunel University

โดยเฉพาะถ้าใครสนใจด้านการบินพาณิชย์ที่นี่น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าฝั่งอเมริกา เพราะมีหลักสูตร MBA ที่สอนเรื่องการขนส่ง ตู้คลังสินค้า ความปลอดภัยในการบินไปจนถึงการท่องเที่ยว รวมถึง Coventry University แต่ที่นี่จะถนัดไปทางเทคโนโลยีการบินมากกว่าการพาณิชย์ แต่ถ้าคิดว่ายังไกลเกิน ใกล้ๆ บ้านเราอย่างสิงคโปร์มี Singapore Aviation Academy ด้วยเช่นเดียวกัน

Art& Design School

ชื่อของ Parsons The New School Of Design ที่นิวยอร์ก Central Saint Martins College Of Art And Design ที่ลอนดอน และ Istituto Marangoni ที่อิตาลี คือสถาบันหลักๆ ที่มีชื่อเสียงในด้านแฟชั่น

ไม่เพียงแค่สาขาแฟชั่นเท่านั้น แต่ในสาขาการออกแบบก็ยังเป็นแนวทางการศึกษาที่ได้รับความนิยมอย่างมากปัจจุบันมหาวิทยาลัยที่มีความโดดเด่นด้านนี้ก็คือ Arizona State University, College of Design ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องวิศวกรรมการออกแบบ ด้านธุรกิจการออกแบบ และการออกแบบเพื่อความยั่งยืน

และบริษัท Intel ยังเป็นพาร์ทเนอร์ในด้านการเรียนการสอนอีกด้วย โดยมี Hagy Belzberg นักออกแบบระดับโลกเป็นศิษย์เก่าจากสำนักนี้ Art Center College of Design ที่แคลิฟอร์เนีย ก็โด่งดังไม่แพ้กัน โดดเด่นในเรื่องโปรแกรมการเรียนการสอนที่ลิงค์กับบริษัทใหญ่ๆ ของโลก ทั้งการออกแบบผลิตภัณฑ์ โปรเจ็คต์ทางธุรกิจ โดยมี Yves Béhar แห่ง Fuseproject  และ Chris Bangle จาก BMW เป็นศิษย์เก่า

นอกจากนี้ยังมี California College of the Arts ที่ร่วมงานกับบริษัทดังๆ อย่าง Gaia & Gino, Pantech, Tupperware, Simpson Strong-Tie, Samsung, IDEO, Skidmore, Owings & Merrill, Timbuk2 และ Carnegie Mellon University ซึ่งร่วมงานกับ Google, eBay, Microsoft

อีกหนึ่งสาขาการออกแบบที่เป็นทางเลือกที่น่าสนใจและฮิปสุดๆ ในปัจจุบันนี้ก็คือสาขาเซรามิค มหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อในเรื่องเซรามิค ที่มีสาขาการเรียนโดยเฉพาะอันดับหนึ่งของโลกก็คือ Alfred University– New York State College of Ceramics ที่นิวยอร์ก

และ Rhode Island School of Design ที่โร้ดไอแลนด์ นอกจากนี้ยังมี Babson College ที่โดดเด่นเรื่องการออกแบบผลิตภัณฑ์ในบ้าน รวมถึง California College of the Arts อีกหนึ่งแห่งด้วย

Design School

อีก โรงเรียนเฉพาะทาง สอนออกแบบชั้นนำของอิตาลีก็คือ Instituto Europeo di Design (IED) ตั้งอยู่ที่มิลาน มีนักศึกษากว่า 90 ประเทศทั่วโลก แวดล้อมด้วยดีไซเนอร์และนักออกแบบมืออาชีพ

ด้วยการเรียนการสอนที่จะเพิ่มขีดความสามารถของผู้เรียนผ่านเวิร์คช็อปที่จะพัฒนาทักษะเทคนิคและการออกแบบ โดยร่วมกับภาคอุตสาหกรรมและนักออกแบบชั้นนำมากมาย

มีให้เลือกหลายหลักสูตร ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรปริญญาตรี หลักสูตร Continuing study programs สอนเป็นภาษาอิตาเลียน หลักสูตรปริญญาโท หลักสูตรหนึ่งภาคการศึกษาและหนึ่งปี หลักสูตรภาคฤดูร้อนและภาคฤดูหนาว

แต่ถ้าไม่อยากเรียนที่มิลาน ทางโรงเรียนยังมีแคมปัสกระจายตัวอยู่ตามเมืองต่างๆของอิตาลี เช่น โรม ตูริน เวนิซ คากลีอารี และฟลอเรนซ์

รายละเอียดเพิ่มเติม :

http://www.ied.edu/milan/design-school หรือติดต่อสำนักงานประเทศไทย โทร.089-816-6908,02-106-2541-2 www.ekthana.com

Architecture School

โรงเรียนสถาปนิก New School of Architecture + Design คงจะตอบโจทย์คุณได้อย่างดียิ่ง เพราะด้วยคุณภาพการเรียนทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติตามมาตรฐานการสอนที่ดีเลิศ ในเมืองซานดิเอโก แคลิฟอร์เนีย

เพื่อหล่อหลอมความเป็นมืออาชีพด้านการออกแบบ NSAD เพียบพร้อมไปด้วยบุคคลากรที่มากด้วยประสบการณ์ เพื่อปูทางให้นักศึกษาก้าวเข้าสู่เส้นทางอาชีพด้านการออกแบบและสถาปัตยกรรมในอนาคต โดยมีทั้งหลักสูตรปริญญาตรีและปริญญาโท รวมทั้งหลักสุตรภาคฤดูร้อนให้เลือก

รายละเอียดเพิ่มเติม :

http://www.newschoolarch.edu/ หรือติดต่อสำนักงานประเทศไทย โทร.089-816-6908,02-106-2541-2 www.ekthana.com

Film School

โรงเรียนเฉพาะทาง เก่าแก่อันดับที่ 5 ของโลกด้านภาพยนตร์และโทรทัศน์แห่งนี้ ตั้งอยู่ในกรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก Film and TV School of Academy of Performing Arts in Prague หรือชื่อย่อ FAMU ก่อตั้งขึ้นในปี 1946 โปรแกรมการเรียนเกือบทั้งหมดสอนเป็นภาษาเช็ก

แต่ยังมีบางโปรแกรมที่สอนเป็นภาษาอังกฤษ เช่น โปรแกรม1 ปี ซัมเมอร์ เวิร์คช็อป หรือว่าจะเป็นโปรแกรม Special Productions หรือโปรแกรม MFA และ Cinema in Digital Media

FAMU จัดได้ว่าเป็นโรงเรียนสอนภาพยนตร์ที่ดีที่สุดในยุโรปและอันดับที่ 11 ของโลก ผู้ผลิตภาพยนตร์และผู้เขียนบทที่มีชื่อเสียงมากมายจบจากสถาบันนี้ ไม่ว่าจะเป็น Stanislav Barabas หรือเจ้าของรางวัลออสการ์ Milos Forman และ Agnieszka Holland

FAMU เป็นหนึ่งในสามโรงเรียนในสังกัดของ Academy of Performing Arts in Prague (สถาบันสอนศิลปะกรุงปราก) อีกสองโรงเรียนคือ Theater School และ Music School  โรงเรียนแบ่งออกเป็น 10 สาขา คือ การถ่ายภาพ การกำกับ ภาพยนตร์สารคดี เขียนบทภาพยนตร์ การถ่ายภาพยนตร์ การออกแบบเสียง อนิเมชั่น การผลิต และสองสาขาวิชาควบ – ศูนย์การศึกษา Audiovisual

ที่นี่มีคณาจารย์และครูผู้สอนกว่า 112 ท่าน เจ้าหน้าที่อีก 16 คน มีนักศึกษาทั้งสิ้น 350 คน ทั้งในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และระดับปริญญาเอก และมีนักศึกษาต่างชาติอีก 80 คน สถาบันค่อนข้างจะนานาชาติ มีทั้งนักเรียนอาร์เจนติน่า เดนมาร์ก สวีเดน ฟินแลนด์ มีคนหลากหลาย จากเยอรมัน หรือเดนมาร์กมาเรียนคอร์สที่นี่เพื่อทำ portfolio ก่อนไปสมัครเรียนต่อที่ประเทศของเขา

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.famu.cz

โรงเรียนภาพยนตร์ที่ Santa Fe University of Art and Design  ก็เป็นอีกแห่งที่เราอยากแนะนำ เพราะเหมาะสำหรับนักศึกษาที่ต้องการความรู้และทักษะการทำหนังรอบด้าน

ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาเลือกเรียนภาควิชาที่สนใจและถนัดทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ Production, Visual Effects/Technical Animation และ Story Development ที่นี่มีสตูดิโอภาพยนตร์ระดับฮอลลีวู้ด ชื่อ Garson Studio ที่มีหนังดังมาถ่ายทำ ยกตัวอย่างเช่นหนังยอดเยี่ยมรางวัลออสการ์ปี 2007 No Country for Old Men, True Grit และ City Slickers

นอกจากนี้ที่นี่ยังมีทุนการศึกษาจำนวนมาก แถมยังได้ร่วมงานกับนักแสดงชื่อดังอย่างโรเบิร์ต เรดฟอร์ด ในโครงการ Robert Redford/Milagro Initiative Scholarship Program เพื่อค้นหานักศึกษาที่มีพรสวรรค์และรักการทำหนัง โดยในปีนี้นักศึกษากว่า 95% ได้รับทุนการศึกษาจาก Santa Fe

รายละเอียดเพิ่มเติม :

  • ติดต่อสำนักงานประเทศไทย โทร.089-816-6908,02-106-2541-2
  • เว็บไซต์ : www.ekthana.com

Powered by HELLO! Education