ใครที่ได้ชมอุปรากรเรื่อง Dan no Ura กำกับโดยสมเถา สุจริตกุล ต้องรู้สึกทึ่งกับเสียงใสคล้ายระฆังแก้วของพระพี่เลี้ยงซูเคโกะ นักร้องเสียงโอเปร่า ที่สวมบทโดยคุณโบว์ – นาทลดา ธรรมธนาคม อดีตนักร้องดีเด่นแห่งสยามกลการ และนักเรียนทุนคุณหญิงพรทิพย์ ณรงค์เดชผู้ล่วงลับ ผู้จบการศึกษาปริญญาตรีจาก Conservatoire royal de Bruxelles  และเทียบเท่าปริญญาโทจาก Operastudio Vlaanderen ประเทศเบลเยี่ยม เธอหลงใหลการร้องเพลงมาตั้งแต่อายุเพียง 8 ขวบ และไม่เคยหยุดร้องเพลงเลยจนบัดนี้

หลงใหลในเสียงเพลงตั้งแต่วัยเยาว์ “ตอน 8 ขวบโบว์ได้เข้ารอบชิงชนะเลิศการประกวดร้องเพลง Thailand Junior Singing Contest ของสยามกลการ พอไม่ได้รางวัลเลยขอทางบ้านไปอยู่กับคุณแม่บุญธรรม เพื่อให้ท่านสอนร้องเพลง และฝึกซ้อม ตีห้าโบว์ต้องตื่นมาวิ่ง ไม่ดื่มน้ำเย็นเพื่อให้อุณหภูมิร่างกายปกติ ฝึกหนักไม่ต่างอะไรกับนักกีฬาเลย พอปีต่อไปสมัครใหม่ คราวนี้ได้รางวัลนักร้องดีเด่น หลังจากนั้นก็ร้องเพลงเรื่อยมา คุณหญิงพรทิพย์ช่วยเรื่องการศึกษามาตลอด จนสอบเข้ามหาวิทยาลัย ระหว่างเรียนมัธยมที่โรงเรียนสตรีวัดระฆัง นอกจากเรียนแล้วยังทำกิจกรรมเป็นนักร้องประกวดของโรงเรียน ได้ที่หนึ่งตลอดเลย”

นาทลดา ธรรมธนาคม อินเนอร์นำพาสู่การเป็นนักร้องเสียงโอเปร่า

คำว่าโอเปร่าไม่เคยมีอยู่ในความคิดของเธอเลย ต้องขอบคุณเพื่อนที่ช่วยจุดประกาย “ตอนเอ็นทรานซ์เพื่อนบอก ทำไมไม่เข้าเอก Voice ร้องแบบโอเปร่า แต่ต้องรู้จักภาษาเยอรมัน อิตาลี ฝรั่งเศส ปรากฏว่าต้องสอบทฤษฎีดนตรีด้วย เลยเอ็นท์ไม่ติด ทั้งที่ได้คะแนนขับร้อง 80 เลยไปเข้ามหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา อาจารย์วณี ลัดดากลม อาจารย์คนแรกที่สอนร้องโอเปร่าเป็นอาจารย์ที่นั่นพอดี เขาเพิ่งเปิดสอน Voice ปีแรก ได้เจออาจารย์ที่คุ้นเคย เรียนได้ปีหนึ่งจึงเริ่มฉายแวว”

ไม่ว่าใครที่เดินผ่านห้องซ้อมจะได้ยินเสียงหวานปานน้ำผึ้งเดือนห้า ต่างเคลิ้มไปกับน้ำเสียงชวนฝันของเธอ จนอาจารย์ที่ภาควิชาบอกให้ไปประกวด SET เยาวชนดนตรีแห่งประเทศไทย ซึ่งเธอคว้าเหรียญทอง “หลังจากนั้นอาจารย์วณีถามว่าจะไปเรียนมหิดลไหม เพราะหนูได้รางวัลของมหิดลแล้ว มีเพื่อนอาจารย์บอกว่ามีออดิชั่นของ Bangkok Opera Foundation เรื่อง Magic Flute พอดี และได้เจออาจารย์สมเถา สุจริตกุล เป็นครั้งแรก เขาถามว่า จะร้องเพลงอะไร หนูบอกว่าจะร้องเพลงภาษาเยอรมัน Queen of the Night ซึ่งร้องยาก ร้องเสร็จอาจารย์ถามยิ้มๆ ว่าอายุเท่าไร เราบอกว่า 21 เขาบอกว่ายังไม่ใช่บทที่เธอจะเล่น ต้องรอให้อายุมากกว่านี้หลังจากนั้นถึงเข้าใจว่า การร้องโอเปร่าต้องใช้เทคนิคและฝึกฝนเป็นปีๆ สร้างกล้ามเนื้อให้ร่างกาย จะได้ไม่ทำลายเส้นเสียง”

นาทลดา ธรรมธนาคม อินเนอร์นำพาสู่การเป็นนักร้องเสียงโอเปร่า

หลังจากนั้นหนึ่งเดือนให้หลัง ก็มีคนจาก Bangkok Opera Foundation ให้เธอไปเป็นตัวสำรอง 1 คืนสำหรับบท Queen of the Night การแสดงเพียงคืนเดียว ทำให้เธอก้าวเข้าสู่วงการโอเปร่าไปแล้วครึ่งหนึ่ง ด้วยการร้องคอรัสสลับกับบทตัวเอก กระทั่งเจอครูตวนซึ่งเป็นทั้งครูและแมวมอง ที่มาจัดเวิร์คช็อปร้องเพลงที่เมืองไทยเป็นประจำทุกปี เขาบอกนักร้องสาวคนนี้ว่า “เมืองไทยไม่มีอะไรให้ยูเรียนอีกแล้ว ยูยังไม่พร้อมจะไปทำงานกับ Bangkok Opera Foundation หรอก ยูต้องไปหาประสบการณ์”

แม่นกน้อยจึงโผบินไปศึกษาวิชาขับร้องต่อที่เมือง Ghent เบลเยี่ยม “พอดีน้องสาวของคุณแม่บุญธรรมอยู่ที่เบลเยี่ยม คุณน้าเข้าอินเทอร์เน็ตดูรายชื่อครูสอนร้องเพลงเจอ Head of Voice ชื่อลุดเดอวิค เดอซอง จึงขอให้ช่วยติวให้ เขาชอบเสียงร้องของเรามาก เขาบอกยูมีเวลาเดือนหนึ่งในการเตรียมตัวสำหรับ Repertoires เพื่อร้องเพลงโจทย์ของ Conservatoire royal de Bruxelles   ปรากฏว่าสอบได้เป็นหลักสูตรปริญญาตรี เราไปเรียนแต่ว่าเอ๊ะ…ทำไมเวลาว่างเยอะจัง จนกระทั่งเพื่อนในคลาสบอกว่า ไม่เคยเห็นยูเรียนหนังสือเลย สรุปคือเราไม่รู้เรื่อง เพราะไม่เข้าใจภาษาฝรั่งเศสไม่รู้ว่าต้องเรียนวิชาทั่วไปที่ไม่ใช่วิชาดนตรีด้วย! ชั่วโมงแรกโบว์แทบตาย เพราะฟังไม่ออก ต้องไปนั่งหน้าเบ้ในห้องน้ำ สุดท้ายมีปัญหาเรื่อง ID Card เขาไม่อนุญาติให้เข้าสอบ ต้องกลับเมืองไทยแบบเศร้ามากกกก ”

นาทลดา ธรรมธนาคม อินเนอร์นำพาสู่การเป็นนักร้องเสียงโอเปร่า

แต่ชะตาลิขิตแล้วว่าเธอต้องได้เรียนที่เบลเยี่ยม คราวนี้เธอตัดสินใจเข้าพบคุณหญิงพรทิพย์อีกครั้งเพื่อขอความช่วยเหลือเรื่องค่าเทอม คุณแม่หญิงถามว่า “จะเอาอะไรกิน เราบอกไม่เป็นไรค่ะ กินข้าวโรงเรียน ไม่แพง หรือกลับไปกินข้าวบ้านก็ได้ คือตอนนั้นไม่รู้ว่าต้องเจออะไรบ้าง ท่านให้มา ปีแรกประมาณ 5,000 ยูโร อาจารย์ให้โบว์ไปอยู่กับลูกศิษย์ช่วยเลี้ยงลูกให้ไม่ต้องจ่ายค่าเช่าบ้าน และได้ฝึกภาษาฝรั่งเศสแ ต่อยู่ได้แค่ 6 เดือนก็ลาออก เพราะเวลาซ้อมเด็กๆ มาเล่นด้วย เป็นแบบนี้ต่อไปเราไม่มีทางประสบความสำเร็จแน่ เลยไปเช่าอพาร์ตเมนท์อยู่กับเพื่อนนักร้องฝรั่งเศส พอเห็นเราเป็นเอเชียจะข่มเรื่องภาษาว่ารู้จริงหรือเปล่า อย่างเพลงโอเปร่าอิตาลีจะจิกถามเราทุกคำ ไม่ถามคนอื่น ตรงนี้ต้องร้อง forte ทำไมยูร้องเบา เพราะฉะนั้นต้องซ้อมมาดี เวลาเจอคำถามแบบนี้โบว์จะบอกเลยว่า It’s not your business. ปีสุดท้ายต้องย้ายภาควิชาจากภาษาฝรั่งเศส เป็นภาษาดัตช์ เราได้คะแนนขับร้องสูงสุด แต่สอบตกวิชา Social Psychology ส่วนเพื่อนที่ได้เกียรตินิยมร้องดีน้อยกว่าเรามาก แต่วิชาพื้นฐานผ่านหมด และทุกวิชาเรียนที่นี่เป็นภาษาฝรั่งเศสหมด เฮ้อ! ในความคิดเราตอนนั้นคือ ลาออกจากโรงเรียนนี้ดีกว่า เพราะรู้สึกว่าไม่เหมาะกับเรา”

เธอตัดสินใจกลับเมืองไทยในโค้งสุดท้าย “โบว์ให้คุณหญิงแม่ดูเกรด เรียนท่านว่าเขาไม่ให้เราผ่านวิชาที่มัน nonsense อยากขอย้ายไปเข้าโรงเรียนเดิมแต่เป็นฟลามองด์ เพราะเค้ามีการสอนเป็นระบบ international แต่ค่าเทอมแพงขึ้นเป็นสองเท่า คุณหญิงให้มา 600,000 บาทต่อปี พอย้ายโรงเรียนปุ๊บ ได้เกียรตินิยมเลย หลังจากจบปริญญาที่นี่แล้วตัดสินใจศึกษาต่อ ที่ Operastudio Vlaanderen และได้ทุนเรียนฟรีในปีที่2 โบว์เลยมีปริญญาตรี 2 ใบกับปริญญาโทอีก 1 ใบ”

นาทลดา ธรรมธนาคม อินเนอร์นำพาสู่การเป็นนักร้องเสียงโอเปร่า

ฝากคำแนะนำถึงน้องๆ ที่อยากเรียนขับร้องที่ประเทศเบลเยี่ยม นักร้องโอเปร่าสาวบอกเราว่า “ต้องเลือกครูผู้สอนที่ทำให้เรารู้สึกดี ช่วยเหลือเราได้ รักและเอาใจใส่เรา จะทำให้การเรียนผ่านไปด้วยดี ประสบความสำเร็จและมีความสุข อย่าเลือกจากชื่อเสียงของสถาบัน เพราะฉะนั้นเรียนที่ไหนก็ได้ ส่วนเรื่องภาษา ถ้าเรียนแถบยุโรป อาจต้องใช้เวลามากในการเรียนภาษาเพิ่มเติม แต่การเป็นนักร้องโอเปร่าต้องเรียนรู้ภาษาอื่นนอกจากภาษาอังกฤษอยู่ดี อย่าไปคาดหวังอะไรมาก เพราะจะเจอความผิดหวังตลอด ต้องรู้จักคำว่า ‘ไม่ได้’ ให้ชินเข้าไว้ เพราะมีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบเสียงเรา โดยที่บางทีเราไม่ต้องรู้เหตุผลก็ได้ ถ้ารักการร้องเพลงจริงก็ขอให้ทำผลงานไปเรื่อย อย่าล้มเลิก แล้วถ้าคิดอยากทำอะไรให้ทำเลย อย่ารีรอ ทำไปก่อนแล้วค่อยว่ากัน” สาวเสียงโอเปร่าฟันธง

 

Powered by HELLO! Education