สวิตเซอร์แลนด์ จุดหมายปลายทางของนักเรียนต่างชาติจากทั่วโลก เป็นประเทศหนึ่งที่มีชื่อเสียงเรื่องคุณภาพการศึกษาสูงที่สุดในโลก และยังเปิดกว้างรับนักเรียนต่างชาติ บางมหาวิทยาลัยมีนักเรียนต่างชาติถึง 40% วิชาการโรงแรมถือเป็นหลักสูตรที่โดดเด่นที่สุด นักเรียนไทยนิยมเดินทางไปศึกษาต่อทางด้านนี้เป็นจำนวนมาก

และโรงเรียนสอนวิชาการโรงแรมถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในประเทศนี้ เมื่อปี 1883 กว่า 100 ปีมาแล้ว และเป็นต้นตำรับมาตรฐานการบริการของธุรกิจการท่องเที่ยวและการโรงแรม จนมีคำพูดติดปากว่า “Swiss Hospitality” หรือการต้อนรับแบบชาวสวิส เรียกได้ว่าเป็นที่ตั้งของสถาบันการสอนด้านการโรงแรมชั้นนำของโลก

ใครๆ ก็ไปเรียน สวิตเซอร์แลนด์

  • เป็นหนึ่งในประเทศที่ได้ชื่อว่ามีการศึกษาดีที่สุดในโลก
  • เป็นต้นกำเนิดวิชาการโรงแรม ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก
  • เป็นผู้นำด้านคุณภาพและมาตรฐานการบริการของธุรกิจการท่องเที่ยวและการโรงแรมของประเทศ จนมีคำพูดติดปากว่า “Swiss Hospitality” หรือการต้อนรับแบบชาวสวิส
  • มีสภาพแวดล้อมที่ดี ภูมิทัศน์สวยงาม บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับการเรียนการสอน

นักเรียนที่สนใจไปศึกษาต่อที่สวิตเซอร์แลนด์ ควรเตรียมตัวเรื่องภาษาเป็นอย่างแรก โดยต้องสอบความรู้ด้านภาษาอังกฤษให้ผ่านเกณฑ์ สถาบันส่วนใหญ่สอนเป็นภาษาอังกฤษ

สวิตเซอร์แลนด์มีภาษาราชการ 3 ภาษา คือ เยอรมัน ฝรั่งเศส และอิตาเลียน หากมีความรู้ภาษาต่างๆ เหล่านี้เพิ่มเติมจะยิ่งได้เปรียบ และทำให้ปรับตัวได้เร็วขึ้น และสามารถลงเรียนเพิ่มเติมได้ สำหรับการเรียนการสอนการโรงแรมของสวิตเซอร์แลนด์ เน้นทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ โดยมีการฝึกงานจริง และได้รับค่าจ้างอีกด้วย

ข้อมูลควรรู้

สภาพทางภูมิศาสตร์ สภาพอากาศ จำนวนประชากร ตลอดจนระบบการศึกษาในแต่ละรัฐ นั้นแตกต่างกันไป จึงควรทราบข้อมูลพื้นฐานเหล่านี้ เพื่อเป็นปัจจัยในการเลือกสถานที่เรียน

สภาพทางภูมิศาสตร์

ประเทศเล็กๆ ที่ปกครองแบบสหพันธรัฐ ตั้งอยู่ใจกลางทวีปยุโรป พื้นที่ 2 ใน 3 ของประเทศ เป็นภูเขา หิมะ ป่าไม้ และทุ่งหญ้า ไม่มีทางออกทะเล แบ่งเป็น 26 มณฑล แต่ละมณฑลมีกฎหมายของตัวเอง

สภาพภูมิอากาศ

ภูมิอากาศแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ บางแห่งอุณหภูมิระหว่างฤดูร้อนกับฤดูหนาวแตกต่างกันมาก แต่สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ฤดู คือ   

  • ฤดูร้อน ปลายพฤษภาคมกันยายน อุณหภูมิ 20 – 28 องศาเซลเซียส   
  • ฤดูใบไม้ร่วง ปลายกันยายนกลางพฤศจิกายน อุณหภูมิ 7 – 13 องศาเซลเซียส   
  • ฤดูหนาว กลางพฤศจิกายนปลายมีนาคม อุณหภูมิ -3 – 6 องศาเซลเซียส   
  • ฤดูใบไม้ผลิ ปลายมีนาคมกลางพฤษภาคม อุณหภูมิ 6 – 13 องศาเซลเซียส

ประชากร

มีจำนวนราว 8.5 ล้านคน แบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ 5 กลุ่ม คือ กลุ่มที่พูดภาษาเยอรมัน (65%) กลุ่มที่พูดภาษาฝรั่งเศส (18.4%) กลุ่มที่พูดภาษาอิตาเลียน (9.8%) กลุ่มที่พูดภาษาโรมังซ์ (0.8%) และกลุ่มภาษาอื่น (6%) โดยภาษาราชการมี 3 ภาษา คือ เยอรมัน ฝรั่งเศส และอิตาเลียน โดยแต่ละมณฑลจะเป็นผู้กำหนดการใช้ภาษาราชการเอง

เวลา

เวลาที่สวิตเซอร์แลนด์ช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง

ระบบการศึกษา

แต่ละมณฑลมีระบบการศึกษาแตกต่างกัน ภายใต้กรอบที่กำหนดโดยรัฐบาลกลาง แบ่งเป็น 5 ระดับ

  • ระดับอนุบาล

เป็นการศึกษาก่อนวัยเรียน เด็กจะเข้าเรียนอนุบาลตั้งแต่อายุ 3 – 6 ปี

  • ระดับประถมศึกษา

เป็นการศึกษาภาคบังคับ เด็กสวิสทุกคนต้องเข้าเรียนชั้นประถมศึกษาเมื่ออายุ 6 ปีขึ้นไป ส่วนจำนวนปีที่เรียนแตกต่างกันไปในแต่ละมณฑล ส่วนใหญ่คือ 6 ปี แต่บางมณฑล 4 ปี หรือ 5 ปี

  • ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

ระยะเวลาในการศึกษา 3 ปี แต่บางมณฑลอาจมีระยะเวลาศึกษาเป็น 4 ปี หรือ 5 ปี แต่ถ้ารวมการศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาแล้ว ต้องกินเวลาทั้งสิ้น 9 ปี เด็กสวิสต้องศึกษาให้จบมัธยมศึกษาตอนต้น จึงจะถือว่าจบการศึกษาภาคบังคับ โดยนักเรียนระดับนี้อายุประมาณ 13 – 15 ปี

  • ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

แบ่งเป็น 2 สาย คือ สายสามัญศึกษา และสายอาชีวศึกษา

  • ระดับอุดมศึกษา

มหาวิทยาลัยในสวิสเซอร์แลนด์มีทั้งหมด 12 แห่ง โดย 10 แห่ง เป็นของมณฑล ที่เหลืออีก 2 แห่งเป็นของรัฐบาลกลาง นักเรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายส่วนใหญ่จะเข้าศึกษาในวิทยาลัย ส่วนการศึกษาในมหาวิทยาลัยมักมีไว้สำหรับผู้ที่ต้องการเป็นนักวิชาการหรือนักวิจัย

สำหรับนักเรียนต่างชาติต้องมีผลสอบภาษาที่ใช้ในการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยนั้น (ภาษาฝรั่งเศส หรือเยอรมัน) นักเรียนไทยส่วนใหญ่ต้องไปเรียนภาษาที่สวิสเซอร์แลนด์ก่อนอย่างน้อย 1 ปี นักเรียนไทยส่วนใหญ่นิยมเรียนวิชาการโรงแรม ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ปัจจุบันมีโรงเรียนสอนวิชาการโรงแรม 20 แห่ง ส่วนใหญ่ใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนการสอน

ตามระบบการศึกษาของสมาพันธรัฐสวิส ถือว่าสถาบันการโรงแรมเป็นสาขาวิชาที่เอกชนสามารถดำเนินการจัดการเรียนการสอนได้เอง จึงไม่มีการเปิดสอนในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันเทคโนโลยีของรัฐ

แต่จะเปิดสอนในสถาบันการศึกษาของเอกชน ซึ่งได้รับการรับรองโดยรัฐ และ/หรือ รับรองโดยสมาคมวิชาชีพต่างๆ ระดับการศึกษาที่เปิดสอนมีตั้งแต่ระดับ Certificate (หลักสูตร 1 ปี หรือต่ำกว่า 1 ปี) Diploma (2 – 3 ปี) จนถึงระดับปริญญาตรี (4 ปี) และระดับปริญญาโท (2 ปี) การเรียนมีทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติด้วย โดยได้รับค่าจ้างระหว่างฝึกงาน

การทำงานพิเศษ

นักศึกษาทำงานพิเศษได้ 15 – 30 ชั่วโมง แล้วแต่มณฑล โดยต้องได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยเสียก่อน ควรมีความสามารถในการใช้ภาษาเยอรมัน ฝรั่งเศส หรืออิตาเลียน สวิสเซอร์แลนด์ไม่มีหอพักนักศึกษาต้องหาห้องเช่าข้างนอก โดยอาจขอคำแนะนำจาก Student Advisor ของมหาวิทยาลัยได้

วีซ่านักเรียน

การขอวีซ่านักเรียนของสวิสเซอร์แลนด์ (กรณีเรียนเกิน 90 วัน) ควรเผื่อเวลาไว้ประมาณ 2 เดือน (เนื่องจากทางสถานทูตสวิตเซอร์แลนด์ ประจำประเทศไทย จะต้องส่งเรื่องไปยังกองตรวจคนเข้าเมืองในแต่ละรัฐของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ให้เป็นผู้ตัดสินใจ) หลังจากนั้นจึงส่งเรื่องกลับมาที่สถานทูตสวิตเซอร์แลนด์ในประเทศไทย โดยมีค่าธรรมเนียมวีซ่า 2,400 บาท และค่าส่งเอกสารทางไปรษณีย์ 180 บาท

และเมื่อเดินทางเข้าประเทศแล้ว นักเรียนต้องไปยื่นเรื่องขอทำ Student Permit ( “B” Permit) ที่กองตรวจคนเข้าเมืองของแต่ละท้องถิ่น ภายใน 8 วัน หลังจากเดินทางเข้าประเทศแล้ว ค่าใช้จ่ายประมาณ 150 – 200 ฟรังก์สวิส ขึ้นอยู่กับแต่ละมณฑล

เอกสารประกอบการขอวีซ่านักเรียน

  • กรอกแบบคำร้องขอวีซ่า จำนวน 3 ชุด
  • หนังสือเดินทางที่มีอายุการใช้งานอย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไป
  • รูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว จำนวน 4 รูป ฉากหลังสีขาว
  • หลักฐานแสดงการชำระค่าเล่าเรียนจากทางโรงเรียน
  • ใบตอบรับจากสถานศึกษา
  • หนังสือรับรองฐานะทางการเงินของผู้ปกครอง
  • หลักฐานการศึกษา

ค่าเล่าเรียน

ค่าใช้จ่ายในการเรียนต่อระดับอุดมศึกษา ประมาณปีละ 1,280,000 บาท (รวมค่าเล่าเรียน และค่าครองชีพ)

สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: สำนักงาน ..

Powered by HELLO! Education