ตั้งแต่ ญี่ปุ่น มีนโยบายเปิดรับนักศึกษาต่างชาติเมื่อปี 2526 ทำให้จำนวนนักศึกษาต่างชาติเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันนักเรียนต่างชาติสามารถเข้าศึกษาในโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายที่ญี่ปุ่นได้ แต่โรงเรียนที่เปิดรับยังมีไม่มาก

ซึ่งการจะเข้าเรียนต่อได้ จำเป็นต้องมีพื้นความรู้ภาษาญี่ปุ่นมากพอสมควร เนื่องจากการเรียนการสอนเป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด สำหรับนักเรียนที่มีพื้นฐานภาษาไม่เพียงพอโรงเรียนนานาชาติเป็นทางเลือกหนึ่ง แต่โรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายที่สอนเป็นภาษาอังกฤษมีน้อยมาก

ใครๆ ก็ไปเรียนญี่ปุ่น

  • มาตรฐานการศึกษาสูง นักเรียนญี่ปุ่นระดับมัธยมปลายติดอันดับต้นๆ ในการแข่งขันระดับโลกด้านคณิตศาสตร์ และด้านวิทยาศาสตร์ ในระดับอุดมศึกษา
  • มีความปลอดภัยสูง มีสถิติอาชญากรรมติดอันดับท้ายๆ ของโลก
  • เป็นประเทศพัฒนาแล้ว และมีการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างมาก ผู้คนเป็นมิตร มีประวัติศาสต์ยาวนาน

สำหรับนักเรียนที่ไม่มีพื้นฐานความรู้ภาษาญี่ปุ่น ช่วงปีแรกของการเข้าเรียน ทางโรงเรียนจะเน้นการเรียนภาษาญี่ปุ่นเป็นวิชาหลัก และเรียนวิชาอื่นๆ เช่น ดนตรี พละศึกษา คอมพิวเตอร์ เป็นต้น

หลังจากมีความรู้ความเข้าใจภาษาญี่ปุ่นมากพอ จึงจะเริ่มให้เข้าเรียนร่วมกับเด็กนักเรียนชาวญี่ปุ่นอย่างจริงจัง ความแตกต่างของการเรียนมัธยมที่ญี่ปุ่น คือ จะให้ความสำคัญกับกิจกรรมชมรม และทำกิจกรรมหลังเลิกเรียน สนับสนุนให้มีการแข่งขันระหว่างโรงเรียน เขต หรือระดับภาคอย่างสม่ำเสมอ

สำหรับผู้ที่ต้องการเรียนต่อมหาวิทยาลัย ต้องมีความสามารถในการฟัง พูด อ่าน เขียน ภาษาญี่ปุ่นในระดับเดียวกับนักเรียนที่จบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมปลายของญี่ปุ่น

ดังนั้นนักเรียนต่างชาติจึงต้องเข้าเรียนในโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นในช่วงแรกก่อน บางมหาวิทยาลัยมีการจัดหลักสูตรภาษาญี่ปุ่นให้กับนักเรียนต่างชาติ ก่อนเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยด้วย

ข้อมูลควรรู้

สภาพทางภูมิศาสตร์ สภาพอากาศ จำนวนประชากร ตลอดจนระบบการศึกษาในแต่ละรัฐ นั้นแตกต่างกันไป จึงควรทราบข้อมูลพื้นฐานเหล่านี้ เพื่อเป็นปัจจัยในการเลือกสถานที่เรียน

สภาพทางภูมิศาสตร์

เป็นเกาะ เป็นแนวยาวจากเหนือจรดใต้ คล้ายพระจันทร์เสี้ยว ตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของโลก จึงได้ชื่อว่าดินแดนอาทิตย์อุทัยประกอบด้วย 4 เกาะใหญ่ ได้แก่ ฮอกไกโด ฮอนชู ชิโกกุ และคิวชู และเกาะเล็กเกาะน้อยอีกเกือบ 7,000 เกาะ

สภาพภูมิอากาศ

มีภูมิอากาศแบบอบอุ่น แบ่งเป็น 4 ฤดู คือ

  • ฤดูหนาว เดือนธันวาคมกุมภาพันธ์
  • ฤดูใบไม้ผลิ เดือนมีนาคมพฤษภาคม
  • ฤดูร้อน เดือนมิถุนายนสิงหาคม
  • ฤดูใบไม้ร่วง เดือนกันยายนพฤศจิกายน

ประชากร

ญี่ปุ่นเล็กกว่าไทย 0.7 เท่า แต่มีประชากรมากกว่า 2 เท่า คือ ราว 127 ล้านคน อาศัยอยู่ในเขตที่ราบอันมีเนื้อที่จำกัด มีเมืองต่างๆ 650 เมือง โดยมีโตเกียวเป็นเมืองหลวง และมีประชากรมากที่สุด

เวลา

เร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง

ระบบการศึกษา

การศึกษาของญี่ปุ่นแบ่งออกได้เป็น 3 ระดับ คือ

  • ระดับต้น ได้แก่ การศึกษาขั้นอนุบาล ตั้งแต่อายุ 3 – 5 ปี และประถมศึกษา 1 – 6 ตั้งแต่อายุ 6 -12 ปี
  • ระดับกลาง ได้แก่ การศึกษาระดับมัธยมศึกษา แบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ มัธยมศึกษาตอนต้น 3 ปี และมัธยมศึกษาตอนปลาย 3 ปี
  • ระดับสูง ได้แก่ การศึกษาในมหาวิทยาลัย วิทยาลัย วิทยาลัยเทคนิค และวิทยาลัยอาชีวศึกษา

ที่พัก

มีหอพักนักศึกษาต่างชาติอยู่บ้าง ค่าเช่าประมาณ 12,000-28,000 บาทต่อเดือน ส่วนที่พักเอกชนปกติต้องติดต่อผ่านบริษัทจัดหาบ้านเช่า ราคาค่าเช่าที่พักเอกชน ไม่มีห้องอาบน้ำเดือนละประมาณ 16,000 บาท หรือเดือนละ 28,000 บาทขึ้นไปกรณีมีห้องน้ำ หากเป็นเมืองอื่นนอกโตเกียว ราคาค่าเช่าจะถูกลง

การทำงานพิเศษ

นักเรียนต่างชาติได้รับอนุญาตให้ทำงานพิเศษได้ โดยกำหนดชั่วโมงการทำงานต่อสัปดาห์ตามประเภทของวีซ่า สำหรับวีซ่านักศึกษาก่อนวิทยาลัย (Pre-College Student Visa) ทำงานได้ 20 ชั่วโมง / สัปดาห์ วีซ่านักศึกษาวิทยาลัย (College Student Visa) ทำงานได้ 28 ชั่วโมง / สัปดาห์ โดยต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป และต้องทำหลังเลิกเรียนเท่านั้น เริ่มทำงานพิเศษได้ เมื่ออยู่ในประเทศญี่ปุ่นครบ 90 วัน

วีซ่านักเรียน

วีซ่าสำหรับผู้ที่จะไปศึกษาในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยของญี่ปุ่น มี 2 ประเภทคือ

  • วีซ่าสำหรับผู้ที่เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย วิทยาลัย และสถาบันหรือโรงเรียนอาชีวศึกษา เป็นวีซ่าประเภท 4 – 1 – 6 ซึ่งมีระยะเวลา 1 ปี เมื่อครบกำหนดสามารถทำเรื่องขอต่อวีซ่าได้
  • วีซ่าสำหรับผู้ที่เข้าศึกษาในโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น (Pre-College Student Visa) เป็นวีซ่า 4 – 1 – 16 – 3 ซึ่งมีระยะเวลา 6 เดือน เมื่อครบกำหนดสามารถทำเรื่องขอต่อวีซ่าได้ และเมื่อเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย สถาบันหรือโรงเรียนอาชีวศึกษาได้ ก็จะได้รับการเปลี่ยนวีซ่าเป็นประเภท 4 – 1 – 6

เอกสารประกอบการขอวีซ่านักเรียน

  • แบบฟอร์มขอวีซ่า (ฉบับจริง ขอได้ที่สถานทูตญี่ปุ่น แผนกกงสุล สามารถกรอกแบบฟอร์มในวันยื่นได้เลย)
  • หนังสือรับรองสถานภาพการพำนัก (Certificate of Eligibility) จากสถาบันการศึกษา ฉบับจริง พร้อมสำเนา 1 ชุด
  • รูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว 1 รูป
  • หนังสือเดินทางที่ยังมีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน
  • สำเนาทะเบียนบ้าน 1 ชุด กรณีระบุสถานะนักเรียนเป็น Pre-College Student ต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม คือ ใบแสดงผลการเรียน (Transcript) จากสถาบันการศึกษาล่าสุด และหลักฐานการเงินของผู้ปกครอง (ควรเป็นสมุดบัญชีเงินฝากประจำ หรือออมทรัพย์) ฉบับจริงพร้อมสำเนาอย่างละ 1 ชุด
  • ค่าธรรมเนียมการขอประทับตราวีซ่า เริ่มตั้งแต่ 595 บาทเป็นต้นไป ยื่นเรื่องแล้ว 2 วันทำการจะทราบผลการพิจารณา
    โดยยื่นที่ ศูนย์รับยื่นวีซ่าญี่ปุ่น ศูนย์นาน โทร. 02-251-5197-8 ศูนย์สีลม โทร.02-632-9801 เว็บไซต์ http://www.jp-vfsglobal-th.com/

ค่าเล่าเรียน

  • สำหรับหลักสูตรภาษา
  1. หลักสูตร 1 ปี : ประมาณ 170,000 – 400,000 บาท
  2. หลักสูตร 18 เดือน : ประมาณ 300,000 – 600,000 บาท
  3. หลักสูตร 2 ปี : ประมาณ 400,000 – 800,000 บาท
  • ค่าเล่าเรียนระดับปริญญาตรี สำหรับมหาวิทยาลัยของรัฐ ประมาณ 200,000 บาทต่อปี
  • ค่าเล่าเรียนระดับปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์ หรือวิศวกรรมศาสตร์ สำหรับมหาวิทยาลัยเอกชน ประมาณ 450,000 บาทต่อปี
  • ค่าเล่าเรียนระดับปริญญาตรีด้านอักษรศาสตร์ หรือศึกษาศาสตร์ สำหรับมหาวิทยาลัยเอกชน ประมาณ 350,000 บาทต่อปี
  • ค่าเล่าเรียนระดับปริญญาตรีด้านกฎหมาย พาณิชยศาสตร์ หรือเศรษฐศาสตร์ สำหรับ มหาวิทยาลัยเอกชน ประมาณ 350,000 บาทต่อปี
  • ค่าเล่าเรียนระดับปริญญาโท ประมาณ 320,000 บาทต่อปี
  • ค่าเล่าเรียนระดับวิทยาลัย ประมาณ 200,000 บาทต่อปี

ค่าใช้จ่ายการเรียนต่อ (ระดับอุดมศึกษา) ประมาณปีละ 1,133,000 บาท (รวมค่าเล่าเรียน และค่าครองชีพ)

Powered by HELLO! Education