เยอรมนี อีกหนึ่งประเทศยอดนิยมศึกษาต่ออีกประเทศหนึ่งของนักศึกษาไทย ด้วยชื่อเสียงในระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ ภาษาเยอรมันยังเป็นภาษาที่ใช้กันทั่วไปในทวีปยุโรป การรู้ภาษาเยอรมันถือได้ว่าเป็นการเปิดประตูสู่วัฒนธรรมของยุโรป และวัฒนธรรมเยอรมันก็ไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่

พบความมหัศจรรย์ เปิดโลกแห่งการศึกษาที่เยอรมนี

  • ประเทศแห่งกวีและนักคิดเนื่องจากนักเขียนและนักปรัชญาคนสำคัญของโลก เช่น โยฮันน์ วูล์ฟกัง ฟอน เกอเธ่, ฟรีดริช ชิลเลอร์, อิมมานูเอล คานท์, ฟรีดริช นิทเช่ ล้วนแต่เป็นชาวเยอรมันทั้งสิ้น
  • ประเทศชั้นนำของสหภาพยุโรป และมีความมั่งคั่งอันดับต้นๆ ของโลก ทั้งทางเศรษฐกิจและทางวัฒนธรรม
  • ระบบการศึกษาถือว่ามีคุณภาพระดับโลก

ข้อมูลควรรู้

สภาพทางภูมิศาสตร์ สภาพอากาศ จำนวนประชากร ตลอดจนระบบการศึกษาในแต่ละรัฐ นั้นแตกต่างกันไป จึงควรทราบข้อมูลพื้นฐานเหล่านี้ เพื่อเป็นปัจจัยหนึ่งในการเลือกสถานที่เรียน

สภาพทางภูมิศาสตร์

ตั้งอยู่ตอนกลางของทวีปยุโรป ทิศเหนือติดเดนมาร์ก ทะเลบอลติก และทะเลเหนือ ทิศใต้ติดสวิตเซอร์แลนด์และออสเตรีย ทิศตะวันออกติดสาธารณรัฐเช็กและโปแลนด์ ทิศตะวันตกติดเนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม ลักเซมเบิร์ก และฝรั่งเศส

สภาพภูมิอากาศ

มีหลายแบบ ชายฝั่งจะมีอากาศอบอุ่นในฤดูร้อนและหนาวเย็นปานกลางในฤดูหนาว ในขณะที่ภาคพื้นทวีปมีอากาศร้อนในฤดูร้อนและหนาวเย็นในฤดูหนาว ประกอบด้วย 4 ฤดู คือ

  • ฤดูหนาว (ธันวาคมกุมภาพันธ์) อุณหภูมิประมาณ 0 ถึง – 30°C
  • ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม  พฤษภาคม) อุณหภูมิตั้งแต่ 0°C
  • ฤดูร้อน (มิถุนายนสิงหาคม) อุณหภูมิประมาณ 15 – 35°C
  • ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายนพฤศจิกายน) อุณหภูมิประมาณ 5 – 15°C

ประชากร

ประมาณ 82 ล้านคน

เวลา

ช้ากว่าเมืองไทยประมาณ 6 ชั่วโมงในเวลามาตรฐาน และ 5 ชั่วโมงในฤดูร้อน

ระบบการศึกษา

การศึกษาภาคบังคับเริ่มตั้งแต่อายุ 6 – 18 ปี รวมระยะเวลา 12 ปี ต้องเรียนหลักสูตรภาคบังคับแบบเต็มเวลาอย่างน้อย 9 ปี (ในบางรัฐ 10 ปี) จากนั้นเลือกเรียนหลักสูตรสายอาชีพหรือฝึกงาน ซึ่งเป็นการเรียนแบบไม่เต็มเวลา โรงเรียนส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนรัฐ เรียนฟรี และสามารถยืมหนังสือและตำราเรียนได้ไม่ต้องซื้อ หลังจากจบประถมศึกษาแล้วจึงศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษา แบ่งเป็น 4 ประเภท

  • Secondary General School (Hauptschule)

เป็นโรงเรียนมัธยมระดับเกรด 5 – 9 หรือ 10 ให้การศึกษาวิชาพื้นฐานทั่วไป เช่นเดียวกับที่สอนใน Realschule และ Gymnasium ได้แก่ ภาษาเยอรมัน คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ สังคมวิทยา ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษหรือภาษาฝรั่งเศส) และวิชาแนะนำวิชาชีพ เวลาเรียน 6 ปี หลังเรียนจบจะได้รับใบประกาศนียบัตร เพื่อเป็นประตูสู่การศึกษาสายวิชาชีพต่อไป

  • Intermediate School (Realschule)

เป็นโรงเรียนที่อยู่ระหว่างโรงเรียนมัธยมที่ให้การศึกษาวิชาพื้นฐานทั่วไป (Secondary General School) กับโรงเรียนมัธยมที่เน้นวิชาการ (Grammar School) ระดับเกรด 5 – 11 หลักสูตรจะเน้นวิชาพื้นฐานทั่วไป หลังจบหลักสูตร 6 ปี จะได้ประกาศนียบัตรเพื่อศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น เช่น โรงเรียนอาชีวะที่ต้องเรียนเต็มเวลา

  • Grammar School (Gymnasium)

เป็นการศึกษาระดับมัธยมศึกษา 9 ปีที่เน้นวิชาการ และเมื่อเรียนในระดับเกรด 11 – 13 จะแบ่งเป็นการเลือกกลุ่มวิชาที่ถนัด เพื่อเน้นบางสาขาวิชาโดยเฉพาะ เพื่อเตรียมตัวเข้าเรียนมหาวิทยาลัยหลังจากจบเกรด 13 ผู้ที่จบจากโรงเรียนนี้จะได้วุฒิ Abitur

  • Comprehensive School (Gesamtschule)

เป็นการผสมผสานการเรียนการสอนของโรงเรียนมัธยมทั้ง 3 ประเภทเข้าด้วยกันภายใต้การบริหารหนึ่งเดียว นักเรียนเริ่มเรียนเกรด 6 – 10 และจะเริ่มเรียนวิชาเฉพาะทางในระดับเกรด 7 บางกลุ่มวิชาจะมีการแบ่งการเรียนออกเป็นกว่า 11 ระดับ แล้วแต่ความยากง่าย

ระดับอุดมศึกษา

สถาบันการศึกษาส่วนใหญ่เป็นของรัฐ เปิดรับนักศึกษาทุกเชื้อชาติเรียนฟรี ไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียน รวมถึงนักศึกษานานาชาติก็ได้รับการยกเว้นค่าเล่าเรียน มหาวิทยาลัยในเยอรมันเป็นผู้นำด้านวิทยาศาสตร์ และมนุษยศาสตร์

โดยไม่เพียงเป็นสถาบันเพื่อการศึกษาและฝึกอบรมเท่านั้น แต่ยังเป็นสถาบันที่ทำการวิจัยค้นคว้า ทั้งในลักษณะที่เป็นการวิจัยประยุกต์ และงานด้านวิชาการล้วน มีมหาวิทยาลัยเกือบ 120 แห่งและสถาบันเทียบเท่ามหาวิทยาลัย เช่น มหาวิทยาลัยเทคนิค มากกว่า 200 แห่งกระจายทั่วประเทศ มีทั้งของรัฐและของเอกชน

แต่ชาวเยอรมันส่วนใหญ่นิยมเรียนมหาวิทยาลัยของรัฐเนื่องจากค่าเล่าเรียนถูกกว่า แต่มาตรฐานระดับเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีสถาบันการศึกษาชั้นสูง เช่น มหาวิทยาลัยที่เน้นภาคปฏิบัติ มหาวิทยาลัยศิลปะการดนตรีและภาพยนตร์ เป็นต้น

คุณสมบัติทางภาษา ภาษาที่ใช้สอนคือภาษาเยอรมัน ผู้เข้าศึกษาจะต้องผ่านการทดสอบความรู้ภาษาเยอรมันซึ่งเรียกว่า DSH ซึ่งทางมหาวิทยาลัยในเยอรมันเป็นผู้จัดสอบ หรือสามารถขอสอบ TestDaF (เทียบเท่ากับ TOEFL ของภาษาอังกฤษ) ในประเทศบ้านเกิด

ข้อยกเว้นของผู้ที่ไม่ต้องสอบ DSH มี 3 กลุ่ม คือ ผู้ที่จบมัธยมศึกษาตอนปลายในเยอรมัน ผู้ที่จบมัธยมศึกษาตอนปลายระบบเยอรมัน หรือเทียบเท่าในต่างประเทศ และผู้ที่มีประกาศนียบัตรระดับสูงแสดงความรู้ภาษาเยอรมัน (ZOP)

นักเรียนไทยที่สนใจจะไปเรียนต่อในเยอรมัน ควรเรียนภาษาเยอรมันจากสถาบันในไทยเสียก่อน เช่น สถาบันเกอเธ่ โดยสามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับประกาศนียบัตรที่เทียบเท่า DSH หรือเวลา และสถานที่สอบ TesDaf ในไทยจากสถาบันนี้

หลักสูตรนานาชาติ

เป็นหลักสูตรที่สอนเป็นภาษาอังกฤษ ผู้เข้าศึกษาในหลักสูตรนี้จะต้องรู้ภาษาอังกฤษ เช่น ผลคะแนน TOEFL 550 สำหรับการสอบข้อเขียน และ 213 สำหรับการสอบโดยใช้คอมพิวเตอร์ หรืออาจจะสอบ IELTS ที่ Band 6 ผู้เข้าศึกษาในหลักสูตรนานาชาติส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ภาษาเยอรมัน

แต่ในบางสาขาวิชาอาจกำหนดให้มี สถาบันที่เปิดหลักสูตรนานาชาติจะมีการสอนภาษาเยอรมันเสริมด้วย เพื่อนักศึกษาทุกคนจะได้เพิ่มพูนความรู้ภาษาเยอรมัน และเรียนรู้วัฒนธรรมของเยอรมันควบคู่ไปกับการศึกษา

วีซ่านักเรียน

จะต้องขอวีซ่าเชงเก้น หากเรียนไม่เกิน 3 เดือน หรือขอวีซ่าเยอรมันประเภทระยะยาว สำหรับผู้ที่ต้องการเรียนนานเกิน 3 เดือนขึ้นไป

เอกสารประกอบการขอวีซ่านักเรียน 

  • หนังสือเดินทางฉบับจริงที่ยังมีอายุการใช้ พร้อมสำเนา 2 ชุด   
  • รูปถ่ายแบบไบโอเมตริก 2 ใบ
  • แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่าประเภท National Visa ที่กรอกข้อความครบถ้วน 2 ฉบับ   
  • แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่าระยะยาว   
  • หนังสือตอบรับให้เข้าศึกษา/ใบตอบรับการจองที่เรียนล่วงหน้าจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันเตรียมความพร้อม เพื่อเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษาของนักศึกษาต่างชาติ   
  • หลักฐานแสดงวุฒิการศึกษาที่ผ่านมา (ประกาศนียบัตร ปริญญาบัตร) และคำแปลภาษาเยอรมัน   
  • หลักฐานการเงิน อย่างน้อยเดือนละ 659 ยูโร ตลอดระยะเวลาการศึกษา   
  • หลักฐานแสดงความรู้ภาษาเยอรมันระดับ B1 สามารถสมัครสอบได้ที่สถาบันเกอเธ่

ค่าใช้จ่ายในการเรียนต่อ

สถาบันการศึกษาส่วนใหญ่สนับสนุนโดยรัฐ จึงไม่เก็บค่าเล่าเรียน รวมทั้งจากนักศึกษาต่างชาติด้วย แต่อาจมีบางสาขาวิชาของมหาวิทยาลัยของรัฐที่มีการเรียกเก็บค่าเรียน ซึ่งจะมีตั้งแต่ภาคเรียนละ 10,000 บาท ไปจนถึง 180,000 บาท สำหรับมหาวิทยาลัยเอกชน ค่าเล่าเรียนอาจจะสูงถึง 300,000 บาทต่อภาคเรียน

ในส่วนที่ไม่เกี่ยวกับค่าเล่าเรียนนั้น มหาวิทยาลัยเยอรมันจะเก็บค่าธรรมเนียมและอาจรวมค่าตั๋วรถโดยสารประจำทางด้วย ค่าธรรมเนียมนี้จะตกประมาณ 32,000 บาท ต่อภาคเรียน ซึ่งอาจสอบถามจากมหาวิทยาลัยโดยตรงได้

ค่าครองชีพ

ค่าครองชีพของนักศึกษาต่างชาติในเยอรมนีอยู่ที่ประมาณ 40,000-50,000 บาทต่อเดือน (ขึ้นอยู่กับเมืองที่อยู่) ซึ่งจะรวมค่าอาหาร ค่าที่พัก ค่าประกันสุขภาพ ค่าหนังสือและค่าพักผ่อนหย่อนใจอื่นๆ

สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :

  • www.bangkok.diplo.de
  • www.goethe.de/bangkok
  • สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (..)

Powered by HELLO! Education