หลังร่ำเรียนจนจบชั้นมัธยมศึกษา ก้าวต่อไปก็คือ การเข้าศึกษาต่อในชั้นอุดมศึกษา และยิ่งเป็น มหาวิทยาลัยดังระดับโลก ยิ่งท้าทายความสามารถมากขึ้นเท่านั้น การสอบเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดังระดับโลกจึงมีนักเรียนจากทั่วโลกมุ่งมั่นที่จะเป็นลูกศิษย์ของสถาบันเหล่านี้ ทำให้การแข่งขันเพิ่มความยากเป็นทวีคูณ และยากขึ้นทุกปีๆ เนื่องจากผู้สมัครมีมากกว่าจำนวนที่มหาวิทยาลัยชั้นนำเปิดรับในแต่ละปี

เรามีคำแนะนำในการพิชิตมหาวิทยาลัยดังระดับโลก ดังต่อไปนี้

พยายามทำคะแนนในชั้นมัธยมปลายให้ดีที่สุด

ประวัติการเรียนควรอยู่ในเกณฑ์ดีสม่ำเสมอตั้งแต่เนิ่นๆ ต้องเป็นคนที่รู้รอบด้าน การเรียนดีเอาตอนท้ายๆ อาจทำให้คุณหมดสิทธิ์ได้รับพิจารณา แต่มีข้อยกเว้นในกรณีที่มีปัญหาซึ่งไม่อาจควบคุมได้ ก็อาจแนบเหตุผลประกอบไปกับใบสมัครว่าคุณมีปัญหาอะไร และสามารถเอาชนะอุปสรรคได้อย่างไร

  • พยายามแสดงฝีมือทางวิชาการที่โรงเรียน

ด้วยการทำโครงงานที่ท้าทายได้อย่างดีเลิศ ลงเรียนวิชายากๆ ที่คาดว่าจะเรียนต่อในมหาวิทยาลัย ควรทำเกรดเฉลี่ยให้ยอดเยี่ยม โดยติดกลุ่มท็อปของชั้นเรียน จะช่วยให้มีโอกาสมากขึ้น จำไว้เสมอว่าคุณกำลังแข่งขันกับนักเรียนระดับหัวกะทิของโรงเรียนอื่นด้วย

  • ตั้งใจทำคะแนนสอบตามมาตรฐานให้อยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม

เพราะเป็นส่วนสำคัญที่เจ้าหน้าที่ใช้พิจารณา ควรให้ได้อย่างน้อยที่สุด 750 คะแนนในการสอบ SAT หรือสอบ ACT ให้ได้ 33 คะแนนขึ้นไป ไม่ว่าคุณจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ไหนก็ตาม เพราะคะแนนที่ได้จะเป็นแต้มต่อที่แข็งแกร่งสำหรับคุณ เข้าร่วมกิจกรรมนอกหลักสูตร มหาวิทยาลัยจะพิจารณาผู้ที่มีความสามารถหลายด้าน ไม่ใช่การเรียนอย่างเดียว อาจเป็นนักกีฬาโรงเรียน หรือเข้าร่วมชมรม ยิ่งถ้าเป็นหัวหน้าชมรมหรือเป็นกัปตันทีมก็ยิ่งดี เพื่อให้เห็นว่าคุณมีความเป็นผู้นำ เพราะจะช่วยให้คุณดูโดดเด่นจากบรรดาผู้สมัครคนอื่นๆ

ส่งใบสมัคร

พูดคุยกับอาจารย์และนักศึกษารุ่นพี่ของมหาวิทยาลัยที่คุณอยากเรียน ว่าตั้งอยู่ที่ไหน สภาพแวดล้อมเป็นอย่างไร เหมือนที่คิดไว้ไหม บรรยากาศเป็นอย่างไร เพื่อจะได้ทราบว่าชีวิตคุณจะเป็นแบบไหนถ้าได้เข้าเรียน

  • ผลการสอบที่ผ่านเกณฑ์ ไม่รับประกันว่าจะได้เข้าเรียน

เป็นแค่ตัวช่วยให้ผ่านการคัดเลือกรอบแรกเท่านั้น จากนั้นมหาวิทยาลัยจะดูว่าคุณเป็นคนแบบไหน จาก essay ที่คุณเขียนอันเป็นปัจจัยสำคัญที่บ่งชี้ว่าคุณจะสอบติดหรือสอบตก เพราะ essay จะต้องสะท้อนความเป็นตัวตนของคุณ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ว่าจะเป็นการมองโลกในแง่ดี ที่สำคัญต้องสร้างความประทับใจให้ผู้อ่าน ยิ่งเขียนได้น่าสนใจมากเท่าไรยิ่งดี แต่อย่าเขียนโอ้อวดหรือเกินจริง แต่ไม่เหนียมอายจนเกินไป หากนึกไม่ออก ควรขอคำแนะนำจากรุ่นพี่ที่ผ่านการเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำมาใช้

นอกจากนี้ essay ที่เขียนดียังสามารถช่วยคุณตอนสอบสัมภาษณ์ได้ด้วย อาจขอความช่วยเหลือจากที่ปรึกษาช่วยคิดรื่องที่จะเขียน ช่วยตรวจทาน แต่อย่าให้ใครเขียนแทนคุณ หรือซื้อ essay ที่มีคนเขียนขายทางออนไลน์ เพราะเป็นสิ่งที่ทางมหาวิทยาลัยรับไม่ได้ เนื่องจากมหาวิทยาลัยมีวิธีสืบค้นว่า essay ไหนเขียนโดยตัวคุณเอง หรือเขียนโดยผู้เชี่ยวชาญ อย่าโกหกหรือเสแสร้งใน essay เพราะอาจมีผลเสียต่อคุณภายหลัง

มหาวิทยาลัยดีที่สุดของโลกบางแห่ง เช่น MIT มีโปรแกรมการเรียนทางอินเทอร์เน็ตหลายโปรแกรมผ่านทาง “OpenCourseWare Alliance” เพื่อให้ได้อารมณ์ของการเรียน Ivy League หรือเพื่อทำคะแนนให้ดีขึ้น หรือแม้แต่เรียนด้วยตัวเองก็ยังได้

  • จดหมายรับรอง

จดหมายรับรองจากอาจารย์เป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าหน้าที่จะพิจารณา ลองมองหาอาจารย์ที่รู้จักคุณเป็นอย่างดี สามารถเขียนถึงคุณในทางที่ดีที่สวยงาม

  • การสอบสัมภาษณ์

ในการสอบสัมภาษณ์อาจเป็นการคุยกับเจ้าหน้าที่รับสมัคร หรือกับตัวแทนสมาคมศิษย์เก่า และอาจเป็นแค่การพูดคุยเฉยๆ หรือซักไซ้อย่างเอาเป็นเอาตาย ควรแต่งกายสุภาพ และเป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด ทำตัวให้ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ควรซ้อมสัมภาษณ์ก่อน จะได้ไม่เกร็ง และพยายามแสดงความคิดเห็นอย่างชัดเจน ถ้าตอบคำถามสัมภาษณ์ได้ไม่ดี อย่ากังวล เพราะแทบไม่มีผลต่อการพิจารณาเข้าเรียนต่อ

  • ความหลากหลาย

โดยมากมหาวิทยาลัยต้องการสร้างความหลากหลายให้ตัวเอง ด้วยการรับผู้สมัครจากสังคมทุกระดับชั้น ลองทำกิจกรรมที่ไม่ค่อยมีคนผู้จักหรือทำงานการกุศล และที่บอกว่ามหาวิทยาลัยไม่สนใจเรื่องเชื้อชาติ ไม่เป็นความจริง คนแอฟริกันอเมริกันและคนฮิสแปนิกสามารถสอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยของอเมริกาได้ทุกแห่ง รวมทั้ง Ivy League แต่มีข้อสังเกตว่าเกณฑ์นี้ใช้ไม่ได้กับคนเอเชีย

สิ่งที่ควรทำหลังได้รับจดมายตอบรับหรือปฏิเสธ

มหาวิทยาลัยบางแห่งอาจส่ง “จดหมายที่คาดว่าจะรับ” ถึงผู้สมัคร หนึ่งหรือสองเดือนก่อนการตอบรับอย่างเป็นทางการ เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งลิงโลดหลังได้จดมายตอบรับ ด้วยการปล่อยให้เกรดตก หรือถูกจับกุมในคดีความใดๆ เพราะมีผลให้ถูกบอกเลิกได้เช่นกัน ถ้าเป็นตัวสำรอง ขอให้ทราบว่าโอกาสเป็นตัวจริงของคุณนั้นริบหรี่ จงมองหาตัวเลือกถัดไป

  • มีแผนสำรอง

ถ้าคุณมุ่งมั่งที่จะเข้า Ivy League แต่ไม่สามารถทำได้ ควรเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยระดับรองลงมา และทำคะแนนให้ดีเด่น หลังจากเรียนไปแล้วปีหรือสองปี จากนั้นขอโอนย้ายไปเข้า Ivy League ได้ โดยที่อาจไม่ต้องเรียนวิชาพื้นฐานซ้ำอีก แต่ยังต้องใช้เวลาเรียนสี่ปี สำหรับสหรัฐอเมริกา มหาวิทยาลัยของรัฐบางแห่งรับรองการโอนย้ายนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยชุมชนที่ทำคะแนนถึงตามกำหนด และอาจช่วยให้คุณได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยของรัฐที่มีชื่อ ซึ่งเคยปฏิเสธไม่รับคุณ การรับสมัครนักศึกษาปริญญาโทของ Ivy League อาศัยผลการเรียนดีเด่นในระดับปริญญาตรี และคะแนนสอบเข้าเรียนต่อที่ดีมาก เช่นผลสอบ GRE หรือ SAT นอกจากจะมีโอกาสในการขอรับทุนการศึกษาแล้ว หลายแห่งยังเปิดโอกาสให้ทำงานเป็นผู้ช่วยสอนหรือผู้ช่วยวิจัยได้อีกด้วย

  • คุณไม่ได้ไม่เก่ง

การถูกปฏิเสธไม่ใช่เพราะคุณด้อยกว่าแต่เพราะที่เรียนมีแค่หยิบมือ นักศึกษาที่ได้รับการตอบรับปีที่แล้ว อาจถูกปฏิเสธในปีนี้ได้ หรือนักศึกษาที่เคยถูกปฏิเสธปีที่แล้ว อาจได้รับการตอบรับในปีนี้ มหาวิทยาลัย Ivy League กลุ่ม มหาวิทยาลัยดังระดับโลก บางแห่งเป็นที่รู้จักดีว่าสร้างแรงกดดันให้นักศึกษามาก บางแห่งได้ชื่อว่ามีนักศึกษาฆ่าตัวตายอยู่บ่อยๆ

  • หาข้อมูลมหาวิทยาลัย

อ่านข้อมูลมหาวิทยาลัยที่ต้องการเข้าศึกษาให้มาก แต่ต้องมาจากผู้เขียนที่ไม่มีอคติเพื่อจะได้เห็นภาพที่ชัดเจนว่า มหาวิทยาลัยแห่งนั้นตรงกับความต้องการของคุณหรือไม่ จำไว้ว่าจงเป็นตัวของตัวเองทั้งใน essay และในการสอบสัมภาษณ์ เพื่อให้เขารู้จักตัวตนของคุณและแน่ใจได้ว่ามหาวิทยาลัยนี้เหมาะกับคุณ แต่ถ้าสอบไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต เพราะอย่าลืมว่าเส้นทางสู่ความสำเร็จไม่ได้มีเพียงสายเดียว และสุดท้ายขอให้โชคจงเป็นของคุณ

Powered by HELLO! Education