เยอรมนี ประเทศที่ผลิตวิศวกรระดับต้นๆ ของโลก โดยหนึ่งในจำนวนน้ันคือ คุณจิ๊ป – อัมพล ลิขิตชัชวาลกุล เจ้าของเหรียญทองในการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกแห่งประเทศไทย ประจำปี 2546 และอดีต นักเรียนทุนไทยพัฒน์ ศิษย์เก่าปริญญาตรีและปริญญาโทสาขาวิศวกรรมศาสตร์ Technische Universität München ประเทศเยอรมัน มหาวิทยาลัยทางด้านวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีที่ดีที่สุดอันดับที่ 26 ของโลกในปี 2013 – 2014 สู่การเป็นนักวิจัยประจำบัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติสิรินธร ไทย – เยอรมัน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

หลังจบมัธยมต้นจากโรงเรียนวัดราชบพิธ เขาสอบติดโครงการ พสวท. (ทุนพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี) ได้เข้าเรียนมัธยมปลายที่โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย และได้เหรียญทองจากการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระดับประเทศ เมื่อใกล้จบ ม.6 ขณะกำลังเข้าค่ายฟิสิกส์โอลิมปิกเพื่อเตรียมไปแข่งระดับเอเชีย เขาสอบได้ ทุนไทยพัฒน์ ซึ่งเป็นทุนของรัฐบาลไปเรียนต่อในสาขาวิทยาศาสตร์ระดับปริญญาตรีถึงโท โดยกำหนดให้เป็นประเทศแถบยุโรปเหนือ จึงเลือกเรียนที่เยอรมนี ซึ่งมีชื่อเสียงทางวิศวกรรมศาสตร์ “ผมใฝ่ฝันอยากเรียนวิศวะ ถ้าพูดถึงวิศวกรรมในยุโรป ประเทศที่เก่งด้านนี้ต้องเยอรมนี ผมเลือกเรียนทางวิศวกรรมเครื่องกล (Mechanical Engineering) เพราะเป็นสาขาที่ทำงานได้หลากหลาย เลือกเรียนกว้างๆ ไว้ก่อนเพื่อเป็นพื้นฐานในการต่อยอดในอนาคต ก่อนเดินทางไปศึกษาต่อ ลงเรียนคอร์สภาษาเยอรมันพื้นฐานที่สถาบันเกอเธ่ จากนั้นเรียนภาษาแบบ Intensive Course ที่เยอรมนีอีก 8 เดือน ต่อด้วยเรียนปรับพื้นฐานเตรียมเข้ามหาวิทยาลัยในโรงเรียนที่เรียกว่า Studienkolleg อีก 1 ปี”

อัมพล ลิขิตชัชวาลกุล เจ้าของเหรียญทองฟิสิกส์โอลิมปิก นักเรียนทุนไทยพัฒน์ และมหาบัณฑิตวิศวกรรมศาสตร์จากเยอรมนี

‘เลือก’ อย่างรู้จักตัวเอง มหาวิทยาลัยชื่อดัง 3 อันดับแรกของประเทศ คือ RWTH Aachen University, The Karlsruhe Institute of Technology และ Technische Universität München (TUM) แต่เมื่อพิจารณาจากไลฟ์สไตล์เขาเหมาะกับ TUM มากที่สุด “นอกจากชื่อเสียงของสถาบัน ผมยังดูไลฟ์สไตล์ของตัวเองเป็นหลักด้วย Karlsruhe กับ Aachen อยู่ในเมืองเล็กๆ ขณะที่ผมชอบชีวิตในเมืองใหญ่ เลยเลือก TUM ซึ่งอยู่ในมิวนิก เมืองใหญ่อันดับ 3 ของเยอรมัน และมีความปลอดภัยสูง TUM เพิ่งเปลี่ยนระบบใหม่ ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับระบบการเรียนในเมืองไทยที่แบ่งเป็นปริญญาตรี 4 ปี โท 2 ปี แต่ในปี 2006 เป็นการเรียนปริญญาตรีควบโท ภายในระยะเวลา 4 ปีครึ่ง โดยปี 1 และปี 2 เรียนวิชาพื้นฐานทั่วไป พอขึ้นปี 3 จึงค่อยเลือกสาขาวิชาหลักที่ต้องการเรียน

“มหาวิทยาลัยให้เลือกคนละ 2 เมเจอร์ ส่วนมากจะเลือกเรียนสาขาที่ใกล้เคียงกัน ผมเลือกเรียนวิศวกรรมพลังงาน และวิศวกรรมเครื่องจักรเทอร์โบ เพราะพลังงานคือพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ และพลังงานทดแทนต่างๆ ก็จะมีความจำเป็นมากในอนาคต เรียนที่ TUM ไม่ใช่เรื่องง่าย นักศึกษาประมาณ 30% มักลาออกระหว่างการเรียนระดับปริญญาตรี เพราะต้องเรียนเยอะและหนักมาก แต่ถ้าผ่านมาถึงปริญญาโทส่วนใหญ่จะไม่มีใครตก นักศึกษาจะมีเวลาเรียนมากขึ้นและจะได้เรียนในเมเจอร์ที่ตนชอบและเลือกไว้ สมัยผมถ้าเรียนจบจะได้วุฒิการศึกษาที่เรียกว่า Diplom-Ingenieur (Dipl.-Ing. Univ.) ซึ่งเทียบเท่ากับปริญญาโทด้านวิศวะ แต่เป็นวุฒิการศึกษาเฉพาะของคนที่จบด้านวิศวะจากเยอรมันเท่านั้น ซึ่งถ้าใครได้วุฒิการศึกษานี้จะได้รับการยอมรับมากพอสมควร สรุปแล้วผมไปเรียนที่เยอรมนีรวมทั้งหมด 8 ปี 1 ปีเรียนภาษา 1 ปีเตรียมมหาวิทยาลัย แล้วก็ 6 ปีปริญญาตรี-โท”

อัมพล ลิขิตชัชวาลกุล เจ้าของเหรียญทองฟิสิกส์โอลิมปิก นักเรียนทุนไทยพัฒน์ และมหาบัณฑิตวิศวกรรมศาสตร์จากเยอรมนี

มหา’ลัยระดับโลกในราคาเกินคุ้ม แม้การเรียนที่เยอรมนีจะค่อนข้างโหดหิน แถมอากาศหนาวเย็นตลอดปี ความบันเทิงเริงรมย์อาจเทียบไม่ได้กับประเทศยอดนิยมอื่นๆ ภาษาที่ใช้เป็นภาษาเยอรมันที่คนไทยไม่คุ้นเคย และพื้นฐานของคนเยอรมันเป็นคนที่เก็บตัวเข้าถึงยาก แต่เมื่อมีคนมาขอคำปรึกษาเรื่องการเรียนต่อต่างแดน คุณจิ๊ปยังแนะนำประเทศเยอรมนีอยู่ดี “ถ้าพอมีเงินระดับกลางๆ และอยากส่งลูกไปเรียนต่อต่างประเทศ ผมแนะนำเยอรมนี เพราะเรียนฟรีไม่มีค่าเทอม ค่าธรรมเนียมในการดูแลรักษาสถานะนักเรียน รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ ไม่สูงมาก ถ้าจะใช้หนังสือ ห้องสมุดมีหนังสือเยอะมาก แทบไม่มีค่าใช้จ่ายในการเรียนเลย ที่เหลือเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวเท่านั้นเอง”

8 ปีที่ผ่านการเคี่ยวกรำจากการเรียนวิศวะที่ประเทศเยอรมนี หล่อหลอมให้เป็นวิศวกรแบบใด คุณจี๊ปให้คำตอบแบบสั้นๆ แต่ได้ใจความว่า “สิ่งที่ผมได้คือการฝึกฝนอย่างหนัก การเป็นวิศวกรแบบเยอรมันต้องทำได้ทุกอย่าง ถามว่าโอเวอร์ไปมั้ย โอเวอร์ เพราะในความเป็นจริงผมทำไม่ได้ทุกอย่างหรอก แต่เราจะมีความมั่นใจสูง และมุ่งมั่น เพราะผ่านการทดสอบมาอย่างเข้มข้น สิ่งนี้ได้วางพื้นฐานในการเป็นวิศวกรที่ดีและเก่ง คิดเป็นทำเป็นให้กับผมไปตลอดชีวิต”

 

Powered by HELLO! Education