สวิตเซอร์แลนด์ ถือเป็นประเทศในแถบยุโรปที่มีโรงเรียนเก่าแก่อายุนับร้อยปีและมีชื่อเสียงระดับโลกตั้งอยู่มากมาย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีภูมิประเทศอันงดงามและมีอากาศบริสุทธิ์แล้ว ยังมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ปราศจากความวุ่นวายทางการเมือง และมีความปลอดภัยสูง

เหล่าเชื้อพระวงศ์ บุคคลชั้นนำและนักธุรกิจจึงนิยมส่งบุตรหลานมาเข้าเรียนในโรงเรียนประจำที่นี่ เพราะนอกจากมาตรฐานการศึกษาระดับท็อป ยังได้มีโอกาสสร้างคอนเนคชั่นกับเพื่อนๆ เชื้อชาติอื่นทั่วโลกอีกด้วย โดยเรามี 6 โรงเรียนชื่อดังมาแนะนำ

INSTITUT AUF DEM ROSENBERG

ทันทีที่ก้าวผ่านซุ้มประตูเหล็กดัดของโรงเรียน จะรู้สึกประทับใจกับอาคารสไตล์อาร์ตนูโวที่งามสง่าสมกับที่ได้ชื่อว่าโรงเรียนประจำเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของสวิส (และมีชื่อเสียงที่สุด) ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นโรงเรียนที่ลักชัวรี่สุดในภูมิภาคที่พูดภาษาเยอรมันของสวิส เป็นโรงเรียนที่นักธุรกิจชั้นนำทั่วโลกนิยมส่งบุตรหลานมาเรียนหนังสือ เพื่อเตรียมตัวกลับไปดูแลอาณาจักรธุรกิจของครอบครัว และยังมีบุตรหลานเชื้อพระวงศ์และครอบครัวขุนนางเก่า

นักเรียนส่วนใหญ่รักษาความเป็นเพื่อนของพวกเขาตลอดชีวิต และทางโรงเรียนมีกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เด็กจากครอบครัวที่ทำธุรกิจอันอาจหนุนกันได้มาสนิทสนมกันมากขึ้น

ที่นี่ยังเป็นโรงเรียนแห่งเดียวในสวิสที่มีพนักงานเสิร์ฟอาหารนักเรียนที่โต๊ะ นักเรียนชายจะใส่สูทผูกไทหรือเบลเซอร์ นักเรียนหญิงสวมกระโปรงตลอดทั้งวันแม้ในเวลาดินเนอร์ (ยกเว้นฤดูหนาวที่นักเรียนหญิงได้รับอนุญาตให้สวมกางเกง) ทุกคนถูกหล่อหลอมให้เป็นสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

Rosenberg มีชื่อเสียงด้านจัดการเรียนการสอนตามความสามารถส่วนบุคคลของเด็กแต่ละคน มีทีมครูที่มีหน้าที่คอยสังเกตจุดอ่อนจุดแข็งของเด็กแต่ละคนโดยเฉพาะ

พวกเขาจะตามดูเกรดทุกวิชา (วันเสาร์ช่วงเช้าปกติจะมีการสอบ) เพื่อจัดการเรียนพิเศษในวิชาที่อ่อน และหาวิธีพัฒนาจุดอ่อนของเด็กให้ขึ้นมาเท่าหรือเกือบเท่าจุดแข็งที่เด็กมีอยู่ ทั้งมีการพูดคุยกับเด็กถึงเป้าหมายในอนาคต และจัดโปรแกรมการเรียนกับกิจกรรมที่ตอบฝันเด็กแต่ละคน

ที่สำคัญ ที่นี่เป็นหนึ่งในไม่กี่โรงเรียน ซึ่งมีโปรแกรมการเรียนการสอนถึง 5 หลักสูตร ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรการเรียนแบบเยอรมัน (German Abitur) หลักสูตรอเมริกัน (AP) หลักสูตรอังกฤษ (A Level) หลักสูตรสวิส (Swiss Matura) และหลักสูตรอิตาลี (Italian Maturita)

ไม่ว่านักเรียนฝันอยากไปเรียนวิศวะที่เยอรมัน หรือจะเรียนสถาปัตยกรรมที่อิตาลี ล้วนมีโปรแกรมการสอนที่ตอบฝัน และเด็กที่เรียนระบบอิตาลีของที่นี่ ได้รับสิทธิที่จะเข้ามหาวิทยาลัยในสวิสโดยไม่มีเงื่อนไข

LYCEUM ALPINUM ZUOZ

โรงเรียนตั้งอยู่ที่ Zuoz เมืองเล็กๆ กลางขุนเขาแอลป์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานย้อนไปในสมัยโรมัน ตัวโรงเรียนตั้งอยู่บนเนินเขาสูงจากระดับน้ำทะเล 1,750 เมตร เมื่อมองจากโรงเรียนลงมาเห็นสนามกีฬาทั้งสนามซ็อกเกอร์ บาสเก็ตบอล เทนนิส ฯลฯ หลังเลิกเรียน เด็กนักเรียนจับกลุ่มกันเล่นกีฬาและจับกลุ่มออกปั่นเสือภูเขา

เฉพาะพื้นที่สนามกีฬาที่นี่ ก็กินเนื้อที่ทั้งเนินเขาลงไปยังหุบเขาด้านล่าง เรื่อยไปจนถึงสนามกอล์ฟ 18 หลุมบนเนินเขาอีกลูก มีนักกอล์ฟมือโปรระดับ Swiss PGA สอนตัวต่อตัว เรียกว่าเป็นโรงเรียนในฝัน สำหรับเด็กที่ชอบเล่นกีฬา และถูกใจพ่อแม่ที่ต้องการให้ลูกได้เติบโตท่ามกลางธรรมชาติ อยู่ห่างจากเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยสิ่งล่อใจเด็ก

ทางโรงเรียนมีทีมนักกีฬา 25 ทีมสำหรับแข่งกีฬา 12 ชนิด นักกีฬาโรงเรียนออกทัวร์นาเมนต์ไปแข่งขันระดับอินเตอร์ ทีมไอซ์ฮ็อกกี้ของโรงเรียนทำสถิติคว้าแชมป์ของประเทศ 7 ครั้งในรอบ 9 ปี และทีมไอซ์ฮ็อกกี้ของเคมบริดจ์ซึ่งเป็นทีมระดับมหาวิทยาลัย ยังบินมาแข่งกับพวกเขาเป็นประจำ

ในด้านวิชาการที่นี่ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน ด้วยหลักสูตรการศึกษาที่มีให้เลือกทั้ง หลักสูตรสวิส (สอนเป็นภาษาเยอรมัน), หลักสูตรเยอรมัน (สอนเป็นภาษาเยอรมัน) หลักสูตร IB (International Baccalaureate สอนเป็นภาษาอังกฤษ) และหลักสูตรสวิสที่สอน 2 ภาษา (อังกฤษและเยอรมัน)

นักเรียนหลักสูตรสวิสที่นี่สามารถเข้าเรียนในห้องเรียนหลักสูตรเยอรมันและรับประกาศนียบัตรทั้งสองหลักสูตรพร้อมกันถ้าคุณขยันพอ ซึ่งไม่เหมือนที่อื่นในโลก และนักเรียนที่จบหลักสูตรสวิส ยังสามารถเข้ามหาวิทยาลัยในสวิสได้โดยไม่ต้องสอบเอนทรานซ์ นักเรียนประจำที่นี่ จะมีครูประจำวิชาคอยช่วยแนะนำในช่วงเวลาทำการบ้านตอนเย็น

นอกเหนือจากวิชาการยังมีกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมทักษะด้านภาษาของเด็กควบคู่กับทักษะทางสังคม มีคณะละครเชกสเปียร์ซึ่งเล่นบทละครเชกสเปียร์เป็นภาษาเยอรมัน และคณะละครอังกฤษที่เล่นบทละครภาษาอังกฤษ มีคลับโต้วาที (ภาษาอังกฤษ) และคลับ Model United Nations

BRILLANTMONT INTERNATIONAL SCHOOL

โรงเรียนอินเตอร์เก่าแก่ที่บริหารโดยครอบครัวสวิสตระกูล Frei มา 5 ชั่วคน (เดิมเป็นโรงเรียนการเรียนสำหรับสุภาพสตรี) ตั้งอยู่ในเมืองโลซานน์ ห่างจากใจกลางเมืองเพียง 5 นาที แต่ในขณะเดียวกันก็ใกล้ธรรมชาติ ด้วยตั้งอยู่บนเนินที่มองเห็นเทือกเขาแอลป์ และทะเลสาบ Léman

จากที่นี่สามารถเดินทางไปยังปารีส มิลาน มิวนิก โดยใช้เวลาเพียง 4 ชั่วโมงทางรถไฟ กิจกรรมทัศนศึกษาจะมีทริปชมละครเพลงในลอนดอน เที่ยวสถานที่ประวัติศาสตร์ที่เบอร์ลิน มิวนิค เที่ยวมิลาน ซิซิลี เวนิช ฟลอเรนซ์ หรือทัสคานี และทุกบ่ายวันพุธ ทางโรงเรียนจะพานักเรียนไปชมสถานที่น่าสนใจใกล้โลซานน์ ซึ่งมีอยู่มากมาย

ตึกเรียนที่นี่ส่วนใหญ่สร้างช่วงต้น 1900 ภายนอกคงสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่งดงาม แต่ภายในแฝงความทันสมัยของชีวิตยุคดิจิตอล ทั้งโรงเรียนมีสัญญาณ Wifi ที่นักเรียนสามารถลิงค์เข้าหาสื่อการสอนที่คุณครูจัดให้นอกเหนือจากที่สอนในห้องเรียน

คุณพ่อคุณแม่ (รวมทั้งนักเรียนเอง) สามารถใช้ password ลิงค์เข้าหาระบบส่วนกลางเพื่อดูเกรดแต่ละวิชาของลูก ติดตามการทำการบ้านของลูก จำนวนครั้งที่ขาดเรียน และรายงานผลการเรียนจากครูได้ตลอดเวลา

Brillantmont ได้ชื่อว่า เป็นโรงเรียนที่เน้นเทคโนโลยีในการสอน ครูจะใช้สื่อในการสอนหลายรูปแบบเพื่อกระตุ้นการเรียนรู้ของนักเรียนด้วยตระหนักดีว่า เด็กแต่ละคนมีทักษะในการเรียนรู้แตกต่างกัน บางคนเรียนรู้ได้เร็วจากการฟัง บางคนจากการดู บางคนต้องได้สัมผัสและได้ลงมือปฏิบัติ

สื่อการสอนหลายรูปแบบจะช่วยให้เข้าถึงเด็กได้ง่ายและไม่น่าเบื่อ และยังมีเจ้าหน้าที่ประจำหอพัก ที่จะคอยดูแลนักเรียนในปกครองและให้คำปรึกษาทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องการเรียน นักเรียนสามารถจะพูดคุยถึงปัญหาส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับการเรียนกับผู้คุมหอพักได้เสมอ ขณะเดียวกันจะมีการเลือกประธานหอในกลุ่มนักเรียนด้วยกัน เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกฝนทักษะการเป็นผู้นำที่สร้างแรงบันดาลใจ และดึงศักยภาพตัวเองออกมาได้เต็มที่

BEAU SOLEIL, COLLEGE ALPIN INTERNATIONAL

โรงเรียนตั้งอยู่บนเขาเหนือระดับน้ำทะเล 1,300 เมตรใน The Canton of Vaud มองเห็นยอดเขามอนต์บลังก์ และเทือกเขาแอลป์ในฝรั่งเศสเป็นแนวยาวตามเส้นขอบฟ้า จึงนับเป็นโรงเรียนที่ทิวทัศน์สวยระดับเวิร์ดคลาส ทันทีที่เดินออกจากประตูโรงเรียน จะเป็นแหล่งช็อปปิ้งเล็กๆ ของเมืองน่ารักๆ ที่แวดล้อมด้วยรีสอร์ท 5-6 ดาว

ในฤดูหนาวที่นี่เป็นทางขึ้นไปยังสกีรีสอร์ท ส่วนในฤดูร้อน เป็นที่เดินเขาซึ่งคนรักธรรมชาติออกเสาะหาฟอสซิลสัตว์ทะเลดึกดำบรรพ์ หรือตามหาพืชนานาสายพันธุ์บนเทือกเขาแอลปส์ มีห้องอาหารของโรงเรียนให้นักเรียนที่ขึ้นเขาไปทำกิจกรรมแวะทานอาหารที่นั่น เมนูอาหารของที่นี่ได้ชื่อว่าดีต่อสุขภาพมาก

Collège Beau Soleil ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในโรงเรียนสุดเอ็กซ์คลูซีฟในโลก มีเชื้อพระวงศ์แห่งลักเซมเบิร์ก ตระกูล Hermѐs และคนดังมากมายจบที่นี่ ทางโรงเรียนเปิดการเรียนการสอนตามหลักสูตร IB (สอนเป็นภาษาอังกฤษ) และหลักสูตรฝรั่งเศส (French Baccalaureate) ซึ่งสอนเป็นภาษาฝรั่งเศส และต้องเรียนภาษาอังกฤษเป็นวิชาบังคับ

ในช่วงปีแรกๆ ของการศึกษา จะต้องเรียนภาษาสเปน เยอรมัน อิตาเลี่ยน เทอมละ 1 ภาษา ส่วนสองปีสุดท้าย อาจเรียนภาษาเสริมนอกเวลาเรียน อย่างภาษากรีก ภาษาอาราบิค ฯลฯ

โปรแกรมการศึกษาที่นี่ไม่ได้เน้นแค่ความฉลาดทางสมอง แต่นักเรียนต้องมีสุขภาพที่แข็งแรง และถึงพร้อมด้วยความฉลาดในการเข้าสังคม และความฉลาดทางอารมณ์ ในแต่ละปี ครูและนักเรียนจะต้องร่วมกิจกรรมแห่งความท้าทาย 7 กิจกรรม ซึ่งแต่ละกิจกรรมจะยากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่เพื่อเอาชนะใคร แต่แข่งกับตัวเอง ทั้งเป็นวิธีที่จะฝึกฝนทุกคนให้มีความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดในการเข้าสังคมและร่างกายที่แข็งแรง

ที่นี่เชื่อว่า ความท้าทายเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตน่าสนใจ แต่การเอาชนะสิ่งที่ท้าทายต่างหากที่ช่วยให้ชีวิตมีความหมาย’ นอกจากนี้ทางโรงเรียนยังจัด ‘ที่ปรึกษาพิเศษ’ (1 คนดูแลนักเรียน 4 คน) คอยให้คำปรึกษานักเรียนในเรื่องปัญหาทางอารมณ์และจิตใจอีกด้วย เพื่อคอยพัฒนา EQ ให้นักเรียนเข้าใจตัวเองและเข้าใจผู้อื่นเพื่อความพร้อมในการออกสู่โลกภายนอก

LEYSIN AMERICAN SCHOOL IN SWITZERLAND

โรงเรียนที่ตั้งในหมู่บ้าน Leysin ซึ่งเป็นแหล่งเล่นสกีและสโนว์บอร์ดมีชื่อของ สวิตเซอร์แลนด์ ประกอบด้วยอาคาร 12 หลัง หนึ่งในนั้นเป็น Grand Hotel ตึกเก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่ปี 1892 บนเนื้อที่ 4.3 เฮกเตอร์ ภายในประกอบด้วยห้องอาหารสำหรับนักเรียน หอพัก ห้องโถงหรูหรา และห้องเรียนที่ทันสมัย โดยเฉพาะห้องทำงานศิลปะของโรงเรียนที่กว้างขวางโอ่อ่า ผนังกระจกใส มองเห็นวิวขุนเขาและปุยเมฆดุจคุณอยู่ในดินแดนพิเศษ

และเนื่องจากเด็กแต่ละคน มีวิธีการเรียนรู้ที่ไม่เหมือนกัน บางคนเรียนรู้ได้ดีเมื่อจับกลุ่มกับเพื่อน บางคนชอบทำงานคนเดียว ห้องกิจกรรมที่นี่ จึงจัดพื้นที่หลากหลายที่เด็กจะเลือกนั่งตามวิสัยที่พวกเขาชอบ

โรงเรียนเปิดสอน 2 หลักสูตร เป็นภาษาอังกฤษ คือหลักสูตรอเมริกัน และหลักสูตร IB ถือเป็นโรงเรียนแห่งแรกในสวิสที่ใช้หลักสูตร IB และจัดเป็นโรงเรียนเตรียมความพร้อมให้กับเด็กเพื่อเข้าสู่มหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ ที่สำคัญ ครูและครอบครัวของครูเกือบทั้งหมด พำนักอยู่ในโรงเรียนร่วมกับเด็กๆ ความสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียนจึงค่อนข้างใกล้ชิด

ทางโรงเรียนยังมีศูนย์วิจัยเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ทั้งนี้เพื่อพัฒนาวัฒนธรรมไฮเทคที่สร้างสรรค์ เปิดเป็นพื้นที่ให้เด็กออกแบบหุ่นยนต์ โดยใช้ 3D printer ในช่วงเวลาหลังเลิกเรียนโดยมีอาจารย์จากภาควิชาวิทยาศาสตร์และ IT คอยแนะนำ และมีการนำ AppsEvents (Google) มาใช้ในโรงเรียน

เนื่องจากโรงเรียนแวดล้อมไปด้วยป่าเขา นักเรียนหลายคนกลายเป็นคนชอบเดินเขา ออกกำลังกายด้วยการปั่นเสือภูเขา และชอบเล่นสโนว์บอร์ดหรือสกี ที่นี่มีกิจกรรมนอกหลักสูตรให้เด็กทำถึง 19 อย่าง มีทีมนักกีฬาโรงเรียนที่ออกแข่งขันกีฬา 12 ชนิด

บางวิชาที่สอน ก็สร้างสรรค์กิจกรรมให้เด็กออกไปศึกษาพืชในสภาพธรรมชาติและเก็บตัวอย่างพืชนานาพันธุ์ที่พบเจอบนเทือกเขาในฤดูต่างๆ มาเก็บไว้ในศูนย์ข้อมูลทางพฤกษศาสตร์ของโรงเรียน และโรงเรียนยังจัดทริปเดินทางระหว่างครูกับนักเรียนตลอดทั้งปี แต่ละปีไปไม่ซ้ำกัน

COLLÈGE DU LÉMAN

หนึ่งในสี่โรงเรียนของเจนีวาที่ขึ้นชื่อในเรื่องความเป็นเลิศทางวิชาการ (อีก 3 โรงเรียนไม่รับนักเรียนประจำ) ด้วยจำนวนนักเรียน 2,100 คน (เป็นนักเรียนประจำ 250 คน) และอยู่ห่างจากกรุงเจนีวาเพียง 15 นาที

ที่นี่มีนักเรียนจาก 120 ประเทศทั่วโลกซึ่งคุณพ่อคุณแม่ทำงานในองค์กรรัฐบาลและองค์กรเอกชนข้ามชาติ นับเป็นเวทีสังคมนานาชาติที่ใหญ่มาก และสร้างเน็ตเวิร์คทางสังคมที่น่าสนใจ

อีกทั้งหลักสูตรโรงเรียนส่งเสริมการเรียนสองภาษาหรือมากกว่า มีทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส หรือโปรแกรมภาษาอังกฤษควบภาษาฝรั่งเศส โรงเรียนมีจุดมุ่งหมายมุ่งสู่ความเป็นเลิศด้านวิชาการ และปลูกฝังนิสัยรักการเรียนรู้ไปชั่วชีวิตผสานกับความทะเยอทะยานที่จะก้าวหน้าทางปัญญาอย่างไม่หยุดยั้ง

ที่นี่มีกิจกรรมนอกหลักสูตรให้เลือกมากถึง 80 กิจกรรม ทั้งนี้เพื่อเตรียมสภาพแวดล้อมที่เหมาะแก่ความก้าวหน้าทางวิชาการ และการผูกสัมพันธ์ทางสังคม เป็นการเตรียมเด็กให้พร้อมทั้งความแข็งแรงทางร่างกาย ทางอารมณ์ ชีวิตสังคม และความคิดสร้างสรรค์เพื่อนำไปสู่การเปล่งประกายทางวิชาการ

คอร์สการสอนจะมีการตั้งคำถามที่ได้รับการวางแผนให้นำไปสู่การเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้เพื่อดึงความสนใจเด็กและปลูกฝังนิสัยการคิดเชิงวิเคราะห์

ส่วนคอร์สในระดับมัธยมปลาย ก็เปิดเด็กสู่คอร์สเวิร์คในระดับมหาวิทยาลัย เพื่อสร้างนิสัยค้นคว้าด้วยตัวเอง ทางโรงเรียนอนุญาตให้เด็กมี iPad และในหอพักจะเปิดสัญญาณอินเตอร์เน็ตในช่วง 05.30-24.00 น.

นักเรียนสามารถเชื่อมเข้าสู่ระบบของโรงเรียน ที่จะเข้าถึงข้อมูลอันเป็นประโยชน์ต่อการทำการบ้านและงานวิจัย และทางโรงเรียนจะบล็อกเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมและจำกัดการเข้าถึงเกมและเว็บไซต์ทางสังคมในช่วงเวลาเรียนและในช่วงเวลาทำการบ้าน (ที่นี่จัดเวลาทำการบ้าน 2 ชั่วโมงต่อวันพร้อมครูคอยให้คำแนะนำ)

ส่วนทีมครูแนะแนว จะเข้ามาให้คำปรึกษาแนะนำนักเรียน 3 ปีก่อนถึงเวลาเข้ามหาวิทยาลัย นั่นคือตั้งแต่เริ่มขึ้นเกรด 9 และส่งเสริมให้นักเรียนเข้าร่วมงานแฟร์ที่เปิดโลกทัศน์ด้านการศึกษาในมหาวิทยาลัยและอาชีพซึ่งจัดขึ้นทุกปีที่โรงเรียน

Powered by HELLO! Education