พวกเขาเป็น วัยรุ่น ที่ออกมาต่อสู้เพื่อแก้ปัญหาใหญ่ระดับโลกที่ดูเหมือนจะไกลตัว แต่ก็เป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบในวงกว้างอย่างเรื่องสิ่งแวดล้อม หรือเป็นการเรียกร้องสิทธิบางอย่างให้แก่ผู้ด้อยโอกาสกว่า พวกเขาเหล่านี้เป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่กล้าที่จะเขย่าโลก

เกรต้า ทุนเบิร์ก

ปีที่แล้วมีข่าวใหญ่ที่ดังไปทั่วโลก เมื่อเกรต้า ทุนเบิร์ก เด็กสาว วัยรุ่น ชาวสวีดิชวัย 15 ปี เป็นผู้นำในการออกมาเรียกร้องให้ผู้คนตื่นตัวเรื่องโลกร้อน โดยชักชวนเพื่อนนักเรียนอีก 1 ล้านคนหยุดเรียนประท้วงรัฐบาลสวีเดนให้ลงมือแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง ที่บันไดทางขึ้นรัฐสภาสวีเดนในกรุงสต็อกโฮล์ม

Greta Thunberg Facebook

เกรต้ากล่าวถึงเหตุผลเบื้องหลังการออกมาเรียกร้องครั้งนี้ในที่ประชุมเรื่อง Climate Change ของสหประชาชาติได้อย่างแสบทรวงว่า “เป็นเพราะผู้นำของเราทำตัวเหมือนเด็กอมมือ เด็กอย่างพวกเราเลยต้องทำสิ่งที่พวกผู้ใหญ่ควรทำเมื่อนานมาแล้วแทน เราต้องมาทำความเข้าใจว่าพวกผู้ใหญ่ทิ้งภาระอะไรให้ไว้เรา ทำให้เราต้องคอยมาตามล้างตามเช็ดและต้องใช้ชีวิตอยู่กับปัญหาสิ่งแวดล้อม พวกเราจึงต้องออกมาเรียกร้องเรื่องนี้”

นอกจากนี้เกรต้ายังเปิดเผยอีกว่าการเป็นออทิสติกช่วยเธอทำภารกิจนี้ได้ยังไง และเมื่อเร็วๆนี้เธอยังร่วมประท้วงกับขบวนการ Extinction Rebellion ที่ลอนดอน และกล่าวปาฐกถาที่สภาผู้แทนอังกฤษอีกด้วย

มาลาลา ยูซาฟไซ

ตอนที่มาลาลา ยูซาฟไซอายุได้เพียง 11 ปี เธอเขียนหนังสือชื่อ Anonymous Diary เล่าถึงชีวิตในปากีสถานภายใต้การปกครองโดยตาลีบัน และได้เสียงตอบรับที่ดีมากมาย จากนั้นไม่นานมาลาลาก็ตระเวนพูดตามที่ต่างๆเพื่อเรียกร้องให้เด็กผู้หญิงมีสิทธิ์เรียนหนังสือ 3 ปีต่อมาขณะที่มาลาลากำลังพูดต่อหน้ามวลชน ก็มีคนร้ายลอบยิงเธอที่ศีรษะเพื่อตอบโต้การรณรงค์ของเธอ ข่าวการถูกยิงครั้งนี้ทำให้โลกหันมาสนใจสิ่งที่เด็กสาวคนนี้เรียกร้องมากขึ้น

Malala Yousafzai Facebook

มาลาลาได้ขึ้นปกนิตยสารไทม์ และต่อมาในปี 2014 เธอกลายเป็นคนที่อายุน้อยที่สุดที่ได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ เธอกล่าวในตอนที่ได้รับรางวัลโนเบลว่า “รางวัลนี้ไม่ได้เป็นของหนูเพียงคนเดียว แต่เป็นของเด็กๆที่ต้องการความเปลี่ยนแปลงทว่าไร้สิทธิ์ไร้เสียง และหนูมาที่นี่ก็เพื่อเรียกร้องสิทธินี้แทนพวกเขา เพื่อให้เสียงของพวกเขาดังมากยิ่งขึ้น ไม่ใช่แค่รู้สึกสงสารเขาแล้วยังนิ่งดูดาย”

เอ็มมา กอนซาเลส

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2018 คนร้ายบุกเข้ากราดยิงนักเรียนในโรงเรียน Marjory Stoneman Douglas High School ปาร์คแลนด์ รัฐฟลอริดา โศกนาฏกรรมครั้งนั้นทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 17 คน แต่ไม่ทำให้นักเรียนมัธยมปลายที่รอดชีวิตหวาดกลัว ตรงข้ามพวกเขาออกมารณรงค์เพื่อที่จะยุติความรุนแรงที่มาจากอาวุธปืน

Emma Gonzalez Instagram

เอ็มมา กอนซาเลส เด็กสาววัย 18 ปี กลายเป็นหนึ่งในแกนนำในการขับเคลื่อนการรณรงค์และเป็นผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม Never Again MSD เพื่อเรียกร้องให้จำกัดการซื้อขายอาวุธปืน เอ็มมากล่าวปาฐกถาที่สะกดผู้ฟังในการเคลื่อนไหวของกลุ่ม  March for Our Lives ที่กรุงวอชิงตันดีซี เมื่อเดือนมีนาคมปี 2018 เอ็มมาอ่านรายชื่อเพื่อนนักเรียนที่เป็นเหยื่อการกราดยิงและยืนไว้อาลัยเป็นเวลานาน 4 นาที เท่ากับเวลาที่มือปืนยิงเพื่อนของเธอ

หลังจากโศกนาฏกรรมครั้งนั้นและการรณรงค์ที่เอ็มมากับเพื่อนนักเรียนช่วยกันทำ ฝ่ายนิติบัญญัติของรัฐฟลอริด้าก็ได้ผ่านกฏหมายจำกัดการขายอาวุธปืนให้ผู้ที่มีอายุจาก 18 ปีเป็น 21 ปี และกำหนดระยะเวลารออนุมัตินาน 3 วันเสียก่อน

แจ็ค อันดรากา

ด้วยวัยเพียง 15 ปี แจ็ค อันดรากา นักเรียนไฮสคูลชาวอเมริกันได้คิดค้นวิธีตรวจหามะเร็งตับอ่อนแบบใหม่ในราคาถูกขึ้นมา ด้วยวิธีนี้ทำให้เด็กหนุ่มสามารถชนะรางวัล 75,000 ดอลลาร์สหรัฐจากงาน Intel International Science and Engineering Fair 2012 ซึ่งเขาได้ไอเดียจากการอ่านเอกสารทางวิทยาศาสตร์ที่บังเอิญเจอในอินเทอร์เน็ต

Jack Andraka Facebook

ขณะนี้วิธีตรวจแบบใหม่ซึ่งยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาหาความเป็นไปได้ในเชิงธุรกิจอยู่ เป็นการเคลือบแถบกระดาษกรองด้วยสารละลายของท่อนาโนคาร์บอนและแอนติบอดี กับเลือดอีกเศษหนึ่งส่วนหกหยด

แต่ทั้งผู้เชี่ยวชาญและตัวแจ็คเองก็ออกมาบอกว่า สิ่งประดิษฐ์นี้แม้จะดูน่าตื่นเต้น แต่ก็ยังต้องการการพิสูจน์อยู่

อามิก้า จอร์จ

หลังจากอ่านพบว่ามีองค์กรการกุศลซึ่งบริจาคผ้าอนามัยให้เด็กในแอฟริกา ทว่าต้องส่งผ้าอนามัยกลับไปให้เด็กที่เมืองลีดส์แทน เพราะว่าเด็กผู้หญิงเหล่านั้นไม่มีเงินซื้อ  อามิก้า จอร์จก็เลยตัดสินใจที่จะช่วยเด็กผู้หญิงชาวอังกฤษพวกนี้ โดยเริ่มต้นโครงการ #FreePeriods ตอนอายุ 17 ด้วยการที่เธอกับคนอีก 2,000 คนแต่งชุดแดงยึดถนนดาวนิ่งประท้วงเพื่อให้รัฐบาลอังกฤษแก้ไขปัญหา

#FreePeriods Instagram

กระทั่งในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา รัฐบาลอังกฤษก็ประกาศการตั้งกองทุนผ้าอนามัยฟรีให้กับโรงเรียนและมหาวิทยาลัยทุกแห่งในอังกฤษ อามิก้าบอกว่า “สำหรับฉันแล้ว  #FreePeriods มาจากเด็กสาวคนหนึ่งที่แสดงความโกรธผ่านการประท้วง จนทำให้เกิดผลกระทบทางการเมือง อันเป็นการแสดงพลังของอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมโยงคนที่มีความโกรธในเรื่องเดียวกันมารวมตัวกันก็เท่านั้นค่ะ”

ที่มา : www.bbc.co.uk