เป็นโชคดีของน้องนาวา-พัชรนันท์ ลูกสาวที่น่ารักของนักแสดงมากฝีมือ และผู้จัดละครอย่าง คุณอ้อม- พิยดา กับ คุณอาท-ศรา จุฑารัตนกุล เพราะทั้งสองต่างสนับสนุนและส่งเสริมให้ลูกสาวมีความรัก ตลอดจนความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับทุกชีวิตที่อาศัยอยู่ร่วมกัน ในห้องเรียนที่ชื่อว่า “ธรรมชาติ”

ค้นหาธรรมชาติในแบบที่เป็นเรา

ตัวตนอีกด้านหนึ่งของคุณอ้อมคือ เป็นคนชอบธรรมชาติ รักป่า รักสัตว์ เลยอยากให้ลูกได้สัมผัสและรักธรรมชาติเหมือนกับเธอบ้าง คุณอ้อม พิยดา“ต้องไม่ลืมว่าเรามาจากธรรมชาติ ดังนั้นเราต้องเอื้อเฟื้อกัน มีป่า มีน้ำ มีเรา ไม่มีป่า ไม่มีน้ำ ก็ไม่มีเรา อยากให้นาวารู้ถึงตรงนี้  สิ่งที่อ้อมเลือกให้ลูกทำคือ พาเข้าค่ายให้ไปสัมผัสธรรมชาติ อยากให้เขารู้ว่าข้าวมาจากไหน ผักหญ้ามาจากไหน กว่าเราจะทานได้”

“เมื่อยังเล็กนาวาเป็นเด็กที่กล้าแสดงออกมาก แต่พอโตขึ้นเริ่มเป็นตัวของตัวเอง เขาจะขี้อาย ไม่กล้าแสดงออก หรือพูดต่อหน้าคนเยอะๆ ครูกต (อลงกต ชูแก้ว) มีวิธีสร้างความมั่นใจให้เด็ก มีครั้งหนึ่งอ้อมเห็นนาวาขี่ช้างเข้าป่า แต่เราไม่ตกใจ เพราะรู้ว่าครูกตทำวิจัยเรื่องช้างมา เขารู้จักช้างทุกตัวที่เขาใหญ่ ครูจะเหมือนไดแอน ฟอสซีใน Gorillas In The Mist แต่นี่เป็น Elephants In The Mist คือผูกพันกับสัตว์ แล้วในเมื่อเขารู้จิตใจสัตว์ จิตใจมนุษย์เขาก็ต้องรู้ เด็กมีความใสซื่อบริสุทธิ์ จึงสื่อสารกับคนที่มีจิตใจบริสุทธิ์เหมือนกันได้ง่าย

“อย่างตอนไปค่าย Reptile พวกสัตว์เลื้อยคลาน อันนี้พ่อนาวากลัวมาก สองจิตสองใจว่าจะไปดีมั้ย แต่ว่าจ่ายเงินไปแล้ว(หัวเราะ) คือครูจะสอนให้รู้ว่า งูชนิดนี้ธรรมชาติเป็นแบบนี้ๆ แบบไหนอันตราย ไม่อันตราย แมงป่องเป็นอย่างไร สอนหมด มีไปเข้าค่ายชะนี  เขาจะบอกเราได้ว่า ‘แม่จ๋า อันนั้นชะนีมือขาว อันนี้ชะนีมงกุฎ’ คือครูจะสอนให้เด็กช่างสังเกต รอยเท้านี้เป็นรอยเท้าหมีนะ อันนี้รอยเท้าเก้ง สอนเรื่องสัญญาณมือต่างๆ”

พ่อแม่ก็พลอยได้ความรู้

สำหรับเด็กในวัยเท่าน้องนาวา การเข้าค่ายจำเป็นต้องมีพ่อแม่ไปด้วย ซึ่งคุณอ้อมมองว่าส่งผลดีกับตัวเองเช่นกัน “เวลาทำกิจกรรม ครูจะให้ความรู้กับพ่อแม่ไปด้วย ให้รู้จักและรักธรรมชาติ ครูเล่าว่า ก่อนหน้านี้มีช้างถูกยิง แล้วคนสงสัยทำไมมดลูกหายไป ที่เราเคยรู้มาเขาฆ่าช้างเพื่อเอางา แต่จริงๆ ไม่ใช่ มันมีออเดอร์จากต่างประเทศ ต้องการมดลูกของช้างที่เพิ่งคลอด เพื่อเอาไปทำยา

ครูก็จะให้ความรู้เพื่อขยายวงกว้างออกไป”การเข้าป่าไม่ใช่แค่การเปิดโลกเท่านั้น แต่ยังฝึกให้เด็กๆ มีความรับผิดชอบ และค้นหาตัวตน หรือความสุขของตัวเองได้เร็วขึ้นด้วย

“อย่างแรกเลยคือความรับผิดชอบค่ะ ครูจะให้ตื่นนอนเอง เก็บที่นอนเอง ทานข้าวเสร็จ เก็บจาน ล้างจาน ทำกิจกรรม หรือเวลามีรุ่นน้องมาที่ค่าย นาวาจะไปดูแล แล้วมีรุ่นพี่วิ่งตามเขาอีกที นอกจากนี้ยังได้กลุ่มเพื่อนใหม่ๆจากหลายๆ ที่ แล้วนาวาเข้ากับคนง่าย รู้ว่าจะต้องคุยกับคนนี้ยังไง เวลาเราพาไปเจอคนใหม่ๆ เขาจะไม่เก้อเขินมากที่จะเข้าไปคุย”

คุณอ้อมเชื่อว่าการเรียนรู้นอกห้องเรียน มีส่วนส่งเสริมพัฒนาการของนาวาได้เป็นอย่างดี “ที่เห็นได้ชัดคือ เขาจะมีการคิดวิเคราะห์ นาวาเรียนรู้ที่จะดูแลสัตว์ ถึงแม้เป็นสัตว์ป่า และเมื่อกลับเข้ามาในเมือง เขาจะมีเกราะป้องกันทางด้านจิตใจ ซึ่งอ้อมคิดว่าสำคัญ เขาจะเข้าใจจิตใจมนุษย์ด้วยเหมือนกัน”

คุณอ้อมอยากให้ลูกสาวเติบโตไปตามวัยในแบบที่ควรจะเป็น “อยากให้นาวาแฮปปี้แบบนี้แหละค่ะ อยากให้เขาเติบโตไปตามวัย เราแค่สนับสนุนให้เขาเป็นคนดีของประเทศชาติ เท่าที่พ่อกับแม่อย่างเราจะทำได้ค่ะ”

Powered by HELLO! Education