E-Sports คำศัพท์ใหม่ที่เพิ่มเข้ามาตามวันเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไปใครเล่าจะคิดว่าเกมที่ผู้ใหญ่หลายๆ คนส่ายหน้าหนี ไม่ยอมให้เด็กภายใต้การดูแล หรือลูกๆของตนมุ่งมั่นหรือจริงจังอะไรมากมาย สุดท้ายจะกลายเป็นกีฬาที่ทุกคนจับต้องได้ และเป็นอีกทางในการสร้างรายได้ของบรรดาเซียนเกมทั้งหลาย

ต้นกำเนิด

จริงๆแล้วกีฬา Electronic Sports มีจุดเริ่มต้นจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด สหรัฐอเมริกา ที่จัดแข่งขันเกม Spacewar (เป็นเกมที่เราเป็นผู้ควบคุมจรวดอวกาศและต้องยิงฝ่าด่านต่างๆไปให้ได้ไกลที่สุด) ภายในมหาวิทยาลัย เมื่อปี 1972 ก่อนจะพัฒนามาเป็นเกม Space Invaders ในอีก 9 ปีต่อมา จัดแข่งขันภายในประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งมีคนร่วมชิงชัยกว่า 5,000 คนจากทั่วประเทศ ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายมาเรื่อยๆ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการแข่งขัน “E-Sports” อย่างแท้จริง

จากนั้นในช่วงยุค 90 การเข้ามาของอินเตอร์เน็ตทำให้ง่ายต่อการแข่งขันหรือเล่นร่วมกับเพื่อนๆ และง่ายต่อการจัดการแข่งขันมากขึ้น อย่างเช่นเกม Red Alert 2, Diablo 2, Counter-Strike, StarCraft, Quake และทั้งหมดทั้งมวลนี้คือจุดเริ่มต้นในกีฬาอีสปอร์ตอย่างแท้จริง

ตัวจุดกระแสของวงการ

สำหรับผู้ที่มีอายุประมาณ 25 ปีขึ้นไป หลายคนคงจะรู้จักเกม StarCraft ซึ่งเป็นเกมแนวสู้รบวางแผนตั้งกองทัพเพื่อต่อสู้กับคู่แข่ง และต้องประสานงานกับเพื่อนในการเล่นเกมนี้ ถือเป็นเกมที่จุดกระแสอย่างแท้จริง เนื่องจากได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจนมีการริเริ่มจัดการแข่งขัน มีสปอนเซอร์เข้ามาให้การสนับสนุนมากมาย โดยเฉพาะในประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งถือเป็นพี่ใหญ่แห่งวงการในแถบเอเชีย ก่อนจะแพร่หลายขยายฐานความนิยมมาเรื่อยๆในทวีปเอเชีย ไม่เว้นแม้กระทั่งประเทศไทย

การแข่งขันในบ้านเรามาเริ่มจริงจังคือในช่วงปี 2007 ซึ่งเป็นยุคบุกเบิก เป็นช่วงที่บริษัทการีน่า (Garena) บริษัทเกมชื่อดังเข้ามาสู่วงการเกมบ้านเราอย่างจริงๆจังๆ ผลักดันเกม Heroes of Newerth หรือ HON เข้ามาในเมืองไทยและฮิตอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับการนำเกม League of Legends หรือ LOL ตามเข้ามาตีตลาดแบบเกาะติด และยังมีเกม FIFA Online 3, Dota ตามเข้ามาให้เกมเมอร์เล่นกันทั่วบ้านทั่วเมืองอีกจนเริ่มมีการจัดการแข่งขันเกมเหล่านี้อย่างเป็นทางการมีการคัดเลือกรับสมัครกันอย่างกว้างขวางจนหาแชมป์ระดับประเทศเพื่อหาตัวแทนประเทศไทยไปชิงชัยยังต่างแดน

หลังจากที่ไทยได้ก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาเรื่อยๆจนเริ่มมีชื่อเสียง สอดคล้องกับการที่ต่างประเทศเริ่มให้ความสำคัญกับกีฬาชนิดนี้กันมากขึ้น มีการจัดการแข่งขันมากมายทั่วทุกมุมโลก จนสุดท้ายมีการบรรจุเข้าไปเป็นกีฬาสาธิตในเอเชียนเกมส์ 2018 ที่กรุงจาการ์ต้า ประเทศอินโดนีเซีย อย่างเป็นทางการ ได้แก่เกม ROV, LOL, PES2018, StarCraft II, Hearthstone, Clash Royale เป็นต้น

กลายเป็นอีกหนึ่งอาชีพ

แน่นอนว่าทุกๆการแข่งขันมักจะต้องมีเงินรางวัลติดปลายนวมเข้ามาเป็นส่วนประกอบ ใครจะไปคิดว่าการแข่งขันเมื่อปี 2014 ในรายการ ‘E-Sport International’ ของบรรดาผู้ที่คลั่งไคล้เกมทั้งหลายในสหรัฐอเมริกา จะมีรางวัลมูลค่าสูงถึง 10,000,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 330,000,000 บาท โดยจัดแข่งขันเกมหลากหลายรูปแบบ ซึ่งต่อมาในปี 2015 เงินรางวัลก็พุ่งสูงขึ้นไปอีกถึง 15,000,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณเกือบ 500 ล้านบาท ถือเป็นรายการที่มีเงินรางวัลสูงเกือบเทียบเท่าการแข่งขันกีฬาอาชีพ  หรือาจจะสูงกว่ากีฬาบางชนิดเลยด้วยซ้ำ แต่นั่นคือเงินรางวัลรวมสำหรับ 1 ทีมที่มีสมาชิกภายในทีมอย่างน้อย 4-5 คน อย่างไรก็ตามมีผู้ที่ทำสถิติคว้าเงินรางวัลในอีสปอร์ตคนเดียวที่สูงที่สุดได้แก่ เฉิน จื้อเห่า เกมเมอร์ชาวจีนในการแข่งขัน Dota 2 ซึ่งเขาคว้าเงินรางวัลไป 1,249,642 ล้านเหรียญฯ หรือประมาณ 42 ล้านบาท

ในประเทศไทยเองการแข่งขันระดับชิงแชมป์ของประเทศ ก็มีสปอนเซอร์เข้ามาให้การสนับสนุนมากมาย ปัจจุบันมีหลายเกมที่จัดเงินรางวัลก้อนใหญ่ทะลุถึงหลักล้านบาท ยกตัวอย่างล่าสุด เกม PES 2019 (เกมฟุตบอล) ที่จะแข่งขันในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2561 มีการชิงเงินรางวัลกันถึง 1,500,000 บาท เลยทีเดียว

เมื่อมีเงินรางวัลสูงขนาดนี้แน่นอนว่าย่อมเป็นที่มาของรายได้ของนักกีฬาอีสปอร์ต ปัจจุบันมีหลายชาติให้การยอมรับเหล่าเกมเมอร์ที่เก่งๆว่าเป็นนักกีฬาในประเภทอีสปอร์ต โดยได้รับการยกย่องเหมือนกับนักกีฬาอาชีพทั่วไป

เพราะหลายๆองค์กรถือว่าการแข่งขันอีสปอร์ตคือหนึ่งในกิจกรรมที่สามารถเป็นกีฬาได้เพราะถึงแม้จะไม่ต้องออกแรงหรือพละกำลังแต่อย่างน้อยก็ต้องใช้สมองในการคิดวิเคราะห์แยกแยะในหลายๆสถานการณ์เพราะคุณจะประสบความสำเร็จไม่ได้เลยหากสักแต่ว่าเล่นไปให้จบในแต่ละเกมซึ่งคุณจะต้องวางแผนให้รอบคอบและคิดอยู่เสมอว่าจะเอาชนะคู่แข่งด้วยแผนการใด

นักกีฬาในไทย

บอกว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว เพราะบรรดาเกมเมอร์ไทยที่มีฝีมือหลายคนต่างไปคว้าแชมป์ต่างแดนกันมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงประเทศไทยยังจัดการแข่งขัน E-Sports ในหลายเกม นอกจากจะจัดการแข่งขันอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้นแล้ว  ปัจจุบันภาคเอกชนยังให้ความดูแลนักกีฬาอย่างเต็มตัวถึงขั้นสร้างทีมกันเป็นตัวเป็นตน และให้เงินเดือนดีพอๆกับนักกีฬาอาชีพอื่นเลยทีเดียว ซึ่งถ้าคุณมีพรสวรรค์และมุ่งมั่นตรงนี้อย่างจริงๆจังๆ ก็อาจกลายเป็นหนึ่งในสุดยอดเกมเมอร์ที่คว้าเงินรางวัลก้อนโตจากการแข่งขันในอีเวนต์ต่างๆมาครอบครองก็เป็นได้

การแข่งขันในทัวร์นาเมนต์กีฬาระดับสากล

เอเชียนเกมส์ 2018″  ที่อินโดนีเซียได้ถูกบรรจุให้เป็นหนึ่งในกีฬาสาธิตของทัวร์นาเมนต์นี้ มีหลายเกมที่ได้ทดลองแข่งขันกันในเอเชียนเกมส์ อย่าง ROV, LOL, PES2018, StarCraft II, Hearthstone, Clash Royale ถึงแม้จะยังไม่ได้เป็นกีฬาที่ถูกบรรจุในตารางรับเหรียญ แต่อย่างน้อยก็ได้นำร่องสู่มหกรรมกีฬาระดับนี้แล้ว และมีลุ้นที่จะพัฒนาให้เป็นหนึ่งในกีฬาที่มีการรับเหรียญในเอเชียนเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

อย่างไรก็ตาม ในมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งมวลมนุษยชาติ อย่างโอลิมปิกเกมส์ไม่มีวี่แววว่าจะได้บรรจุเข้าสู่การแข่งขันแต่อย่างใด แม้แต่กีฬาสาธิตก็ยังไม่ใกล้เคียง เนื่องจาก โธมัส บาค ประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ประกาศไม่รับอีสปอร์ตเข้าสู่กีฬาโอลิมปิก เพราะมองว่ามีหลายเกมมีเนื้อหาที่รุนแรงเกินไป มีการรบราฆ่าฟันกัน ซึ่งไม่ตรงกับจุดประสงค์ที่แท้จริงของกีฬาโอลิมปิกเกมส์

ซึ่งถ้ามองในแง่มุมของประธานโอลิมปิกฯ ก็คงมีส่วนถูก เพราะหลายเกมมีเนื้อหาที่รุนแรงเกินไปจริงๆ และหลายฝ่ายก็มองว่าถึงแม้จะยกเกมที่ไม่มีเนื้อหารุนแรงเข้ามา อย่างเกม FIFA ที่เป็นเกมฟุตบอล ก็มีอีกฝ่ายแย้งว่าในโอลิมปิกเกมส์ มีแข่งขันกีฬาฟุตบอลอยู่แล้ว จะต้องบรรจุเกมฟุตบอลเข้ามาอีกทำไม ซึ่งคงต้องใช้เวลาอีกนานหลายปีกว่าที่ E-Sports จะได้รับการยอมรับอย่างจริงๆจังๆมากกว่านี้

วงการแพทย์

ในวงการแพทย์โดยเฉพาะจิตแพทย์นั้นยังไม่ให้การยอมรับกิจกรรมนี้ว่าเป็นกีฬา ซึ่งนพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กล่าวถึงกรณีกระแสในประเทศไทยว่า ขณะนี้หน่วยงานด้านเด็กและเยาวชนต่างมีความเป็นห่วงว่า จะเป็นการซ้ำเติมปัญหาเด็กติดเกมในประเทศไทยที่หนักอยู่แล้วให้ยิ่งหนักขึ้น ซึ่งจากข้อมูลสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ พบว่าในช่วง 6 เดือนหลังประเทศไทยประกาศสนับสนุนและก่อตั้งสมาคมขึ้นมา มีเด็กที่ต้องเข้ารับการบำบัดภาวะติดเกมแล้วถึง 60 คน เทียบเท่ากับการรักษาทั้งปีในช่วงปีก่อนหน้านั้น ขณะที่สหรัฐอเมริกา มีการศึกษาพบว่า คนเล่นเกม 1 ล้านคน จะมีเพียง 1 คน ที่มีความสามารถเป็นเกมเมอร์ได้ แต่มีคนเป็นหมื่นๆ คนที่ต้องกลายเป็นคนติดเกม เพราะฉะนั้นคิดว่าไม่คุ้มกัน

ซึ่งทาง นพ.ยงยุทธ์ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับการส่งเสริมยังต้องพิจารณาอีกมาก เพราะหากพูดตามหลักวิชาการทั่วโลกยังไม่นับว่าเป็นกีฬา เพราะมีเนื้อหาที่รุนแรง และยังไม่ได้มีการควบคุมอย่างเป็นระบบ แม้ล่าสุดจะมีการจัดแข่งขันในเอเชียนเกมส์ที่อินโดนีเซีย แต่ก็เป็นเพียงกีฬาทดลอง ขณะที่คณะกรรมการโอลิมปิกสากล มองว่า ยังต้องใช้เวลากว่าจะสามารถบรรจุเป็นกีฬาได้ ต้องมีการพัฒนาตัวเองว่า เป็นสิ่งสร้างสรรค์ ต้องมีการควบคุมจริยธรรมต่างๆ และต้องปลอดจากการแทรกแซงเชิงพาณิชย์

จุดอับของวงการ

ถึงอาจเป็นอีกหนึ่งแหล่งในการสร้างรายได้ของบรรดาเกมเมอร์ทั้่งหลาย แต่จะมีสักกี่คนที่จะมีความสามารถในการเปลี่ยนเกมเหล่านี้ให้เป็นรายได้มาจุนเจือครอบครัว ยกตัวอย่างง่ายๆ หากมีคนเล่นเกมนี้ราว 1,000 คน จะมีสักกี่คนที่ได้เป็นตัวแทนของประเทศไทย เพื่อไปแข่งขันในเวทีระดับโลกต่างๆ

สมมติคว้าโควต้าไป 10 จาก 1,000 คน แล้วอีก 990 คนที่เหลือจะไปอยู่ตรงไหนหลายคนมองว่าคนที่เหลือก็คงกลายเป็นแค่เด็กติดเกมเหมือนเดิมไม่ต่างอะไรจากนักกีฬาอีกมากมายในไทยที่สมัยเด็กนั้นเก่งมากแต่พอเติบโตขึ้นสู่ระดับอาชีพกลับล้มเหลวไม่เป็นท่าจนต้องเบนเข็มไปหาอย่างอื่นทำและไม่ยุ่งเกี่ยวกับวงการกีฬาอีก

หรือเด็กอาจนำภาพฝันของการเป็นเกมเมอร์มือโปร มาอ้างกับผู้ปกครองของตัวเอง เพื่อจะได้ออกไปเล่นเกมกับเพื่อน แต่ไม่ได้ฝึกฝนอะไรให้เป็นชิ้นเป็นอัน ไม่สนใจร่ำเรียนหนังสือ วันๆขลุกอยู่แต่กับเกม จนสุดท้ายพวกเขาโตขึ้นเป็นแค่เด็กติดเกมก็ได้

นอกจากนั้นการเล่นเกมอยู่แต่หน้าจอคอมพ์นานๆ ย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยเฉพาะสายตา หากไม่รู้จักดูแลรักษาร่างกายให้ดีพอ อาจส่งผลร้ายแรงถึงชีวิตก็ได้

ใครจะไปเชื่อว่าวงการเกมเมอร์จะพัฒนามาได้ไกลขนาดนี้ใครจะไปคิดเล่าว่าเกมเมอร์วัยเรียนทั้งหลายจะใช้จุดนี้ในการสร้างเงินสร้างรายได้ซึ่งหลายคนก็บริหารจัดการเวลาได้ดีเล่นเกมไปด้วยโดยที่ไม่เสียการเรียนและยังสร้างรายได้ให้แก่ตนเองแบ่งเบาภาระคนในครอบครัวได้ตั้งแต่อายุยังน้อย

แต่ที่สำคัญคำว่าเด็กติดเกมกับเกมเมอร์อาชีพมีเส้นบางๆกั้นอยู่ ผู้ปกครองทั้งหลายจึงควรดูแลเอาใจใส่ลูกให้ดี เพราะคงไม่ใช่ทุกคนที่จะประสบความสำเร็จ

Powered by HELLO! Education